ISO & Energy : Energy Industry Standards
“…..การเปลี่ยนผ่านพลังงาน ด้วยมาตรการด้านพลังงานหมุนเวียน และประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ให้บรรลุได้ถึงระดับ 90% จะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศลงได้….”
อุตสาหกรรมพลังงาน Energy Industry คือ ภาคส่วนที่สำคัญในประเทศเศรษฐกิจสมัยใหม่หลายแห่ง Crucial Sector in Many Modern Economies .. ความต้องการที่เพิ่มขึ้น Growing Demand, นวัตกรรมทางเทคโนโลยี Technological Innovations, การแข่งขันที่สูง High Competition และห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพ Effective Supply Chains จะยังคงเป็นตัวกำหนดทิศทางของภาคพลังงาน Shaping the Energy Sector อยู่ต่อไป ซึ่งบริษัทพลังงาน Energy Companies จะต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ เพื่อปรับตัวไปสู่การก้าวนำหน้า และแสดงบทบาทนำในระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่ที่ยั่งยืนมากขึ้น ..

การได้รับการรับรองมาตรฐานจาก “องค์กรระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน International Organization for Standardization: ISO Certifications” จะช่วยให้บริษัทผู้ประกอบธุรกิจทุกขนาด ทุกประเภท และบริษัทพลังงาน Energy Companies ทั้งหลาย สามารถจัดการข้อกำหนดที่ซับซ้อนของโครงการ Complex Requirements ได้อย่างเชี่ยวชาญ และใช้สินทรัพย์ของบริษัทฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนสามารถปรับปรุงกระบวนการ และบุคลากรของหน่วยธุรกิจ Improve the Processes & Personnel of the Business Unit ได้อย่างถูกต้อง Accurately และเหมาะสม Appropriately ไปพร้อมด้วย ..
ในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน Sustainable Development Goals: SDGs ขององค์การสหประชาชาติ United Nations: UN ข้อที่ 7 ซึ่งเกี่ยวข้องกับ “การสร้างหลักประกันว่าทุกคนเข้าถึงแหล่งพลังงานสะอาด Clean Energy Sources” นั้น จะรับประกันการเข้าถึงพลังงานสมัยใหม่ที่ยั่งยืนในราคาไม่แพง เชื่อถือได้ สำหรับทุกผู้คน Guarantee Access to Affordable, Reliable, Sustainable Modern Energy for All โดยมีเป้าหมายหลักในการเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทน Increase the Proportion of Renewable Energy, การปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน Improve Energy Efficiency และส่งเสริมการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาด Promote Investment in Clean Energy Infrastructure ภายในปี 2573 ..
ทั้งนี้ มาตรฐานอุตสาหกรรมพลังงาน ISO Standards for The Energy Industry แสดงถึงแนวทาง และข้อกำหนดที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลสำหรับโซลูชันข้อไขด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงาน Energy Efficiency และแหล่งพลังงานหมุนเวียน Renewable Sources .. พวกมันคือ ฐานทางเทคนิคที่มั่นคง Solid Technical Base ซึ่งภาครัฐในแต่ละประเทศ สามารถใช้เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ด้านพลังงานระดับชาติ และระดับนานาชาติ National & International Energy Objectives สำหรับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน Energy Transition ..
จนถึงวันนี้ มาตรฐานการวัดคุณภาพองค์กร International Organization for Standardization : ISO มีมาตรฐานมากกว่า 200 มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน Energy Efficiency และพลังงานหมุนเวียน Renewables และยังมีมาตรฐานอื่นอีกมากมายที่อยู่ระหว่างการพัฒนา .. สิ่งเหล่านี้รับประกันการทำงานร่วมกันของอุปกรณ์ ผู้คน และระบบ ซึ่งส่งเสริมการเปลี่ยนไปใช้แหล่งพลังงานหมุนเวียน Transition to Renewable Energy Sources และเปิดตลาดสำหรับนวัตกรรม Opens up Markets for Innovations ที่จัดการกับความท้าทายด้านพลังงานทั่วโลก Global Energy Challenge .. ปัจจุบัน มาตรฐาน ISO 50001 ว่าด้วย ระบบการจัดการพลังงาน Energy Management Systems คือ มาตรฐานระดับสูงสุดที่เป็นข้อกำหนดพร้อมคำแนะนำสำหรับการใช้งาน Requirements with Guidance for Use ซึ่งจะช่วยให้องค์กรทุกประเภทใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผ่านการพัฒนา และการนำระบบการจัดการพลังงานไปใช้ .. ในขณะที่ชุดมาตรฐาน ISO 52000 สำหรับประสิทธิภาพด้านพลังงานของอาคาร Energy Performance of Buildings คือ สิ่งที่คาดหวัง เพื่อช่วยให้อุตสาหกรรมการก่อสร้าง Construction Industry ได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน Improving Energy Efficiency ..
