“อัครนันท์” เร่งยกเครื่องหลักสูตร สกร. ชี้ล้าหลังไม่ทันโลก สั่งเปลี่ยนสู่หลักสูตรใหม่ทั่วประเทศภายในปี 2570

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img


รมช.ศึกษาธิการ ยอมรับหลักสูตร สกร. บางส่วนยังใช้ของปี 2551 ล้าสมัย สั่งตั้งคณะกรรมการยกระดับคุณภาพ พร้อมเดินหน้าเปลี่ยนผ่านสู่หลักสูตร 2567 ครบทั่วประเทศ หวังยกระดับการศึกษาให้ทันยุค

เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 5 พฤษภาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ภายหลังมีการเปิดเผยข้อมูลถึงความล้าหลังของหลักสูตร โดยระบุว่า ได้สั่งการให้ เกศทิพย์ ศุภวานิช ชี้แจงเหตุผลที่ยังใช้หลักสูตรเดิม รวมถึงการตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อแก้ไขปัญหา

นายอัครนันท์กล่าวว่า ปัจจุบัน สกร. มีหลักสูตรอยู่ 2 ฉบับ คือหลักสูตรปี 2551 และปี 2567 ซึ่งหลักสูตรใหม่ได้ทดลองใช้แล้วใน 12 จังหวัด แต่จากการลงพื้นที่ เช่น จังหวัดชัยภูมิ พบว่ายังมีการใช้หลักสูตรปี 2551 ที่มีเนื้อหาล้าสมัย ไม่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก

“วันนี้เราต้องทันโลก ทันสถานการณ์ เพราะมีผู้เรียนใน สกร. ปีละกว่า 800,000 คน หากหลักสูตรไม่มีคุณภาพหรือมาตรฐาน จะกลายเป็นปัญหาในระยะยาว” นายอัครนันท์กล่าว

สำหรับแผนการพัฒนา ระบุว่าในวันที่ 9–10 พฤษภาคม จะเริ่มกระบวนการย้ายผู้เรียนจากหลักสูตรเดิมเข้าสู่หลักสูตรปี 2567 และคาดว่าในภาคเรียนที่ 1 ปี 2570 จะสามารถปรับใช้หลักสูตรใหม่ได้ครบทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ยังได้ตั้งคณะกรรมการตรวจรับหนังสือ และคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานคุณภาพหนังสือ เพื่อยกระดับเนื้อหาการเรียนรู้ให้มีคุณภาพและทันสมัย โดยย้ำว่าจะไม่มีการปล่อยปละละเลยอีกต่อไป พร้อมผลักดันให้เป็นมาตรฐานระยะยาวของระบบการศึกษา

นายอัครนันท์ยังกล่าวถึงการทำงานร่วมกับอธิบดี สกร. ว่า เป็นไปอย่างราบรื่น มีแนวนโยบายสอดคล้องกัน และให้ความสำคัญกับการทำงานอย่างเป็นอิสระควบคู่กับการประสานงานอย่างใกล้ชิด

ส่วนกรณีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชน เตรียมตั้งกระทู้ถามในสภานั้น นายอัครนันท์กล่าวว่า พร้อมชี้แจง และขอบคุณที่ให้ความสำคัญกับประเด็นการศึกษา โดยเชื่อว่าความร่วมมือระหว่างฝ่ายค้านและรัฐบาลจะช่วยพัฒนานโยบายได้ดียิ่งขึ้น

เมื่อถูกถามถึงกระแสกดดันทางการเมืองที่อาจกระทบตำแหน่งรัฐมนตรี นายอัครนันท์กล่าวพร้อมรอยยิ้มว่า จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพราะเชื่อว่าหากวางรากฐานการศึกษาได้ดีในวันนี้ ประเทศไทยจะได้รับประโยชน์ในระยะยาว แม้อาจไม่ถูกใจทุกฝ่ายในปัจจุบันก็ตาม.

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img