”จตุพร”ชี้วิบากกรรมเศร้า นักเรียนไม่สะทกสะท้านรัวปืนฆ่าปู่-ย่า ขึ้นรถมา รร.ส่องครู-นักเรียนรวม 8 ศพ บาดเจ็บกว่า 20 สาหัส 7 คน กระตุ้นสังคมร่วมรับผิดชอบ นายกฯ ย้ำนโยบายห้ามพกปืน แนะ ศธ.ควรมีครูจิตวิทยาคอยปรึกษา ยับยั้งรุนแรง ลั่นเหตุ อส.ปะทะม็อบที่ มท. รัฐอย่าโยน ปชช.รับจ้าง แจงพีมูฟไม่ก้าวร้าว อยากสางปัญหาที่ดินทุกรัฐบาล
เมื่อวันที่ 8 ส.ค.69 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อนเมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา ว่า โศกนาฎกรรมที่เกิดขึ้นในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี คงไม่มีใครคาดคิดกับนักเรียนใช้ปืนยิงครูและเพื่อนนักเรียนบาดเจ็บ 22 คนในจำนวนนี้สาหัส 7 คนและเสียชีวิต 8 คน
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยากจะป้องกัน แม้นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ย้ำถึงการห้ามพกปืน แต่ไทยมีปืนมากเป็นอันดับต้นๆ ของอาเซียน นอกจากนี้ประชาชนยังครอบครองปืนเถื่อนอีกจำนวนมาก ดังนั้นรัฐบาลควรประกาศให้นำปืนเถื่อนมามอบให้กับรัฐ ถ้าจับได้หรือค้นพบเจอจะมีโทษสถานหนัก
อีกทั้งกล่าวว่า จิตใจของคนยิงคนอื่นนั้นไม่ใช่จำทำกันได้ง่าย ๆ เลย และที่สำคัญผู้ก่อเหตุได้ยิงปู่-ย่าเสียชีวิต 2 ศพก่อนไปโรงเรียน แล้วขึ้นรถไปโรงเรียนเหมือนไม่สะทกสะท้านอะไร ดังนั้นนักจิตวิทยาทั้งหลายต้องวิเคราะห์อย่างหนัก เพราะโดยธรรมชาติคนฆ่าคนต้องมีอาการแสดงออก แต่ผู้ก่อเหตุรายนี้กลับมาโรงเรียนหน้าตาเฉย แล้วไปก่อเกิดโศกนาฎกรรมที่โรงเรียน
“กรณีนี้ สังคมแต่ละส่วนต้องรับผิดชอบร่วมกัน ไม่ใช่ส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือจะไปตำหนิใคร แต่เรื่องมันไม่เคยเกิดขึ้นครั้งแรกหรอก เพียงแต่ความรุนแรงเพิ่งเกิดขึ้นครั้งนี้หนักที่สุดจากภาวะความกดดันกันทั้งปวง”
พร้อมทั้งกล่าวว่า ความรุนแรงเช่นนี้ต้องเป็นหน้าที่ทั้งกระทรวงศึกษา กระทรวงมหาดไทยในเรื่องปืน นักจิตวิทยาทั้งหลาย และส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งโรงเรียนควรมีนักจิตวิทยาไว้ปรึกษาปัญหา โดยคนแกล้งเพื่อนหรือคนถูกบูลลี่ก็เป็นคนมีปัญหาเช่นกัน สิ่งนี้กระทรวงศึกษาควรคิดหนักในแง่ครูจิตวิทยาและจะมีมาตรการเข้มข้นในสิ่งเหล่านี้อย่างไร
ส่วนการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร (อ.ส.) กับภาคประชาชนพีมูฟที่กระทรวงมหาดไทย นายจตุพร กล่าวว่า พีมูฟได้เคลื่อนไหวในเรื่องปัญหาที่ดินและธนาคารที่ดิน โดยประสานงานกับนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ มีการประชุมกันนอกรอบ มีท่วงทำนองเข้าใจกัน และไปทำเนียบรัฐบาลมีตำรวจคุ้มกัน ไม่เกิดการปะทะกัน
