นายกฯ เป็นประธานมอบนโยบายในการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ย้ำผู้ว่าฯ – ผบก. 76 จังหวัด หน่วยความมั่นคงทุกระดับ มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาจังหวัด ยาเสพติด อาชญากรรม และความมั่นคงชายแดน
วันที่ 21 พ.ค.69 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เพื่อขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาล
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หน่วยงานด้านการปกครอง ความมั่นคง และตำรวจ ได้ร่วมประชุม ณ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อย้ำว่านี่คือนโยบายสำคัญของรัฐบาล และการบูรณาการความร่วมมือต้องเริ่มจากศูนย์กลางการบริหารราชการแผ่นดิน โดยนายกรัฐมนตรียินดีที่ทุกหน่วยงานร่วมจัด Workshop เพื่อขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคง และเชื่อว่าหากเชื่อมโยงการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ จะนำไปสู่ความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สถานการณ์ความมั่นคงปัจจุบันมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว รัฐบาลจึงเร่งเสริมความมั่นคงให้ปลอดจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ โดยกระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานความมั่นคง ถือเป็น “4 เสาหลักความมั่นคง” ที่ต้องทำงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ ทั้งด้านป้องกัน ปราบปราม และดูแลประชาชน

- ด้านการป้องกัน ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ทำงานในรูปแบบ “ทีมจังหวัด” ประสานข้อมูล วางแผนเชิงรุก ใช้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นเครือข่ายเฝ้าระวังภัย โดยเฉพาะยาเสพติด อาชญากรรมทางเทคโนโลยี และผู้มีอิทธิพล พร้อมยกระดับความปลอดภัยในพื้นที่เสี่ยง เมืองท่องเที่ยว และเขตเศรษฐกิจสำคัญ รัฐบาลพร้อมสนับสนุนงบประมาณ เครื่องมือ และทรัพยากร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน
- ด้านการปราบปราม ให้เพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามอาชญากรรมทุกประเภท เร่งสืบสวนขยายผลถึงผู้บงการและเครือข่ายรายใหญ่ โดยเฉพาะอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ต้องตัดเส้นทางการเงินอย่างเด็ดขาด พร้อมย้ำหลัก “ปิดชื่อถือพฤติกรรม” ไม่มีการแทรกแซงการทำงาน และรัฐบาลพร้อมสนับสนุนเต็มที่
- ด้านการช่วยเหลือประชาชน ให้กระทรวงมหาดไทยใช้กลไกศูนย์ดำรงธรรมและหน่วยงานในพื้นที่ รับเรื่องร้องเรียนและแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ใช้เทคโนโลยีสนับสนุนการปฏิบัติงานเชิงรุก

นายอนุทิน กล่าวแสดงความเชื่อมั่นต่อฝ่ายความมั่นคงของไทย ว่าหากทุกหน่วยงานบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ จะช่วยสร้างความสงบสุขและความปลอดภัยให้ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมขอให้ทุกฝ่ายใช้เวที Workshop วันนี้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและนำข้อสรุปกลับไปขับเคลื่อนงานในพื้นที่ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน
“ขอให้ท่านได้ใช้เวลาในวันนี้อย่างเต็มที่ เชื่อว่าเราจะได้แนวทางทางออกหลักปฏิบัติที่จะ “บำบัดทุกข์บำรุงสุข” และ “พิทักษ์กับสันติราษฎร์” พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล ทั้งนี้ในการช่วยเหลือเยียวยาดูแลประชาชน กระทรวงมหาดไทยใช้กลไกศูนย์ดำรงธรรมและหน่วยงานในพื้นที่เป็นช่องทางหลักในการรับเรื่อง แก้ไขปัญหาที่ประชาชนได้เข้าถึงอย่างรวดเร็วเป็นธรรมและตรวจสอบได้ ให้กับพี่น้องประชาชนร่วมกัน หวังว่าผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ต้องทำงานรูปแบบใหม่ นั่งพูดคุยแลกเปลี่ยน รับรู้รับฟัง นำไปสู่ข้อสรุปร่วมกัน และกลับไปทำงานในพื้นที่ ซึ่งจะก่อให้เกิดคุณประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนในการแสวงหาความร่วมมือในวันนี้”
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลมีความมั่นใจในศักยภาพของทุกหน่วยงาน ที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง พร้อมขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมประชุม และเชื่อว่าจะสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปในทิศทางที่ดีขึ้น



















