”รังสิมันต์” ไม่เชื่อ “อนุทิน2” ปราบทุจริต-ทุนเทา จี้้ “อนุทิน” สอบ “พิพัฒน์” หลังพบความสัมพันธ์โยง “แก๊งน้ำมันเถื่อน-ทุนเทา” ซัดอย่าสร้างภาพเป็นคนดี
วันที่ 10 เม.ย.69 เวลา 08.00 น.ที่รัฐสภา มีการประชุมรัฐสภา มีนายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม พิจารณาวาระที่ครม.แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา162 ต่อเนื่องวันที่สอง ทั้งนี้ก่อนที่จะอภิปรายต่อนายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกขึ้นท้วงถามถึงกรณีที่สส.ฝ่ายค้านถูกตัดสไลด์บางส่วน แม้จะเป็นอำนาจของประธาน แต่ตัดตอนไหน และใครเป็นคนตัดเอกสารการอภิปรายได้ให้เหตุผลและแจ้งสส.หรือไม่ แต่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมขณะนั้นก็บอกว่าไม่ทราบเหมือนกัน จึงอยากทราบเหตุผลว่าตกลงข้าราชการโทรขึ้นไป หรือใครกันแน่ที่ใช้อำนาจในการตัด จึงอยากทราบเหตุผล เพราะขึ้นชื่อบุคคลภายนอกที่อยู่จังหวัดบอใบไม้หรือไม่ ซึ่งนายโสภณรับปากว่าจะไปหาข้อเท็จจริงให้ และหวังว่าจะไม่เกิดขึ้นอีก แต่นายมงคล ชี้แจงว่านายโสภณจะเป็นคนตอบ ตนก็ไม่ทราบ
จากนั้นนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายเกี่ยวกับการปราบปรามสแกมเมอร์ ทุนเทา รวมถึงการทุจริตคอร์รัปชัน ไม่เชื่อมั่นต่อการดำเนินการของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ตามที่แถลง เนื่องจากการทำงานย้อนแย้งกับการทำงานของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ซึ่งเป็นรัฐมนตรีคนเดียวกัน ต่อกรณีที่นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ลงนามร่วมกับกลุ่มทุนเทา สแกมเมอร์ต่อความร่วมมือสแกนม่านตา ซึ่งมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ อดีตรมว.ดีอี ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเสไอ) ดำเนินคดีและส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
“ผมไม่รู้ว่าคดีนั้นจะรวดเร็วเหมือนคดีของพวกผมหรือไม่ แต่นายอนุทิน สั่งลงโทษนายประเสริฐ ที่ถูกกล่าวหาปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ ชดใช้กรรมโดยให้เป็นรมว.ศึกษาธิการ เพื่อให้เยาวชนดูเป็นตัวอย่างให้จัดการผู้ทำผิดเป็นอย่างไร การแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นรูปธรรมของนายอนุทิน ไม่เกรงใจนายไชยชนก ที่ดำเนินคดีดังกล่าว เมื่อวานนายกฯ แถลงยึดทรัพย์เบน สมิธ คิดหรือไม่ว่ามีคนในครม.บางคนข้องเกี่ยวกับเครือข่ายดังกล่าวหรือไม่ ผมสงสัยต่อการคัดเลือกคนเป็นรัฐมนตรี ไม่ให้น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เป็นรัฐมนตรีเพราะมีคดีในดีเอสไอ แต่นายประเสริฐเรื่องส่งถึงป.ป.ช.แล้ว แต่ได้เป็นรัฐมนตรี ตกลงที่มีปัญหากับน.ส.สุดาวรรณในเรื่องคดี หรือ พ่อของน.ส.สุดาวรรณกันแน่” นายรังสิมันต์ กล่าว
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า กรณีจับน้ำมันที่จ.อ่างทอง ซึ่งพบว่ามีเสี่ยตือเป็นเจ้าของ และจากการตรวจสอบพบว่ามีคลังน้ำมันหลายแห่ง หลายล้านลิตร แต่รัฐบาลไม่จัดการ หรือจัดการอย่างยากเย็น ทั้งที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม รู้จักดี เพราะบริษัทของเสี่ยตือเป็นลูกหนี้นายพิพัฒน์ มูลค่าเกินกว่า 100 ล้านบาทมีสัญญาเงินกู้ 2 ครั้ง 2 สัญญา ที่สำคัญเดือน พ.ย.2568 พบว่าคนในครอบครัวเสี่ยตือบริจาคให้พรรคภูมิใจไทย 1 ล้านบาท ขณะที่ราคาน้ำมันแพง เสี่ยตือถูกสงสัยว่าขายน้ำมันแพง แต่กลับไม่ดำเนินคดีใดๆ ซึ่งอาจมีสาเหตุว่าเพราะมีนายทุนการเมืองอยู่ในพรรคการเมืองหรือไม่
“ท่านพิพัฒน์ทราบดีว่าเสี่ยตือมีธุรกิจอย่างไร ไก่เห็นตีนงู งูเห็นตีนไก่อย่างไร เหตุที่รัฐบาลไม่กล้าทำอะไรไอ้โม่ง อาจเพราะไอ้โม่งอยู่ในรัฐบาล ก็เป็นได้ นอกจากนั้นแล้วก่อนหน้านี้ที่บอกว่ามีการติดสินบนไม่ให้ปราบสแกมเมอร์ทราบว่าเป็นลูกของเสี่ยตือด้วย ดังนั้นกรณีที่เป็นเครือข่ายเดียวกันมีสัมพันธ์กัน พวกเขาจึงลอยนวลพ้นผิดได้ หากนายกฯ ดูการกระทำไม่ดูชื่อ ทำไมตอนนี้เครือข่ายเสี่ยตือ ที่มีประเด็นกักตุนน้ำมัน น้ำมันเถื่อน สแกมเมอร์ถึงไม่จัดการ หากทำจริงควรดำเนินการเพื่อไม่ให้อำนาจมืดซื้ออำนาจรัฐ และนายอนุทินต้องตรวจสอบนายพิพัฒน์ว่าไม่เกี่ยวน้ำมันเถื่อนหรือเรื่องทุนเทา เพื่อไม่ให้การปราบทุจริตจะได้ไม่เป็นเพียงลมปาก และอย่าสร้างภาพเป็นคนดี แล้วแสวงหาประโยชน์จากวิกฤติชาติ และปัญหาที่เกิดขึ้นกับประชาชน” นายรังสิมันต์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การอภิปรายนายรังสิมันต์ ปรากฎว่ามี สส.พรรคภูมิใจไทยลุกประท้วงหลายครั้ง เพราะมีลักษณะใส่ร้าย นายรังสิมันต์ อภิปรายจนจบ ซึ่งมีสาระตอนท้ายว่า “ไม่รู้ว่าเวลาของผมจะเหลือในสภาฯ เท่าไหร่ แต่ผมและพรรคประชาชนไม่มีวันยอมแพ้คนที่ทำหลายชาติ ทำลายหลักนิติธรรม” ทำให้นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงประธานว่าปล่อยให้ผู้อภิปรายใส่ร้ายรัฐบาล โดยไม่ทำอะไรเลย ไม่มีทางที่การประชุมจะเรียบร้อยได้ ทำให้นายมงคล กล่าวว่าจบแล้ว



















