“ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ขอบคุณทุกคะแนนเสียง พร้อมประกาศเดินหน้าทำงานทันทีหลัง กกต.รับรองผลเลือกตั้ง ย้ำผู้ว่าฯ กทม.ต้องรับใช้ประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียม เร่งจัดทำแผนยุทธศาสตร์จาก 260 นโยบาย วางแผน 100 วันแรก เน้นแก้ปัญหายาก ชูความโปร่งใสและปราบคอร์รัปชันเป็นวาระสำคัญ พร้อมเปิดกว้างจับมือทุกฝ่ายร่วมพัฒนากรุงเทพฯ
เมื่อเวลา 20.10 น. วันที่ 28 มิถุนายน ที่สเตเดียมวัน เขตปทุมวัน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงภายหลังผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการปรากฏว่าได้รับคะแนนมาเป็นอันดับหนึ่ง โดยกล่าวขอบคุณประชาชนทุกคนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง พร้อมย้ำว่าการเลือกตั้งครั้งนี้สะท้อนความงดงามของระบอบประชาธิปไตย
นายชัชชาติ กล่าวว่า ขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่ประชาชนมอบให้ และหากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลการเลือกตั้งแล้ว จะเดินหน้าทำงานทันที โดยนำ 260 นโยบายที่ประกาศไว้มาแปลงเป็นแผนยุทธศาสตร์ จัดลำดับความสำคัญ และกำหนดแผนปฏิบัติการในช่วง 100 วันแรก
“เรื่องแรกต้องทำเรื่องที่ยากก่อน เพราะใช้เวลานาน ทั้งเรื่องกฎหมายและการดำเนินงาน สิ่งที่ประชาชนกังวลในช่วงเลือกตั้งคือเรื่องความโปร่งใสและการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งต้องเดินหน้าทำอย่างเข้มข้น เพื่อไม่ให้ประชาชนผิดหวัง” นายชัชชาติ กล่าว
พร้อมยืนยันว่า ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ทีมงานทำงานอย่างเต็มที่ และในอีก 4 ปีข้างหน้าจะยิ่งทำงานอย่างเข้มข้นมากขึ้น โดยทุกนโยบายที่ประกาศไว้ถือเป็นพันธสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน และสามารถตรวจสอบได้ผ่านช่องทางของทีมชัชชาติ
นายชัชชาติ เปิดเผยด้วยว่า ก่อนแถลงข่าวประมาณ 1 ชั่วโมง ได้รับโทรศัพท์จากนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร (ดร.โจ) ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชน ซึ่งได้พูดคุยและแลกเปลี่ยนนโยบายร่วมกัน โดยยอมรับว่านโยบายของทุกพรรคมีหลายเรื่องที่น่าสนใจ โดยเฉพาะด้านศูนย์เด็กเล็กและการป้องกันน้ำท่วม ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดร่วมกันได้
“ไม่ว่าใครจะเข้ามา ทุกคนผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว ถือเป็นพันธมิตรในการพัฒนาเมือง ทุกคะแนนเสียงมีคุณค่า ไม่ว่าประชาชนจะเลือกใครก็ตาม เราต้องช่วยกันหาคำตอบที่ดีที่สุดให้กับกรุงเทพมหานคร”
นายชัชชาติ กล่าวว่า แม้ผลคะแนนจะเป็นที่น่าพอใจ แต่ยังต้องรอการรับรองอย่างเป็นทางการจาก กกต. พร้อมระบุว่า สิ่งที่น่ายินดีคือสัดส่วนคะแนนเสียงครั้งนี้สูงกว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา โดยมีประชาชนลงคะแนนให้กว่า 61%
“ผมมายืนอยู่ตรงนี้ไม่ได้ด้วยตัวคนเดียว ทุกอย่างเกิดจากทีมงาน ทีมซัพพอร์ต และสื่อมวลชนที่ช่วยสื่อสารนโยบาย กรุงเทพมหานครจะเดินหน้าได้เพราะพวกเราทุกคน ไม่ใช่เพราะชัชชาติหรือคนใดคนหนึ่ง ทุกคนต้องจับมือกัน เพื่อผลักดันให้กรุงเทพฯ ก้าวสู่การเป็นมหานครชั้นนำที่สามารถแข่งขันกับเมืองสำคัญของโลกได้”