นอกจากนี้ กลุ่มผลิตภัณฑ์ ISO ยังมีมาตรฐานหลายประการในการสนับสนุนพลังงานแสงอาทิตย์ Solar Energy เช่น มาตรฐาน ISO 9806 ซึ่งระบุวิธีการทดสอบ Testing Methods สำหรับการประเมินความทนทาน Evaluating Durability, ความน่าเชื่อถือ Reliability, ความปลอดภัย Safety และประสิทธิภาพทางความร้อน Thermal Performance ของเครื่องสะสมพลังงานแสงอาทิตย์ Solar Thermal Collectors ที่ให้ความร้อนด้วยของเหลว และชุดมาตรฐาน ISO 17225 ซึ่งระบุข้อกำหนด และระดับคุณภาพเชื้อเพลิงของเชื้อเพลิงชีวภาพที่เป็นของแข็ง Solid Biofuels มาพร้อมด้วย เป็นต้น ..
อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมพลังงาน Energy Industries พึ่งพากรอบมาตรฐานการวัดคุณภาพองค์กร สากล International Organization for Standardization : ISO ที่ซับซ้อน เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัย Ensure Safety, ประสิทธิภาพ Efficiency และการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม Environmental Compliance .. มาตรฐานเหล่านี้ คือ ภาษาสากลสำหรับทุกสิ่ง ตั้งแต่พลังงานน้ำมัน และก๊าซแบบดั้งเดิม Traditional Oil & Gas ไปจนถึงภาคส่วนพลังงานไฮโดรเจน และพลังงานหมุนเวียนที่ล้ำสมัย Cutting-Edge Hydrogen : H2 & Renewable Sectors ..
การรับรองมาตรฐาน International Organization for Standardization: ISO จะช่วยให้อุตสาหกรรมพลังงาน Energy Industries สามารถจัดการต่อข้อกำหนดที่ซับซ้อน Complex Requirements ของโครงการได้อย่างชาญฉลาดเป็นสากล และใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ Effectively Utilize Organizational Assets .. ทั้งนี้ มาตรฐานการบริหารจัดการแก่นแกน Core Management Standards ที่ถือเป็น “สามมาตรฐานหลัก Big Three” อันเป็นรากฐานของมาตรฐานการดำเนินงานของบริษัทพลังงานส่วนใหญ่ Foundation of Most Energy Companies Operations ไม่ว่าจะเป็นภาคส่วนย่อย Specific Sub-Sector ส่วนใดก็ตาม สรุปได้ดังนี้ :-
– มาตรฐาน ISO 50001 ว่าด้วย การจัดการพลังงาน Energy Management : มาตรฐาน ISO 50001 นี้ ถือเป็นมาตรฐานระดับสูงสุดสำหรับองค์กรที่ต้องการปรับปรุงประสิทธิภาพด้านพลังงาน โดยให้กรอบการทำงานสำหรับการพัฒนานโยบายพลังงาน Framework for Developing an Energy Policy, การกำหนดเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Setting Targets for GHG Reduction, ปรับปรุงสมรรถนะพลังงานอย่างต่อเนื่อง Continuously Improve Energy Performance และการใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจที่ดีขึ้นเกี่ยวกับการบริโภค Using Data to Make Better Decisions about Consumption เพื่อการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด และยั่งยืน Optimal & Sustainable Energy Use ..

– มาตรฐาน ISO 14001 ว่าด้วย การจัดการสิ่งแวดล้อม Environmental Management : มาตรฐานนี้คือ มาตรฐานสากลสำหรับระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม Environmental Management System: EMS ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การจัดการความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม Managing Environmental Responsibilities .. ในภาคพลังงาน Energy Sector จากนี้ไปนั้น นี่คือ สิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการจัดการการปล่อยมลพิษ Managing Emissions, ของเสีย Waste Products และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม Ecological Footprint ของโรงไฟฟ้า Power Plants หรือแหล่งสกัด Extraction Sites ซึ่งจะช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ ป้องกันมลพิษ ลดการใช้ทรัพยากร และสอดคล้องกับกฎหมาย ทั้งนี้เพื่อการปรับปรุง และพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่องควบคู่กับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน นั่นเอง ..
– มาตรฐาน ISO 9001 ว่าด้วย การจัดการคุณภาพ Quality Management : มาตรฐาน ISO 9001 คือมาตรฐานสากลสำหรับระบบการจัดการคุณภาพ Quality Management System: QMS ที่เน้นการบริหารจัดการองค์กรให้มีประสิทธิภาพ ผลิตสินค้า หรือบริการที่มีคุณภาพตามข้อกำหนด และสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยใช้หลักการบริหารจัดการความเสี่ยง Risk Management Principles และแนวทางกระบวนการ Process Approach เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน Sustainable Development .. ทั้งนี้ เพื่อรับประกันว่าผลิตภัณฑ์ และบริการตรงตามความต้องการของลูกค้า Meet Customer Requirements อย่างสม่ำเสมอ และมีการปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่อง Continuous Quality Improvement ..
