ยุทำ‘รธน.ใหม่’ปิดทางนักการเมืองทุจริต! หลัง‘ภาครัฐ’รับไม่ได้‘กกร.’แฉมีติดสินบน

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“เทพไท” ฉายภาพชัด “สส.ซื้อเสียง-ขรก.ซื้อตำแหน่ง” จึงต้องถอนทุนคืน เรียกรับผลประโยชน์ มีการติดสินบนกัน ตามที่ “กกร.” สำรวจความเห็น แต่ “ภาครัฐ” กับรับไม่ได้ แถลงตอบโต้ ขู่จะฟ้องร้องดำเนินคดี “กกร.” ชี้ปัญหาทุจริตคอรัปชั่นจะยับยั้งได้ ควรทำ “รธน.ฉบับใหม่” ปิดทางนักการเมืองทุจริต-ซื้อเสียง

เมื่อวันที่ 18 พ.ค.69 นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมืองอิสระ และอดีต สส.นครศรีธรรมราช แสดงความเห็นเรื่อง “สส.ซื้อเสียง : ข้าราชการซื้อตำแหน่ง : ถอนทุนคืน” มีรายละเอียดว่า…“หลังจากคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ “กกร.” ได้ทำการสำรวจสอบถามความคิดเห็นของภาคเอกชน เกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของหน่วยงานราชการหรือภาครัฐ พบว่า มีหน่วยงาน มีกรมต่าง ๆ เกี่ยวข้องกับการรับผลประโยชน์ มีการติดสินบนกัน หลังจากการสำรวจของ “กกร.” ออกมาเผยแพร่ จึงทำให้กรมฯ หรือหน่วยงานภาครัฐบางหน่วย ได้ตั้งโต๊ะแถลง ชี้แจงตอบโต้ ท้าทายและประกาศจะฟ้องร้องดำเนินคดีกับ “กกร.”

จึงมีคำถามทางสังคมออกมาแสดงความคิดเห็นเรื่องนี้ว่า ผู้คนในสังคมจะเชื่อถือผลการสำรวจของ “กกร.” หรือจะเชื่อในคำชี้แจง หรือการปฏิเสธของหน่วยงานภาครัฐ ถ้าเมื่อดูฝ่ายการเมืองหรือผู้รับผิดชอบในด้านนโยบาย ตั้งแต่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ออกมาแสดงความคิดเห็น และมีแนวโน้มว่า จะเชื่อข้อมูลของฝ่ายราชการหรือหน่วยงานรัฐ ในขณะที่ประชาชนทั่วไป เชื่อในผลการสำรวจของ “กกร.” เป็นส่วนใหญ่

สำหรับผมในฐานะนักวิเคราะห์การเมือง เชื่อในผลการสำรวจของ “กกร.” เพราะเห็นว่าเป็นองค์กรภาคเอกชน ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง การทำการสำรวจเรื่องความโปร่งใส ก็เพียงหวังเพื่อนำข้อมูลไปยื่นต่อรัฐบาล ให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น เรียกเงินสินบน รับเงินใต้โต๊ะ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่สำหรับนักลงทุน แต่รัฐบาลหรือผู้นำรัฐบาลกลับให้ท้าย หรือชี้ช่องให้ฝ่ายราชการเล่นงานฟ้องร้อง “กกร.” ทั้งที่ควรจะไปแก้ไขดำเนินการจัดการกับผลการสำรวจของ “กกร.” ที่ระบุว่า ภาครัฐรับเรียกผลประโยชน์ และมีการติดสินบนกัน

ต้องยอมรับความจริงว่า สถานการณ์การทุจริตคอรัปชั่นของประเทศไทย มีเพิ่มสูงขึ้นเป็นลำดับ ยิ่งในยุคนี้เชื่อว่า ดัชนีการทุจริตคอรัปชั่นจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากการเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองของนักการเมือง เพื่อมาเป็นรัฐบาลมาเป็นผู้บริหารสูงสุด เมื่อมาจากการ “ซื้อเสียง” เป็นส่วนใหญ่ มีการลงทุนด้วยจำนวนเงินอย่างมหาศาล พรรคการเมืองเกือบทุกพรรค ใช้เงินในการหาเสียงระดับพันล้านบาทถึงหมื่นล้านบาท เพราะฉะนั้นเมื่อได้รับการเลือกตั้งมาแล้ว ทุกพรรคก็มุ่งเน้นจะเข้าสู่การจัดตั้งรัฐบาล เพื่อจะถอนทุนคืนทั้งนั้น

ในขณะเดียวกัน “ข้าราชการ” ก็วิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่ง เมื่อมีการซื้อขายตำแหน่งกัน มีการลงทุนกัน ย่อมมีการถอนทุนคืน วงจรการทุจริตคอร์รัปชั่น จึงวนเวียนกันไป จากฝ่ายการเมืองถอนทุน ข้าราชการซื้อขายตำแหน่ง แล้วก็ถอนทุนคืน จึงกลายเป็นวงจรอุบาทว์ ในการทุจริตคอรัปชั่นของประเทศไทย ที่ไม่สามารถแก้ไขได้ ตราบใดที่การเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองยังมีการซื้อเสียง มีการลงทุนกัน

การแก้ปัญหายับยั้งการทุจริตคอร์รัปชั่นได้ระดับหนึ่ง คือการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กีดกันนักการเมืองทุจริต นักการเมืองซื้อเสียงเข้าสู่สภา และเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ถ้าสามารถสกัดนักการเมืองซื้อเสียงได้ ทำให้การเลือกตั้งสุจริตได้ ก็สามารถแก้ปัญหาการทุจริตของชาติได้ระดับหนึ่ง”

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img