นายชัชชาติ ยอมรับว่า แม้จะเป็นการลงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เป็นครั้งที่สอง แต่ยังรู้สึกตื่นเต้น เพราะมองว่าชัยชนะไม่ใช่เรื่องของความสำเร็จส่วนตัว หากแต่เป็นความไว้วางใจและคำสั่งจากประชาชนที่มาพร้อมภารกิจอันหนักหน่วง
“ผมบอกทีมงานว่าคืนนี้ฉลองได้คืนเดียว พรุ่งนี้ต้องเริ่มทำงานทันที ต้องจัดลำดับความสำคัญ ประชุมทีมงาน ประชุมข้าราชการ ถ่ายทอดรายละเอียดการทำงาน เพื่อให้ทุกคนเห็นเป้าหมายเดียวกันตั้งแต่วินาทีแรก”
นอกจากนี้ นายชัชชาติ ยังกล่าวขอบคุณนายแสนปิติ สิทธิพันธุ์ หรือ “น้องแสนดี” บุตรชาย ที่คอยอยู่เคียงข้างและเป็นกำลังใจมาตลอด พร้อมยืนยันว่าจะร่วมกันผลักดันนโยบายเพื่อพัฒนากรุงเทพมหานครต่อไป
เมื่อถูกถามถึงการหาเสียงที่เผชิญกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตลอดช่วงที่ผ่านมา นายชัชชาติ กล่าวว่า ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา มีทั้งข้อชื่นชมและข้อวิจารณ์ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของผู้ดำรงตำแหน่งสาธารณะ สิ่งสำคัญคือการชี้แจงข้อเท็จจริงและปรับปรุงการทำงานให้ดียิ่งขึ้น เพื่อรักษาความไว้วางใจจากประชาชน
สำหรับเป้าหมายการพัฒนากรุงเทพมหานครในอีก 4 ปีข้างหน้า นายชัชชาติ ระบุว่า จะมุ่งพัฒนาใน 3 มิติหลัก ได้แก่ การยกระดับคุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม และการศึกษา ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารเมือง ดึงดูดการลงทุน และสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างทั่วถึง
เมื่อถามถึงการร่วมงานกับผู้สมัครจากพรรคการเมืองต่าง ๆ นายชัชชาติ กล่าวว่า พร้อมเปิดกว้างรับฟังทุกฝ่าย โดยเฉพาะนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน พร้อมทั้งเชื่อว่าจะสามารถทำงานร่วมกับสมาชิกสภากรุงเทพมหานครจากทุกพรรคได้ในอนาคต
ส่วนภารกิจแรกหลัง กกต.รับรองผลการเลือกตั้ง นายชัชชาติ ระบุว่า จะเร่งแปลงนโยบายทั้งหมดให้เป็นแผนยุทธศาสตร์ที่สามารถปฏิบัติได้จริง โดยกำหนดตัวชี้วัด (KPI) และเป้าหมายการดำเนินงาน (OKR) ของแต่ละหน่วยงาน เพื่อให้เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครกว่า 80,000 คน เดินหน้าไปในทิศทางเดียวกันตั้งแต่วันแรกของการปฏิบัติงาน
สำหรับการแต่งตั้งทีมที่ปรึกษาและรองผู้ว่าฯ กทม. นายชัชชาติ กล่าวว่า จะหารือร่วมกับทีมงานอีกครั้ง โดยยืนยันว่าทุกคนที่เข้ามาร่วมงานไม่ได้หวังตำแหน่งหรืออำนาจ แต่ต้องการนำความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์มาช่วยแก้ไขปัญหาให้กรุงเทพมหานคร
“4 ปีข้างหน้าไม่ใช่เรื่องง่าย เราต้องตอบแทนความไว้วางใจของประชาชนให้ได้ ต้องทำงานหนัก ทำงาน ทำงาน ทำงาน นี่คือคีย์เวิร์ดสำคัญของเรา และต้องนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ เพื่อให้ทำงานน้อยลง แต่ได้ผลลัพธ์ที่มากขึ้น” นายชัชชาติ กล่าวทิ้งท้าย




