อย่างไรก็ตาม ในประเด็นมาตรฐานอุตสาหกรรมพลังงานเฉพาะภาคส่วน Sector-Specific Energy Industry Standards นั้น เนื่องจากภาคอุตสาหกรรม Industry Sector ทั้งหมดเหมือนกันทั่วโลกนั้น กำลัง “เปลี่ยนผ่านไปสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์สุทธิ Transitions Toward a Net Zero Future” ซึ่งส่งผลทำให้ “มาตรฐานเฉพาะทาง Specialized ISO Standards” มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสามารถในการทำงานร่วมกันทางเทคนิค ซึ่งสามารถแจกแจงแยกตามภาคส่วนได้ดังนี้ :-
1. น้ำมัน ก๊าซ และปิโตรเคมี Oil, Gas & Petrochemicals : มาตรฐานอุตสาหกรรมพลังงาน Energy Industry Standards ที่เกี่ยวข้องกับ น้ำมัน Oil, ก๊าซธรรมชาติ Natural Gas และปิโตรเคมี Petrochemicals ประกอบไปด้วย :-
– มาตรฐาน ISO 29001 : มาตรฐาน ISO 29001 : 2020 นี้ คือ มาตรฐานระบบการบริหารจัดการคุณภาพ Quality Management System : QMS ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับอุตสาหกรรมปิโตรเลียม ปิโตรเคมี และก๊าซธรรมชาติ Petroleum, Petrochemical & Natural Gas Industries พัฒนาต่อยอดจาก ISO 9001 ว่าด้วยการจัดการคุณภาพ Quality Management โดยออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับห่วงโซ่อุปทานน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ Oil & Natural Gas Supply Chain เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัย และคุณภาพ Ensure Safety & Quality ในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงสูง High-Risk Environment ..
– ชุดมาตรฐาน ISO 19900 Series : มาตรฐาน ISO 19900 : 2019 การออกแบบ และการประเมิน Design & Evaluation นี้ คือชุดมาตรฐานสากลที่เป็นข้อกำหนดทั่วไป และคำแนะนำสำหรับการออกแบบ Design, การประเมิน Assessment, การก่อสร้าง Construction, การปฏิบัติงาน Operations และการรื้อถอนโครงสร้างนอกชายฝั่ง Decommissioning of Offshore Structures ทั้งแบบตายตัว และแบบลอยตัว ครอบคลุมวงจรชีวิตทั้งหมดของโครงสร้าง Entire Life Cycle of the Structure เพื่อความปลอดภัย และความมั่นคงแข็งแรง Safety & Structural Integrity ของโครงสร้างในอุตสาหกรรมปิโตรเลียม และก๊าซธรรมชาติ Petroleum & Natural Gas Industry ตลอดจนคำแนะนำสำหรับโครงสร้างนอกชายฝั่ง Recommendations for Offshore Structures รวมถึงแท่นขุดเจาะเหล็กกล้า และคอนกรีต Steel & Concrete Platforms แบบติดตั้งถาวร เป็นต้น ..
2. พลังงานหมุนเวียน และเชื้อเพลิงแห่งอนาคต Renewables and Future Fuels : มาตรฐานอุตสาหกรรมพลังงาน Energy Industry Standards ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานหมุนเวียน Renewables และเชื้อเพลิงแห่งอนาคต Future Fuels ประกอบไปด้วย :-
– มาตรฐาน ISO 19880 ไฮโดรเจนที่เป็นก๊าซ Gaseous Hydrogen: H2 : มาตรฐาน ISO 19880 คือ ชุดมาตรฐานสากลที่เป็นข้อกำหนดด้านความปลอดภัย Safety, สมรรถนะ Performance และคุณภาพ Quality สำหรับสถานีบริการเติมก๊าซไฮโดรเจน Hydrogen : H2 Refueling Stations สำหรับยานพาหนะ โดยเน้นการจัดเก็บ Storage, การจัดการก๊าซอัด Management of Compressed Gas และส่วนประกอบของหัวจ่าย Dispensing Components เพื่อให้มั่นใจถึงความปลอดภัยในการใช้งานไฮโดรเจนที่มีความดันสูง Safety in the Use of High-Pressure Hydrogen : H2 โดยกำหนดระเบียบการเติมเชื้อเพลิง Outlines the Fueling Protocols และข้อกำหนดด้านฮาร์ดแวร์ Hardware Requirements สำหรับสถานีเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจน Hydrogen Fueling Stations .. ทั้งนี้ มาตรฐาน ISO 19880 ชุดนี้ สำคัญอย่างยิ่งสำหรับการวางโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการใช้งานรถยนต์พลังงานไฮโดรเจน Hydrogen : H2 Fuel Cell Electric Vehicles ให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยสากล นั่นเอง ..

