ใครจะเชื่อ! ว่า… กระแสดราม่า “ทุเรียน ลูกละ 100 บาท” ได้กลายเป็นเรื่องทอล์คออฟเดอะทาวน์ แถมยังเป็นไวรัล เป็นเรื่องเสียดสี กลายเป็นเรื่องที่ตลาดทุเรียน สวนทุเรียน ต้องออกมาลดราคาทุเรียนแบบสุด ๆ เพื่อกระชากใจคนซื้อ
บรรดาพ่อค้าแม่ค้าทุเรียนตัวจริง เสียงจริง ต่างออกมา “แซะ” ว่า ทุเรียนลูกละร้อย เป็นไปไม่ได้ แถมยังทำลายวงจรการตลาดทุเรียนแบบย่อยยับ
เอาจริง ๆ เรื่องนี้ทำให้สุดท้ายแล้ว “ผู้บริโภค” สามารถเลือกที่จะบริโภคทุเรียนในราคาที่พอใจได้ แต่ก็ต้องยอมรับสภาพว่าราคากับคุณภาพที่ได้ ก็ต้องไปในทิศทางเดียวกัน
เพราะอย่าลืมว่าในโลกแห่งความเป็นจริง ของดี ของถูก ไม่มีในโลกใบนี้อยู่แล้ว แต่! อยู่ที่ว่า จุดความพอดี ความพอใจ ของทั้งสองฝ่ายจะอยู่ตรงไหน ก็เท่านั้น!!
เอาเป็นว่า…เหตุเกิดแล้ว ก็ได้แต่ตามแก้ไข แก้ตัว แล้วตบเรื่องราวทั้งหมดให้เข้าระบบ!
แต่ในแง่มุมของผู้ออกนโยบายอย่าง “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แล้ว อาจต้องฉุกคิดสักนิด ก่อนใช้ความถนัดในการสร้างโอกาส

เพราะอย่าลืมว่าก่อนหน้านี้ “รองฯแต๋ม” ก็เจอกระแส “ดราม่าล้งมะพร้าว” ไปก่อนหน้านี้ หลังราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำอย่างหนัก จนถูกตั้งคำถามถึงแนวทางการบริหารจัดการตลาดและการส่งออก
จนมีกระแสข่าวว่าบรรดาล้งมะพร้าวกว่า 200 แห่ง ออกมาขู่งดรับซื้อมะพร้าว เพื่อตอบโต้มาตรการตรวจเข้ม ขณะที่รองฯแต๋ม ผุดไอเดียตั้ง “ล้งกลาง”ขึ้นมา จนกลายเป็นกระแสอย่างหนักในโลกโซเชียล
ต่อเนื่องมาด้วยเรื่องของ “ปาล์มน้ำมัน” ที่กลายเป็นเรื่องร้อน เมื่อเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เรื่องโครงสร้างราคาและความไม่สมดุลระหว่างต้นทุนการผลิตกับราคาที่เกษตรกรได้รับ
โดยในที่ประชุมสมาชิกวุฒิสภา (สว.) รองฯแต๋ม ก็พยายามชี้แจง พยายามอธิบายความให้บรรดาสมาชิกสภาสูง รับทราบถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันปาล์มดิบ แถมยืนยันไม่ได้ห้ามส่งออก
แถมสวนกลับกรณีที่สว.อ้างว่า กระทรวงพาณิชย์ “นั่งเทียน” ตรวจสต๊อกน้ำมันปาล์ม โดยระบุว่า ควรให้เกียรติกัน ทุกคนทำงานเต็มที่ การพูดแบบนี้ไม่สร้างสรรค์
เอาเป็นว่า… ในแต่ละเรื่องที่เป็นไวรัล เป็นดราม่า นั้นไม่ใช่เรื่องผิดใดๆ เพราะหากดูวัตถุประสงค์ หรือเป้าหมายแล้ว “รองฯแต๋ม” ก็ทำเพื่อชาติ ก็ต้องการช่วยชาวสวน ให้สามารถขายทุเรียนให้ได้ทั้งหมด

เพราะหากไม่ทำอะไร ไม่ทำหน้าที่ ไม่ดูแล อีกไม่นานนัก ปริมาณทุเรียนกว่า 2 ล้านตัน จะเริ่มออกสู่ตลาด แล้วจะทำอย่างไรกัน ตลาดมีเพียงพอรองรับหรือไม่?
หากไม่หาทางระบายออกให้ได้โดยเร็วที่สุด สุดท้าย! ผลกรรม ก็ตกไปอยู่ที่ชาวสวนเอง ที่ต้องแบกรับภาระราคาตกต่ำ เข้าให้อีก ดังนั้น ในแง่ของกระทรวงพาณิชย์แล้ว ก็ต้อง “รุก” ในการทำตลาดทั้งในและต่างประเทศ
ส่วนทุเรียนลูกละร้อย ก็เป็นเรื่องของเทคนิค เรื่องทำโปรโมชั่น ของร้านค้า “พิมรี่พาย” เจ้าแม่แห่งวงการอยู่แล้ว ก็อย่างที่เห็น ลูกละร้อยก็เป็นลูกเล็ก ขนาดไม่ถึง 2 กิโลกรัม และเป็นเกรดที่เรียกกันว่า “ทุเรียนป๊อกแป๊ก”
ขณะที่ร้านค้า ของ พิมรี่พาย ก็มีมากมายหลายไซส์ หลายยี่ห้อ หลายราคา ใช่ว่า จะขายทั้งหมดในราคาลูกละร้อยบาท แต่ถ้าถามว่า มีหรือไม่? ก็มี…
แต่จะมีกี่คนที่ได้ซื้อได้กินทุกเรียนลูกละร้อยบาท ก็อีกเรื่อง แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่า มีให้เห็นจริง ส่วน “พิมรี่พาย” ก็ระบุชัดเจน ว่าตัวเองต้องขาดทุนจากเรื่องนี้ไปอย่างน้อยก็ 10 ล้านบาท
เรื่องราวของดราม่าทุเรียน ยังลุกลามกลายเป็นว่าต้องมีการตั้งกระทู้ถามสด พร้อมเตรียมตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาแก้ไขปัญหาราคาพืชผล เพราะแก้ไขปัญหาไม่ถูกจุด โดยเกาไม่ถูกที่คัน
มาจนถึงเวลานี้ปฎิเสธไม่ได้ว่า สารพัดดราม่าที่เกิดขึ้น ก็ถือเป็นจุดหนึ่งของการเริ่มเกมการเมือง ที่เชื่อว่าประชาชนคนไทยต่างก็เคยชินกันอยู่แล้ว ซึ่งจะไปโทษฝ่ายการเมืองก็ไม่ได้ ก็ในเมื่อมี “ช่อง” ให้แซะ
ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับความจริงว่า ปัญหาเรื่องพืชผลทางการเกษตร เกิดขึ้นมาทุกปี ก็…ใช่ว่ารัฐบาลไหนจะสามารถแก้ไขปัญหาแบบเบ็ดเสร็จได้
เดี๋ยวก็ข้าว เดี๋ยวก็อ้อย เดี๋ยวก็มันสำปะหลัง เดี๋ยวก็ผลไม้ แก้เวียนวน วนในอ่างแบบนี้มานานแสนนาน ก็ต้องมารอดูกันว่า รองฯแต๋มและรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล จะโชว์ฝีมือให้เห็นได้แค่ไหน?
……………………………………
คอลัมน์ : EC Focus by Virgo



















