“…..เหตุผลที่ไม่ยกเลิก MOU 43 เนื่องจากมีความคืบหน้าถึงร้อยละ 60 แล้ว ก็ต้องดำเนินการเรื่องปักปันเขตแดนต่อไป ถือเป็นการดำเนินการตามหลักสากล ขณะนี้จึงต้องดำเนินการ ตาม UNCLOS จะยังไม่พูดคุยในระดับ JBC , GBC….”
@@@……สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่าน พบกันทุกวันเสาร์กับคอลัมน์ “Military Key” ทางเว็บไซต์ https:// thekey.news ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 6 มิ.ย.69 สถานการณ์ชายแดน ไทย กัมพูชา นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี บอกแล้วว่า จะไม่มีวันเปิดด่าน ซึ่งถือเป็นท่าทีของไทย ส่วนเรื่องของการยกเลิก MOU 44 ไม่ใช่เพราะว่า ไทยจะไม่คุยกับกัมพูชา แต่กรอบการดำเนินการไม่มีความคืบหน้า และรัฐบาลชุดนี้เห็นว่า อะไรก็ตามที่ดำเนินการมาถึง 25 ปีแล้ว ไม่มีความคืบหน้า จึงต้องเปลี่ยนรูปแบบ ส่วนเหตุผลที่ไม่ยกเลิก MOU 43 เนื่องจากมีความคืบหน้าถึงร้อยละ 60 แล้ว ก็ต้องดำเนินการเรื่องปักปันเขตแดนต่อไป ถือเป็นการดำเนินการตามหลักสากล ขณะนี้จึงต้องดำเนินการ ตาม UNCLOS จะยังไม่พูดคุยในระดับ JBC , GBC

@@@……ขณะที่ กองทัพเรือ โดย พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ได้สนับสนุนสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดจันทบุรี ทำการผลักดันและส่งกลับบุคคลต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา จำนวน 32 คน พร้อมผู้ติดตาม 9 คน ซึ่งถูกดำเนินคดีตามกฎหมายและศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ออกจากราชอาณาจักรไทย ผ่านจุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี โดยได้ประสานการปฏิบัติกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายกัมพูชาประจำจุดผ่านแดน เพื่อส่งมอบบุคคลดังกล่าวกลับประเทศตามขั้นตอนและกระบวนการทางกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
@@@……โฆษกกองทัพเรือ กล่าวย้ำว่า การดำเนินการในครั้งนี้เป็นการผลักดันบุคคลต่างด้าวที่ผ่านกระบวนการยุติธรรมของไทยจนสิ้นสุดแล้ว และเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง รวมทั้งความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างหน่วยงานของทั้งสองประเทศ มิใช่การผ่อนปรนหรือเปิดจุดผ่านแดนแต่อย่างใด ปัจจุบันกองทัพเรือยังคงดำเนินมาตรการปิดจุดผ่านแดนตลอดแนวชายแดนในพื้นที่รับผิดชอบ 100% อย่างเข้มงวด ตามนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐบาลและหน่วยเหนือ โดยอนุญาตให้มีการผ่านเข้า–ออกเฉพาะกรณีที่กฎหมายกำหนด หรือภารกิจด้านความมั่นคงและมนุษยธรรมที่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเท่านั้น พร้อมทั้งยังคงเฝ้าตรวจ ลาดตระเวน และสกัดกั้นการลักลอบเข้า–ออกราชอาณาจักรผ่านช่องทางธรรมชาติตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า การควบคุมพื้นที่ชายแดนยังคงเป็นไปอย่างเข้มงวด โปร่งใส และอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายทุกประการ โดยหากพบเบาะแสการกระทำผิดกฎหมาย หรือการลักลอบเข้า–ออกตามแนวชายแดน สามารถแจ้งศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ โทร. 1696 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

