“เทพไท”เสนอ 3 วิธีแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“เทพไท” เสนอ 3 วิธี “แก้ปัญหาคอร์รัปชั่น” ประเดิมด้วย “แก้ไขนักการเมืองเข้าสู่อำนาจ” ต่อด้วย “ปรับทัศนคติ-ค่านิยม” ของปชช.ต้องต่อต้านการโกงทุกรูปแบบ สุดท้าย “ต้องบังคับใช้ก.ม.” อย่างเคร่งครัด ไม่เล่นพรรคเล่นพวก

เมื่อวันที่ 21 พ.ค.69 นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมืองอิสระ และอดีต สส.นครศรีธรรมราช แสดงความเห็นเรื่อง “เสนอวิธีแก้การคอร์รัปชั่น” มีรายละเอียดว่า…“หลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้แต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานเพื่อต่อต้านการทุจริต (คตท.) เพื่อแก้ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นที่เกิดขึ้นในประเทศ มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดนี้ แต่งตั้งเพื่อแก้เกี้ยว หรือแต่งตั้งเพื่อเอาจริงเอาจังกับการปราบปรามการทุจริต หรือแต่งตั้งเพื่อกลบกระแสที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ หลังจากนายอนุทินได้พูดกับสื่อมวลชนพาดพิงไปยัง “กกร.” ว่า เมื่อกล้าที่จะเปิดเผยรายชื่อหน่วยงานภาครัฐเกี่ยวข้องกับการทุจริตรับสินบน ถ้าหากไม่เป็นความจริง ก็ต้องพร้อมรับการถูกฟ้องกลับด้วย

แต่อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการ คตท.เพื่อที่จะปราบปรามการทุจริตที่เกิดขึ้นในประเทศ นับวันที่จะเกิดขึ้นมากมาย และเป็นกระแสความรู้สึกของประชาชน เห็นจากการสำรวจของ “KPI Poll สถาบันพระปกเกล้า” ที่ประชาชนต้องการให้รัฐบาลแก้ปัญหาการทุจริตสูงถึง 60.7% และผลการสำรวจของ “สวนดุสิตโพล” ประชาชนต้องการให้รัฐบาลแก้ปัญหาการทุจริตอยู่ในลำดับต้นเช่นเดียวกัน

ในฐานะเป็นนักวิเคราะห์การเมืองเห็นว่า การที่นายอนุทินแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานเพื่อต่อต้านการทุจริต หรือ คตท. อาจจะเป็นการแต่งตั้งเพื่อให้เกิดภาพลักษณ์ของรัฐบาลว่า เอาจริงเอาจังกับการปราบปรามการทุจริต แต่ผลสำเร็จในการปราบปรามหรือป้องกันจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่การตั้ง คตท.ที่มีภาคเอกชนเข้าร่วมด้วย ก็น่าจะเป็นการป้องกันและปราบปรามการทุจริตที่ปลายเหตุ

จึงอยากเสนอแนวทางแก้ปัญหาการทุจริตของชาติ เริ่มต้นจากต้นเหตุใน 3 ส่วนคือ

1.แก้ไขจากนักการเมืองเข้าสู่อำนาจคือ การแก้ไขจากบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เมื่อผลประชามติ 21 ล้านเสียง ต้องการให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็เป็นโอกาสในการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ กำหนดการเข้าสู่อำนาจของนักการเมือง หรือ สส. ป้องกันไม่ให้นักการเมืองซื้อเสียง ทุจริตการเลือกตั้ง ถ้านักการเมืองไม่ซื้อเสียง ไม่ลงทุน การเข้าสู่อำนาจจะมีการทุจริตคอร์รัปชั่นน้อยลง แต่ถ้านักการเมืองหรือพรรคการเมืองลงทุนกันอย่างมโหฬาร ซื้อเสียงกันอย่างเปิดเผย หมดเงินกันพรรคละหลัก 1,000 ล้าน ถึง 10,000 บาท เมื่อเลือกตั้งเสร็จ ทุกพรรคก็หวังจะเข้ามาเป็นรัฐบาล เมื่อเป็นรัฐบาลแล้ว ก็ถอนทุนคืน จึงเป็นบ่อเกิดของการทุจริตคอร์รัปชั่น

เมื่อโอกาสที่จะทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว ก็ควรเขียนบทบัญญัติให้รัดกุม ให้การเมืองสุจริต ให้องค์กรอิสระเป็น “องค์กรอิสระจริง” ไม่ได้ถูกครอบงำจากฝ่ายการเมือง รวมไปถึงการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ต้องโปร่งใส และไม่มีการบล็อคโหวต หรือ ฮั้วสว.กัน

2.ต้องปรับทัศนคติหรือค่านิยมของประชาชน โดยยึดหลักของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่เรียกร้องให้คนไทยทุกคนต่อต้านการทุจริต ไม่ยกมือไหว้คนโกง ไม่คบค้าสมาคมกับคนทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งต้องสร้างค่านิยมและรณรงค์ให้เป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวาง เพราะปัจจุบันมีค่านิยมสนับสนุนหรือเอื้อต่อการทุจริต มีบางกลุ่ม บางพวกพยายามสร้างทัศนคติว่า “ถึงโกงก็ไม่เป็นไร” แต่ขอให้ทำงานให้กับประเทศชาติ หรือโกงบ้างก็ไม่เป็นไร แต่บริหารประเทศให้เศรษฐกิจดีขึ้น ซื้อเสียงก็ไม่เป็นไร จะไปถอนทุนในภายภาคหน้า แต่วันนี้เอาเงินไว้ก่อน มาจ่าย 1,000 บาท ก็รับแล้วเลือก ดีกว่าเลือกแบบไม่ได้อะไรตอบแทน

3.การบังคับใช้กฎหมายต้องเคร่งครัด และเอาจริงเอาจัง กฎหมายต้องศักดิ์สิทธิ์ โดยยึดหลักนิติรัฐนิติธรรม บังคับใช้กฎหมายต่อคนโกงคนทุจริต ไม่เล่นพรรคเล่นพวก องค์กรอิสระที่มีหน้าที่ปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น หรือตรวจสอบการทุจริต ต้องทำงานอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีข้อยกเว้น ไม่เล่นพรรคเล่นพวก

ถ้าหาก 3 เรื่องนี้สามารถทำได้ และมีประสิทธิภาพเพียงพอ น่าจะเป็นเงื่อนไขทำให้การทุจริตคอรัปชั่นในประเทศเบาบางลงได้ไม่มากก็น้อย และเชื่อว่าทั้ง 3 เรื่องนี้คือ การแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติตั้งแต่ต้นทาง”

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img