รมว.พลังงาน เผยเตรียมเสนอ ครม. ปรับโครงสร้างค่าไฟใหม่ หวังลดภาระประชาชนทั้งระบบ 20-40% ชี้ครอบคลุมเฉพาะครัวเรือน 23 ล้านราย ย้ำไม่กระทบอุตสาหกรรม–เกษตรกร พร้อมเดินหน้าโซลาร์รูฟท็อปและพลังงานสะอาด คาดมีผลบิลค่าไฟเดือนมิถุนายนนี้
เมื่อวันที่ 28 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน กล่าวถึงความคืบหน้าการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ว่า ที่ผ่านมาอัตราค่าไฟปรับสูงขึ้นจากค่าเอฟที (FT) ซึ่งอ้างอิงราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ผันผวนตามตลาดโลก โดยเฉพาะเมื่อเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำให้ราคาก๊าซพุ่งสูง ส่งผลโดยตรงต่อค่าไฟของประเทศ เนื่องจากไทยยังพึ่งพาการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซเป็นหลัก
นายเอกนัฏระบุว่า การปรับสูตรค่าไฟใหม่ครั้งนี้ จะช่วยลดค่าไฟทั้งระบบได้ราว 30-40% โดยยืนยันว่าเป็นมาตรการที่มุ่งช่วยเฉพาะกลุ่มครัวเรือนประชาชนประมาณ 23 ล้านรายเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้ไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม หรือผู้ใช้ไฟฟ้าระบบ TOU (Time of Use)
สำหรับข้อกังวลเรื่องการคิดค่าไฟเกิน 400 หน่วยจะต้องจ่ายในอัตรา 5 บาทต่อหน่วยทั้งหมดนั้น นายเอกนัฏชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง โดยระบบใหม่จะเป็นลักษณะ “ขั้นบันได” คล้ายภาษี โดยค่าไฟเฉลี่ยปัจจุบันอยู่ที่ 3.88 บาทต่อหน่วย และเมื่อใช้ไฟเกิน 200 หน่วย ประชาชนยังจะได้รับประโยชน์จากอัตราที่ลดลง
“ผู้ใช้ไฟใน 200 หน่วยแรกจะได้รับประโยชน์เต็มที่ ค่าไฟลดลงประมาณ 20% ส่วนผู้ใช้เกิน 200 หน่วย จะยังได้อานิสงส์จากอัตรา 200 หน่วยแรก ซึ่งถูกลงราว 10%” นายเอกนัฏกล่าว
รมว.พลังงานยังเปิดเผยว่า ในวันนี้จะนำวาระด้านพลังงาน ซึ่งถือเป็นวาระแห่งชาติ เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครอบคลุมทั้งการปรับโครงสร้างค่าไฟ การส่งเสริมโซลาร์รูฟท็อป ซึ่งจะลดขั้นตอนอนุมัติจากหลายหน่วยงานเหลือจุดเดียว ใช้เวลาไม่เกิน 30 วัน พร้อมสนับสนุนแหล่งเงินทุนแบบผ่อนชำระในอัตราต่ำ โดยรัฐจะรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินในราคาที่สูงกว่าที่ซื้อจากโซลาร์ฟาร์ม
นอกจากนี้ ยังมีแผนส่งเสริมการใช้จักรยานไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในหน่วยงานรัฐ รวมถึงการปรับลดค่าไฟอย่างยั่งยืน ผ่านการทบทวนและแก้ไขสัญญาโครงสร้างค่าไฟเดิมที่ถูกมองว่าเป็น “สัญญาระยะยาวที่ไม่เป็นธรรม”
นายเอกนัฏกล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐบาลจะเร่งลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติและการนำเข้าพลังงานราคาแพง พร้อมผลักดันพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นทางเลือกหลัก หากทุกภาคส่วนร่วมกันใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น จะช่วยลดค่าไฟให้กับประชาชนได้อย่างยั่งยืน โดยคาดว่าหากผ่านความเห็นชอบจาก ครม. และคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) แล้ว มาตรการดังกล่าวจะเริ่มมีผลในรอบบิลเดือนมิถุนายนนี้ทันที



