@@@……กองทัพบก….พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาว่า กองทัพบกได้รับรายงานจากกองกำลังสุรนารี ขณะปฏิบัติภารกิจเฝ้าตรวจและปรับปรุงที่มั่นด้วยการวางแนวลวดหนาม เพื่อเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในแนววางกำลังของฝ่ายไทย บริเวณพื้นที่ช่องบก อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ฝ่ายไทยตรวจพบกำลังพลทหารกัมพูชาจำนวน 5 นายพร้อมอาวุธ เข้ามายังบริเวณพื้นที่ปฏิบัติงาน ก่อนจะมีการเพิ่มกำลังพลรวมเป็นประมาณ 20 นาย โดยทหารกัมพูชากลุ่มดังกล่าวได้ส่งเสียงดังและพยายามเข้าขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ไทย
@@@……จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ทหารไทยได้ปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างรัดกุม โดยเข้าควบคุมสถานการณ์และเจรจาชี้แจงข้อเท็จจริง จนสถานการณ์จึงคลี่คลายลง โดยกำลังทหารกัมพูชาได้ยอมถอยออกจากพื้นที่ดังกล่าว ปัจจุบันเหตุการณ์ในพื้นที่ได้กลับสู่สภาวะปกติแล้ว อย่างไรก็ตาม หน่วยกำลังในพื้นที่ยังคงเตรียมความพร้อมและเฝ้าตรวจความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด เพื่อปกป้องอธิปไตยและรักษาความมั่นคงในพื้นที่ตามกรอบข้อตกลงในถ้อยแถลง ร่วมอย่างเข้มงวด การปรับปรุงที่มั่นและวางแนวลวดหนามของทหารไทย เป็นการปฏิบัติภายในแนววางกำลังของฝ่ายไทยอย่างถูกต้อง และสอดคล้องกับข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) อย่างเคร่งครัด สืบเนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่กำลังของทั้งสองฝ่ายวางอยู่ใกล้ชิดกัน ฝ่ายไทยจึงจำเป็นต้องดำเนินมาตรการป้องกันพื้นที่เพื่อความปลอดภัย
@@@……พล.ต.วินธัย ยังกล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายกัมพูชายื่นหนังสือประท้วงต่อไทย โดยกล่าวอ้างว่ามีการจัดสร้างพระพุทธรูป ติดตั้งธงชาติ สิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ชายแดน รวมถึงการวางลวดหนาม ในประเด็นการจัดสร้างพระพุทธรูปและการติดตั้งธงชาติไทยดังกล่าว เป็นการดำเนินการภายในพื้นที่ที่อยู่ภายใต้อธิปไตยและการควบคุมดูแลของฝ่ายไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจ และเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้แก่กำลังพลและประชาชนในพื้นที่ชายแดน ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องภายในเขตพื้นที่ของไทย โดยกองทัพบกยังคงยึดมั่นตามถ้อยแถลงร่วมในการรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ รวมทั้งการใช้กลไกทวิภาคีที่มีอยู่ในการแก้ไขปัญหาตามแนวชายแดน
@@@……สำหรับการวางลวดหนามในพื้นที่บริเวณช่องบก เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ดำเนินการภายในเขตอธิปไตยและพื้นที่ควบคุมของฝ่ายไทย เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้แก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน ลดโอกาสการเผชิญหน้าระหว่างกำลังของทั้งสองฝ่าย ป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อน และลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่อาจนำไปสู่ความตึงเครียด โดยสอดคล้องกับแนวทางการลดการเผชิญหน้าและการรักษาเสถียรภาพตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง กองทัพบก ขอยืนยันในการดำรงการปฏิบัติทั้งปวง เพื่อรักษาอธิปไตยและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนตามแนวชายแดนอย่างเต็มขีดความสามารถ โดยยึดถือปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง หรือ Joint statement ระหว่างไทยและกัมพูชา เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 68 อย่างเคร่งครัด

@@@……ที่กรมการเงินทหารบก พล.อ.ศานติ ศกุนตนาค ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก ร่วมแสดงความยินดีในพิธีวันสถาปนากรมการเงินทหารบก ครบรอบปีที่ 88 โดยมี พล.ท. บรรเทิง พูนขำ อดีตเจ้ากรมการเงินทหารบก เป็นประธานในพิธี ได้นำคณะผู้บังคับบัญชา พร้อมด้วยกำลังพลกรมการเงินทหารบก ประกอบพิธีสงฆ์เพื่อความเป็นสิริมงคลของหน่วย ทั้งนี้ กรมการเงินทหารบก ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2481 โดยมีพระราชกฤษฎีกาจัดหน่วยย่อยในกระทรวงกลาโหม กำหนดให้กรมการเงินทหารบกขึ้นตรงต่อกองทัพบก โดยมี พล.ต.พระสุริยสัตย์ เป็นเจ้ากรมการเงินทหารบกท่านแรก มีผลบังคับใช้ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อ 6 มิ.ย. 2481 จึงได้ยึดถือวันที่ 6 มิ.ย.ของทุกปี เป็นวันสถาปนาหน่วย
@@@……โดยกรมการเงินทหารบก เป็นกรมฝ่ายกิจการพิเศษ มีหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับการเบิก รับ จ่าย เก็บรักษาเงิน และการบัญชีของกองทัพบก ตามระเบียบแบบแผนของทางราชการและการบริการด้านงานเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ รวมทั้งการฝึกศึกษาวิชาการเหล่าทหารการเงิน ขับเคลื่อนงานด้านการเงินและการบัญชีให้ทันสมัยและมีมาตรฐานตามระเบียบของทางราชการ ปัจจุบัน พล.ต. เทอดศักดิ์ วงศ์จันทร์ ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้ากรมการเงินทหารบก ในโอกาสนี้ ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก กล่าวว่า กรมการเงินทหารบกถือเป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญยิ่งในการบริหารจัดการด้านการเงินและการบัญชีของกองทัพบกมาอย่างยาวนานด้วยความถูกต้อง โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่สนับสนุนให้ทุกภารกิจของกองทัพบกสำเร็จลุล่วงเสมอมา อีกทั้งชื่นชมในความวิริยะอุตสาหะของกำลังพลที่ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท เสียสละ ยึดมั่นในอุดมการณ์ และซื่อสัตย์สุจริต พร้อมทั้งพัฒนาขีดความสามารถให้ก้าวทันเทคโนโลยีและระบบการเงินสมัยใหม่เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนกองทัพบกให้มีความมั่นคงก้าวหน้าต่อไป
…………..
คอลัมน์ : “Military Key”
โดย.. “รหัสมอร์ส”



















