เกมนี้มีนัยยะ! “เทพไท” วิเคราะห์ช็อตต่อช็อต หลัง “ภูมิใจไทย-กล้าธรรม” นัดกันถอนชื่อจากร่าง รธน. ฉบับเพื่อไทย ชี้ชัดไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นมหกรรมสั่งสอน-ข่มขู่ หวังโดดเดี่ยวพรรคแกนนำ แฉแผนลึกเตรียมหักดิบตีตกร่างพรรคอื่น เพื่อดันร่าง “สายสีน้ำเงิน” ขึ้นแท่นฉบับเดียว!
เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์วิจารณ์การเมือง และอดีตสส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความเรื่อง “เกมบีบให้เหลือร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญสีน้ำเงินฉบับเดียว” มีรายละเอียดว่า ภายหลังจากมีความเคลื่อนไหวทางการเมือง เกี่ยวกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ที่พรรคภูมิใจไทยได้ประกาศมติพรรคให้ สส.ถอนชื่อออกจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ต่อมาพรรคกล้าธรรมได้แถลงเช่นเดียวกันว่า พรรคกล้าธรรมมีมติให้ สส.ของพรรคถอนชื่อจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย โดยเกรงว่า เนื้อหาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย สุ่มเสี่ยงจะขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 18/2568
เมื่อพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรม ทั้ง 2 พรรค มีมติเช่นเดียวกันในเวลาไล่เลี่ยกัน ให้สส.ของพรรคทั้ง 2 ถอนชื่อออกจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่า มีการเล่นเกมอะไรกัน ระหว่างพรรคภูมิใจไทย พรรคกล้าธรรม และพรรคเพื่อไทย
ถ้าจะให้วิเคราะห์จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ก็สามารถจะวิเคราะห์ได้ว่า อาจจะเกิดปรากฏการณ์อะไรบ้าง
1.น่าจะเป็นการส่งสัญญานของพรรคภูมิใจไทยว่า ไม่ต้องการที่จะร่วมกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ทั้งที่ก่อนหน้าพรรคภูมิใจไทย เคยลงมติรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีเนื้อหาไม่แตกต่างกัน มีหลักการเดียวกัน และลงมติรับหลังจากศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยซ้ำไป จึงทำให้หลายฝ่ายแปลกใจว่า เพราะเหตุใดพรรคภูมิใจไทยถึงอ้างเรื่องคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และมีมติให้ สส.ของพรรคถอนชื่อ ส่วนพรรคกล้าธรรมก็ได้ถอนชื่อหลังจากพรรคภูมิใจไทย มีมติถอนชื่อไปแล้ว ซึ่งมีเหตุผลในการถอนชื่อเดียวกัน
2.การถอนชื่อจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย จากมติของพรรคภูมิใจไทย เป็นการส่งสัญญานให้สมาชิกวุฒิสภา หรือสว.สีน้ำเงิน ได้รับรู้หรือไม่ว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทยไม่เอาด้วย เมื่อพรรคภูมิใจไทยไม่เอาด้วย สว.สายสีเงินที่มีคอนเน็กชั่นกับพรรคภูมิใจไทย ก็ลงมติไม่เห็นด้วยเช่นเดียวกัน
3.การที่พรรคภูมิใจไทยถอนชื่อจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย เป็นการแสดงออกว่า ถ้าร่างฉบับนี้ตกไป พรรคภูมิใจไทยไม่ต้องรับผิดชอบ เพราะไม่ได้ลงชื่อในร่างฉบับนี้ และไม่ต้องรับผิดชอบว่า ร่างของพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน ที่ถูกตีตกไป จึงประกาศจุดยืนตั้งแต่เนิ่นๆ คือถอนชื่อออกมาจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยก่อน เพื่อจะไม่ต้องรับผิดชอบทางการเมืองใดๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
4.จากการประกาศจุดยืน หรือมติของพรรคภูมิใจไทยกับพรรคกล้าธรรมในเวลาไล่เลี่ยกัน และด้วยเหตุผลเดียวกัน เป็นการแสดงจุดยืนความเป็นพวก ความเป็นพรรคพันธมิตรทางการเมืองกันหรือไม่ แม้ว่าปัจจุบันพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำรัฐบาล พรรคกล้าธรรมอยู่ฝ่ายค้าน แต่อยู่ในฐานะฝ่ายคอย และมีความความสัมพันธ์ที่ดีก่อนการเลือกตั้ง การตัดสินใจถอนชื่อพร้อมกัน แสดงออกให้เห็นความเป็นพวกเดียวกัน แม้กระทั่งการลงชื่อในคำร้องเพื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญ ตีความพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ พรรคกล้าธรรมก็ไม่ได้ลงชื่อด้วย
5.การแสดงออกของพรรคกล้าธรรม แบบทอดไมตรีให้กับพรรคภูมิใจไทย เป็นการข่มขู่พรรคเพื่อไทย ที่คิดจะถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล โดยต้องการแสดงออกให้เห็นว่า พรรคภูมิใจไทยยังมีพันธมิตรทางการเมือง ยังมีอะไหล่ทางการเมือง ยังมีพรรครอเสียบ ถ้าหากพรรคเพื่อไทยตัดสินใจถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล พรรคกล้าธรรมก็พร้อมที่จะเข้าร่วมรัฐบาลทดแทนทันที
6.การแสดงจุดยืน ถอนชื่อออกจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย น่าจะเป็นการแสดงให้เห็นถึงความต้องการว่า พรรคภูมิใจไทยต้องการร่างรัฐธรรมนูญฉบับของพรรคภูมิใจไทยเพียงพรรคเดียว และมีความเป็นไปได้สูงว่า ร่างของพรรคการเมืองอื่นๆ ไม่ว่าของพรรคเพื่อไทย ของพรรคประชาชน และของพรรคประชาธิปัตย์ มีโอกาสถูกตีตก หรือไม่ผ่านในวาระ1อย่างแน่นอน
เพราะฉะนั้นเกมการเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เกี่ยวกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะเป็นการจับมือกัน ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคกล้าธรรม เพื่อเดินเกมการเมือง เป็นพันธมิตรทางการเมือง และหวังให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับของพรรคภูมิใจไทย ผ่านการรับรองของรัฐสภาฉบับเดียว



















