‘ศุกจี’ คิกออฟ ‘ไทยช่วยไทย’ ผนึก ‘กรมการปกครอง’ เปิด 878 อำเภอทั่วประเทศ เป็นจุดขายสินค้าราคาประหยัด ลดค่าครองชีพประชาชน ดันสินค้า SME-ชุมชนเข้าถึงตลาด พร้อมเดินหน้าเฟสต่อไป ส่ง ‘รถพุ่มพวง’ กระจายของถึงชุมชนทั่วไทย ด้าน ‘นฤชา’ เผยมีผู้สนใจกว่า 30,000 ราย พร้อมเปิดลงทะเบียน 1-7 พ.ค. นี้
วันที่ 1 พฤษภาคม 69 ที่ตลาดบางใหญ่ อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวถึงการเปิดงานไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ
นางศุภจี กล่าวว่า วันนี้เรามาเปิดตัวสินค้าไทยช่วยไทย กระจายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาพิเศษให้ทั่วประเทศ เราเปิดครั้งแรกวันที่ 1 เมษายน วันนี้จะกระจายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาพิเศษทั่วประเทศ เราทำไปแล้ว 300 จุด เอาสินค้าชุมชน SME เข้าระบบออนไลน์ วันที่ 11 เมษายน และทำอย่างต่อเนื่อง เพราะความตั้งใจของเราคือลดค่าครองชีพ สินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นในราคาประหยัดให้กับประชาชน และสร้างรายได้ให้กับชุมชนและคนตัวเล็กตัวน้อย นายกรัฐมนตรี สั่งการว่าขอให้กระทรวงมหาดไทยมาช่วยเสริม เริ่มกันวันนี้ 1 พฤษภาคม ที่เราจะเปิดสินค้าไทยช่วยไทยทั่วประเทศ ด้วยกลไกของอำเภอ

นายนฤชา กล่าวว่า เราเริ่มโครงการระดับอำเภอ เราได้รับความร่วมมือจากทุกอำเภอทั่วประเทศ 878 อำเภอ เป็นจุดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด และสินค้าจากห้างชั้นนำ รวมถึงชุมชนในแต่ละพื้นที่ ถือเป็นโอกาสดีที่สองกระทรวงได้ร่วมงานกัน ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยเหลือประชาชนในนามของรัฐบาล
นางศุภจี ระบุว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า มีความตั้งใจต่อเนื่องที่จะนำเอาสินค้า SME สินค้าชุมชน เข้ามาขายเป็นสินค้าทางเลือกตลอดทั้งปี ซึ่งจะมีการร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ในเรื่อง อย. กระทรวงอุตสาหกรรม ยกระดับคุณภาพสินค้า SME สำหรับเฟสถัดไปจะมีการเติมรถเคลื่อนที่ หรือรถพุ่มพวง
อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวเสริมว่า รถพุ่มพวงเปรียบเสมือนการกระจายสินค้าให้ถึงมือประชาชน ในระดับชุมชน เราได้เริ่มสำรวจมีประชาชนที่สนใจ 30,000 กว่าราย อยู่ระหว่างการคัดสรรเรื่องความเหมาะสม วันนี้เป็นวันแรก โดยวันที่ 1-7 พฤษภาคม เราจะรับลงทะเบียนผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ เพื่อคัดรถพุ่มพวงที่มีคุณภาพมาตรฐานเข้าสู่ระดับชุมชน

นางศุภจี กล่าวต่อว่า รัฐบาลจะมีบัตรเติมน้ำมันให้กับรถพุ่มพวง เพื่อช่วยเหลือด้านค่าขนส่ง เป็นการกระจายสินค้าให้เข้าถึงทุกพื้นที่ให้ได้มากที่สุด โดยจุดที่รับส่งสินค้าจะเป็นที่อำเภอ ซึ่งเราจะเปิดตลาดทุกวันศุกร์ แล้วจะเปิดที่ไปรษณีย์ ภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะเอาไปไปรษณีย์ทั่วประเทศเป็นแหล่งรวบรวมและกระจายสินค้าให้กับรถพุ่มพวง เราไม่ได้ดูในเรื่องของการลดค่าครองชีพอย่างเดียว ยังหาสินค้าที่มีคุณภาพ และยังดูแลการสร้างรายได้ให้กับคนตัวเล็กตัวน้อย และในชุมชน
ส่วนกลไกการตลาดเราร่วมกันทำงาน ไม่ว่าผู้ประกอบการที่มีความแข็งแรง โมเดิร์นเทรดรายใหญ่ ทำงานร่วมกันกับโชห่วย ร้านค้าตัวเล็กตัวน้อยกระจายผ่านทุกช่องทาง เพื่อให้มีความสมดุล ผู้ประกอบการรายใหญ่ไม่เสียหาย ผู้ประกอบการรายเล็กสร้างรายได้ ไม่เสียระบบ



















