ฝ่ายค้านแท็กทีม! ยื่น “ศาลรัฐธรรมนูญ” สกัด พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้ชัดขัด รธน. ไร้ความจำเป็นเร่งด่วน

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“สาทิตย์” นำทีม 4 พรรคร่วมฝ่ายค้าน เตรียมยื่นหนังสือถึง “ประธานสภาฯ” พรุ่งนี้ ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.ก.กู้เงินพลังงาน 4 แสนล้านบาท ส่อขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 ระบุชัดไม่ใช่เรื่องด่วนที่ต้องกู้ แฉรัฐบาลเอาความเดือดร้อนประชาชนเป็นตัวประกัน

วันที่ 10 พ.ค.2569 นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ในวันจันทร์ที่ 11 พ.ค. เวลา 12.00 น. พรรคร่วมฝ่ายค้านได้นัดหมายกับนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เพื่อยื่นคำร้องให้ประธานรัฐสภาส่งคำร้องของสส.ฝ่ายค้าน ที่เข้าชื่อกันส่งศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่า มติครม.ที่เห็นชอบ พระราชกำหนดให้กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. … วงเงิน 4 แสนล้านบา ซึ่งฝ่ายค้านเห็นว่า พระราชกำหนดดังกล่าวไม่เข้าข่ายความจำเป็นเร่งด่วนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172
นายสาทิตย์เปิดเผยว่า ขณะนี้คำร้องและลายเซ็นสส.พรรคฝ่ายค้านเกือบครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว โดยสส.ประชาธิปัตย์ทั้ง 21 คนร่วมลงชื่อกันครบ และสส.พรรคประชาชน ทำให้ได้รายชื่อสส.เกิน 100 คนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 173
“จะมีสส.ฝ่ายค้านพรรคอื่นร่วมลงชื่อด้วยอาทิเช่น พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และจะมีสส.พรรคไทรวมพลัง อีกบางส่วนมาลงชื่อด้วย ส่วนของพรรคไทยภักดี ยังไม่ได้รับการประสานว่าทางนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม จะร่วมลงชื่อด้วยหรือไม่ ซึ่งเมื่อยื่นวันจันทร์นี้ จะทำให้สภาฯ ไม่สามารถพิจารณาพ.ร.ก.ดังกล่าวได้ จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยเสร็จ ”
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ย้ำว่า รายละเอียดคำร้องจะชี้ให้เห็นว่าการออกพระราชกำหนดดังกล่าว ที่แบ่งเงินออกเป็นสองส่วน แต่ที่เป็นไฮไลท์หลักคือเงินก้อนที่สอง อีกสองแสนล้านบาท ที่เป็นเรื่องของการนำเงินไปใช้ด้านพลังงาน(ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพ) ถือเป็นไฮไลท์หลัก ในคำร้องคดีนี้เพราะเงินส่วนดังกล่าว มันไม่เข้าเงื่อนไขตามมาตรา 172 เพราะไม่ใช่ความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องใช้เงินทันที หากไม่ใช้แล้วจะเกิดผลกระทบความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เพราะการปรับโครงสร้างพลังงานเป็นเรื่องระยะยาวและระยะกลางที่สามารถทำได้ในงบปกติไม่จำเป็นต้องใช้เงินกู้ตามพ.ร.ก.
เมื่อถามถึงกรณีฝ่ายรัฐบาลอาจจะอ้างว่า การยื่นคำร้องดังกล่าวทำให้นโยบาย-โครงการที่รัฐบาลวางไว้และต้องใช้เงินจากพ.ร.ก.ดังกล่าวเช่น ไทยช่วยไทยพลัส หรือคนละครึ่งพลัส เฟสสอง ที่ประชาชนรอลงทะเบียนร่วมยี่สิบล้านคน อาจต้องชะลอออกไปก่อน นายสาทิตย์ กล่าวว่า แบบนี้ก็คือการเอาความเดือดร้อนประชาชนเป็นตัวประกัน ซึ่งตอนหาเสียงที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทยไม่ได้บอกว่าจะกู้เงินมาทำคนละครึ่ง ตอนที่ส่งนโยบายให้กกต. โดยบอกว่าจะใช้งบแค่สี่หมื่นกว่าล้านบาท แต่มาตอนนี้จะใช้เงินร่วมแสนล้านบาท
ทั้งนี้ พรรคไทรวมพลัง มีสส.จำนวนหกคน โดยเป็นพรรคซึ่งไม่ได้ร่วมแถลงข่าวสนับสนุนนายอนุทิน เป็นนายกฯ เหมือนพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลในปัจจุบัน แต่ว่าตอนโหวตนายกฯ สส.พรรคไทรวมพลัง หกเสียง ได้ร่วมโหวตสนับสนุนให้นายอนุทินเป็นนายกฯด้วย แต่ไม่ได้รับโควตารัฐมนตรีแต่อย่างใด
ทั้งนี้ แม้จะมีการโปรดเกล้าฯ พ.ร.ก.ดังกล่าวออกมาแล้วเมื่อ 9 พ.ค. แต่หากประธานสภาฯ ส่งคำร้องของฝ่ายค้านไปให้สำนักงานศาลรธน.ภายในก่อนวันพุธที่ 13 พ.ค.ที่เป็นวันหยุดราชการ วันพืชมงคล ก็ต้องดูว่าทางที่ประชุมตุลาการศาลรธน.จะมีการประชุมกันในสัปดาห์นี้ เลยหรือไม่ เพื่อนำคำร้องดังกล่าวมาพิจารณาลงมติว่าจะรับหรือไม่รับคำร้องคดีดังกล่าวแต่อย่างใด
ทั้งนี้ พบว่าส่วนใหญ่คำร้องเกี่ยวกับการออกพระราชกำหนดการกู้เงินฯ รวมถึงพ.ร.ก.อื่นๆ ที่มีการส่งให้ศาลรธน.วินิจฉัย  พบว่าศาลรธน.รับคำร้องไว้วินิจฉัยทั้งหมด แม้จะมีการโปรดเกล้าฯ พ.ร.ก.ลงมาแล้ว
โดยหลังศาลรธน.รับคำร้องไว้วินิจฉัย รธน.มาตรา 173 บัญญัติว่า ศาลรธน.ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในไม่เกิน 60 วัน หลังรับคำร้อง อันแตกต่างจากคำร้องคดีประเภทอื่นๆ เพราะถือว่าพ.ร.ก.เป็นเรื่องเร่งด่วน ทำให้ ศาลรธน.จะมีคำวินิจฉัยคดีดังกล่าวภายในไม่เกินกลางเดือนก.ค.นี้

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img