บรรยากาศหลังการพิจารณาคดีมีเหตุโต้เถียงเล็กน้อยระหว่างทีมทนาย ก่อนคลี่คลายลง “ไอซ์ รักชนก” เผยได้กล่าวขอโทษนายสุชาติ ชมกลิ่น รวมถึงมารดาและบุตรที่ได้รับผลกระทบจากการสื่อสาร พร้อมขอบคุณที่ตัดสินใจถอนฟ้อง ยืนยันจากนี้ยังคงทำหน้าที่ สส. และประธาน กมธ.ติดตามงบประมาณ เดินหน้าตรวจสอบการใช้งบประมาณของรัฐต่อไป
ภายหลังเสร็จสิ้นการพิจารณาคดี น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือ “ไอซ์” สส.พรรคประชาชน ได้ลงมาให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน โดยก่อนเริ่มให้สัมภาษณ์เกิดเหตุโต้เถียงกันเล็กน้อย เมื่อทนายความของนายสุชาติ ชมกลิ่น เดินเข้ามาบริเวณด้านข้างของวงสัมภาษณ์ พร้อมระบุว่าต้องการรอผู้สังเกตการณ์และขอร่วมรับฟังการให้สัมภาษณ์ด้วย
อย่างไรก็ตาม น.ส.รักชนก ขอให้ทนายความของคู่กรณีออกไปยืนอีกด้าน พร้อมระบุว่าไม่ต้องการให้มีภาพอยู่ในเฟรมเดียวกัน ขณะที่อีกฝ่ายยืนยันว่าต้องการรับฟังคำให้สัมภาษณ์ด้วยตนเอง ไม่ใช่รับฟังผ่านสื่อ ก่อนที่ทนายความฝ่าย น.ส.รักชนก จะขอให้อีกฝ่ายไปรวมกับกลุ่มผู้สังเกตการณ์ ส่งผลให้สถานการณ์คลี่คลายลง และการให้สัมภาษณ์ดำเนินต่อไปตามปกติ
น.ส.รักชนก เปิดเผยว่า วันนี้นายสุชาติได้เดินทางมาศาลตามนัด ทำให้ทั้งสองฝ่ายมีโอกาสพูดคุยกันภายในห้องพิจารณาคดี โดยนายสุชาติแจ้งว่าไม่ได้ติดใจเอาความแล้ว แต่สะท้อนว่ากระแสข่าวที่ผ่านมาได้ส่งผลกระทบต่อมารดาและบุตร โดยเฉพาะบุตรที่ถูกเพื่อนล้อที่โรงเรียน
ด้วยเหตุนี้ ตนจึงได้กล่าวขอโทษนายสุชาติ รวมถึงขอโทษมารดาและบุตรของนายสุชาติ ที่ได้รับผลกระทบจากการสื่อสารและกระแสข่าว พร้อมกล่าวขอบคุณที่อีกฝ่ายตัดสินใจถอนฟ้อง
“ก็ต้องขออภัย ขอโทษท่านด้วย ขอโทษครอบครัวท่าน ที่การสื่อสารของเราอาจส่งผลกระทบ ทำให้คุณแม่หรือว่าลูกของท่านได้รับผลกระทบทางสังคม”
น.ส.รักชนก กล่าวว่า ภายหลังจากนี้จะมุ่งปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และประธานคณะกรรมาธิการศึกษาติดตามงบประมาณอย่างเต็มที่ โดยจะเดินหน้าตรวจสอบการใช้งบประมาณและโครงการต่าง ๆ ของภาครัฐต่อไป ไม่ว่าจะเป็นกรณีอาคารสกายไนน์ หรือประเด็นอื่นที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าการถอนฟ้องครั้งนี้มีเงื่อนไขหรือไม่ น.ส.รักชนก กล่าวว่า เป็นไปตามข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยกันภายในศาล โดยตนได้กล่าวขอโทษมารดาและบุตรของนายสุชาติ รวมถึงขออภัยประชาชน หากการใช้ถ้อยคำในการสื่อสารที่ผ่านมาอาจทำให้เกิดความไม่สบายใจหรือไม่เหมาะสม
สำหรับบรรยากาศการพูดคุยภายในห้องพิจารณาคดีนั้น เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทั้งสองฝ่ายได้ทำความเข้าใจกัน จึงไม่มีการยื่นคำแถลงขอโทษเป็นลายลักษณ์อักษรต่อศาล เนื่องจากต้องการให้กระบวนการยุติลงโดยเร็ว เพื่อแยกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ของแต่ละฝ่าย
เมื่อถูกถามว่าจะยังคงตรวจสอบนายสุชาติต่อไปหรือไม่ น.ส.รักชนก ยืนยันว่า จะยังทำหน้าที่ตรวจสอบในฐานะ สส. และกรรมาธิการตามปกติ ส่วนหากนายสุชาติจะดำเนินคดีอื่นเพิ่มเติม ก็ถือเป็นสิทธิของอีกฝ่าย
ส่วนประเด็นที่ถูกตั้งคำถามว่า การกล่าวขอโทษครั้งนี้เป็นการลดท่าทีหรือกระทบต่อภาพลักษณ์ทางการเมืองหรือไม่นั้น น.ส.รักชนก ชี้แจงว่า เป็นข้อตกลงร่วมกันภายในศาลเพื่อยุติข้อพิพาท และเป็นขั้นตอนที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันก่อนเข้าสู่กระบวนการถอนฟ้องตามกฎหมาย
ขณะที่ นายนิธิ ละเอียดดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะทนายความ กล่าวว่า เบื้องต้นคดีนี้ถือว่ายุติแล้ว ส่วนจะมีการโพสต์ข้อความขอโทษผ่านสื่อสังคมออนไลน์หรือไม่นั้น ขอให้รอติดตามรายละเอียดต่อไป.




