แต่เมื่อไปที่กระทรวงมหาดไทยเกิดปะทะกันกับ อ.ส.ที่เฝ้ารักษาความปลอดภัย ทั้งที่พีมูฟไม่มีลักษณะก้าวร้าวเพราะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างภาคประชาชนและเอ็นจีโอ มีการจัดตั้งที่ดี มีความรู้ทั้งข้อกฎหมายและการเจรจา ซึ่งที่ผ่านมาการเจรจาเป็นไปด้วยดี อย่างไรก็ตาม ถ้าผู้ใหญ่ในกระทรวงเข้ามาคลี่คลายปัญหาก่อน การปะทะคงไม่เกิดเพราะได้ตกลงกันด้วยดีตามลำดับมาแล้ว
“ถ้าประชาชนไม่เดือดร้อนแล้ว ไม่มีใครจะมาตากแดดตากฝนที่ทำเนียบรัฐบาลกันหรอก ยิ่งรัฐบาลในอดีตหลายๆ ชุดล้วนสะสมปัญหากันไว้มากมาย เช่น การสร้างเขื่อน ให้ประชาชนออกจากพื้นที่ แต่รัฐบาลเบี้ยวสัญญาจัดหาที่ดินทำกินทดแทนให้กับประชาชน บางโครงการทวงกันมา 40-50 ปีก็มี”
พร้อมทั้งกล่าวว่า ที่ดินทำกินจะเป็นปัญหามาก ที่ผ่านมาถ้านายทุนบุกรุกที่ดินป่าสงวนหรืออุทยานจะรอดจากรัฐบาลทวงเอาคืน แต่กับประชาชนกลับไม่รอด ดังนั้น กลุ่มทุนที่เข้าไปครอบครองโดยมิชอบต้องถูกรื้อถอนจากพื้นที่ป่าสงวนตามคำสั่งศาล สำหรับประชาชนที่อยู่ก่อนการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติต้องได้รับการคุ้มครอง เพื่อให้คนกับป่าอยู่กันได้ด้วยดี
“คนที่เข้ามาเป็นรัฐต้องไม่สนใจเบื้องหลัง และเห็นปัญหาของประชาชนแล้วมีความสุขที่ได้แก้ไข ใครจะมาเป็นรัฐก็ตาม อย่าเห็นปัญหาประชาชนเป็นภาระ เพราะทันทีที่แก้ปัญหาเบื้องหน้าได้ เบื้องหลังมันจบโดยปริยายอยู่แล้ว กรณีพีมูฟ (กับปัญหาที่ดิน) เขาทำกันมายาวนาน เหมือนสมัชชาคนจน ไม่ใช่องค์กรที่เพิ่งมาตั้ง เขาไม่ใช่มาเพื่อเขย่ารัฐบาล เขามาทุกรัฐบาล มาเพื่อเรียกร้องในสิ่งที่ประชาชนเดือดร้อน มาทวงหาความเป็นธรรมที่เขาไม่ได้รับความเป็นธรรม”
นายจตุพร กล่าวว่า รัฐบาลต้องดูภาคประชาชนมากันอย่างไร มีปัญหาอะไร อยู่ตรงไหน ไม่ใช่คำสองคำกล่าวหาเป็นม็อบรับจ้าง และถ้านายกฯ อนุทิน มีคำสั่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดให้เข้าหาปัญหาและแก้ไขก่อนปัญหาจะมาที่ทำเนียบรัฐบาล หากเกี่ยวข้องกับกระทรวงหรือหน่วยงานใดให้ประสานกับส่วนกลางเพื่อสื่อสารอย่างรวดเร็ว อย่าใช้ระบบราชการตามขั้นตอนอืดอาด คนก็ไม่แบกหน้ามาที่ทำทำเนียบ
พร้อมทั้งย้ำ ให้ย้อนสอบสวนการโกงสอบรับราชการท้องถิ่นว่า ปปช.และตำรวจต้องย้อนกลับไปรื้อการทุจริตตั้งแต่ปี 2562 เพราะขบวนการโกงสอบทำมาหากินกันมาต่อเนื่อง ถ้าบ้านเมืองต้องการชำระล้างกันใหม่แล้ว ควรจัดการให้หมดสิ้น
“ต้องกลับไปรื้อเอาผิดตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมาจนเกิดเหตุการณ์ถึงปัจจุบันนี้ และถ้าเกี่ยวข้องกับใคร ต้องไม่ยกเว้นใครหน้าไหนทั้งสิ้น”



















