ศบก.เผยผลตรวจคลังน้ำมัน-จ็อบเบอร์ 7 จว. ไม่พบความผิดปกติ นายกฯ สั่งปรับแผนส่งออก ที่กลั่นเองให้ใช้ในประเทศ แล้วนำจากตปท.ไปให้ สปป.ลาวแทน ชี้ปริมาณน้ำมันดิบที่เข้าสู่ประเทศไทย 2 ช่วงรวม 4.2 พันล้านลิตร ซึ่งเพียงพอที่จะนำมากลั่นให้ประชาชนในช่วงเดือน เม.ย.
เมื่อวันที่ 27 มี.ค.69 ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดย นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แถลงว่าสำหรับการลงพื้นที่ตรวจผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ที่มีคลังน้ำมัน และจ็อบเบอร์เมื่อวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และพาณิชย์จังหวัด ดำเนินการร่วมกัน 22 จุด ใน 7 จังหวัด ประกอบด้วย ฉะเชิงเทรา นครราชสีมา อุดรธานี ลำปาง พิษณุโลก ชุมพร และสงขลา
ผลการตรวจในส่วนจ็อบเบอร์ ทั้งจ็อบเบอร์ที่มีคลังน้ำมันและไม่มีคลังน้ำมัน ไม่พบความผิดปกติ ในส่วนที่มีคลังน้ำมัน พบน้ำมันที่อยู่ในคลังเหลือติดคลังเฉลี่ยประมาณ 1 หมื่นลิตร ส่วนที่อยู่ในแต่ละจ็อบเบอร์ เป็นน้ำมันที่กำลังอยู่ระหว่างการขาย การตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ ทั้งผู้ซื้อผู้ขายของจ็อบเบอร์ที่ได้มีการบันทึกไว้ ถูกต้องตรงกัน ไม่ได้มีความผิดปกติ
สำหรับการตรวจสอบคลังน้ำมันที่เป็นผู้ค้าตามมาตรา 7 ซึ่งเป็นคลังน้ำมันขนาดใหญ่ที่ จ.สงขลา คือ บริษัท ปตท. และเชลล์ พบว่าทั้ง 2 คลังมีน้ำมันเหลือติดคลังไม่ถึง 50% หรือประมาณ 10 ล้านลิตร จากความจุของของคลังที่จุได้ 25-28 ล้านลิตร จากการตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด มีการซื้อขาย และจัดส่งน้ำมันออกไปถูกต้อง ไม่มีข้อมูลที่ผิดปกติ และการส่งน้ำมันตั้งแต่เดือน มี.ค.เป็นต้นมา มีปริมาณการส่งออกจากคลังเพิ่มขึ้น และมีการติดประกาศราคาเรียบร้อย

นายดนุชา กล่าวว่า ขณะที่สถานการณ์ปั๊มน้ำมัน ข้อมูลจากหอการค้า ที่มีการสำรวจสถานีน้ำมันทั่วประเทศ ประมาณ 550 แห่ง พบว่า ปั๊มน้ำมันที่มีน้ำมันหมดลดลงค่อนข้างมาก จากประมาณ 450 กว่าแห่ง ตอนนี้เหลืออยู่ประมาณ 390 กว่าแห่ง โดยจะมีการสำรวจทุกวันตอนกลางคืน และช่วงเช้าจะมีน้ำมันเติมเข้าไป ให้บริการได้ต่อเนื่อง
นายดนุชา กล่าวว่า เรื่องปริมาณน้ำมันดิบที่เข้าสู่ประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 – 18 มี.ค. มีประมาณ 3.4 พันล้านลิตร ส่วนช่วงวันที่ 20 – 25 มี.ค.เข้ามาอีกประมาณ 878 ล้านลิตร รวมแล้วประมาณ 4.2 พันล้านลิตร ซึ่งเพียงพอที่จะนำมากลั่นให้ประชาชนในช่วงเดือน เม.ย.
ทั้งนี้ เรามีแผนการนำเข้าน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงสิ้นเดือน มี.ค.จะมีน้ำมันเข้ามา อีกประมาณ 4 ล้านบาร์เรล เดือน เม.ย.จะมีเข้ามาใหม่อีกประมาณ 24 ล้านบาร์เรล และเดือน พ.ค. ผู้ค้าอย่าง ปตท. ได้มีการทำสัญญาแล้ว และเตรียมส่งมอบประมาณ 8 ล้านกว่าบาร์เรล ซึ่งจะมีการจัดหาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีน้ำมันเพียงพอสำหรับการใช้ในประเทศ
นายดนุชา กล่าวว่า สำหรับน้ำมันที่เราส่งออกไป 2 ประเทศคือ สปป.ลาว และเมียนมา ตั้งแต่วันที่ 1 – 25 มี.ค. ส่งไป สปป.ลาว ประมาณ 4.6 ล้านกว่าลิตรต่อวัน เมียนมา 2 แสนกว่าลิตรต่อวัน ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมีดำริว่า น้ำมันที่เราผลิตและกลั่นได้ในประเทศ อยากเอาเก็บให้ประชาชนในประเทศได้ใช้ จึงมอบหมายให้ตนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาปรับรูปแบบ โดยอาจนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปจากต่างประเทศ เพื่อส่งออกไปยัง สปป.ลาวแทน แทนที่จะเอาน้ำมันที่กลั่นในประเทศส่งไปที่ สปป.ลาว เพื่อเพิ่มน้ำมันสำรองในประเทศให้มากขึ้น อย่างน้อยจะเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานได้อีกประมาณ 5 ล้านลิตรต่อวัน ขณะนี้กำลังดูรายละเอียด.



