– คณะกรรมการเทคนิค ISO/TC 197 Technical Committee เทคโนโลยีไฮโดรเจน Hydrogen Technologies : ISO/TC 197 คือ คณะกรรมการวิชาการ Technical Committee ของ International Organization for Standardization : ISO ที่รับผิดชอบมาตรฐานสากลด้าน “เทคโนโลยีไฮโดรเจน Hydrogen : H2 Technologies” ครอบคลุมระบบ และอุปกรณ์สำหรับการผลิต Production, การจัดเก็บ Storage, การขนส่ง Transportation, การวัด Measurement และการใช้งานไฮโดรเจน Utilization of Hydrogen : H2 เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัย และประสิทธิภาพ โดยคณะกรรมการเทคนิค ISO/TC 197 Technical Committee เทคโนโลยีไฮโดรเจน Hydrogen Technologies นี้ มีสภามาตรฐานแห่งแคนาดา Standards Council of Canada : SCC ทำหน้าที่เป็นเลขานุการฯ ..
– มาตรฐาน ISO 17225 เชื้อเพลิงชีวภาพแข็ง Solid Biofuels : ISO 17225 คือ มาตรฐานสากลสำหรับเชื้อเพลิงชีวภาพแข็ง Solid Biofuels ที่กำหนดคุณสมบัติ เกรดคุณภาพ และประเภทของเชื้อเพลิง เช่น ไม้อัดเม็ด Wood Pellets และฟืน Firewood เพื่อให้การค้า การซื้อขาย มีมาตรฐานเดียวกัน และการใช้งานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด แบ่งเป็นหลาย ๆ ส่วน โดยครอบคลุมตั้งแต่ข้อกำหนดทั่วไปไปจนถึงการระบุลักษณะเฉพาะของชีวมวลแต่ละชนิด หมายถึง มาตรฐานการกำหนดระดับคุณภาพเชื้อเพลิง Fuel Quality Classes และข้อกำหนดสำหรับชีวมวลที่ผ่านการบำบัดความร้อน และไม่ผ่านการบำบัดความร้อน Specifications for Treated & Untreated Biomass เป็นต้น ..
3. พลังงานไฟฟ้า และพลังงานนิวเคลียร์ Electrical and Nuclear Energy : มาตรฐานอุตสาหกรรมพลังงาน Energy Industry Standards ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานไฟฟ้า Electrical Power และพลังงานนิวเคลียร์ Nuclear Energy ประกอบไปด้วย :-
– มาตรฐาน ISO 19443 ระบบการจัดการคุณภาพห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ Supply Chain Quality Management Systems: QMS in the Nuclear Industry : ISO 19443 คือมาตรฐานการจัดการคุณภาพเฉพาะทางสำหรับห่วงโซ่อุปทานพลังงานนิวเคลียร์ โดยต่อยอดจาก ISO 9001 เพื่อเน้นความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ และวัฒนธรรมความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ Nuclear Safety Culture ของผลิตภัณฑ์ และบริการที่สำคัญต่อความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ รวมถึงการจัดการความเสี่ยง ..
– มาตรฐาน ISO/IEC 27001 ระบบการจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ Information Security Management System : ISMS : มาตรฐานสากลสำหรับระบบการจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ Information Security Management System : ISMS นี้ จะช่วยองค์กรวางกรอบการบริหารจัดการข้อมูลให้ปลอดภัย ลดความเสี่ยงข้อมูลรั่วไหล โดยครอบคลุมทั้งข้อมูลดิจิทัล ข้อมูลกระดาษ บุคลากร และเทคโนโลยี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า และคู่ค้า รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ และศูนย์ข้อมูล AI & Data Centers ของภาครัฐ ส่วนราชการ และเอกชน .. ทั้งนี้ ISO/IEC 27001 กำลังมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับ “โครงข่ายระบบสายส่งกำลังไฟฟ้าอัจฉริยะ Smart Grids” เพื่อป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศ ..
มาตรฐานอุตสาหกรรมพลังงาน กับบทบาทของเศรษฐกิจหมุนเวียน Energy Industry ISO Standards in the Role of the Circular Economy ..
ในอุตสาหกรรมพลังงาน Energy Industry บทบาทของมาตรฐาน ISO Standards ได้เปลี่ยนไปจากการจัดการ “ประสิทธิภาพ Efficiency” เพียงประเด็นเดียว ไปสู่ “การบริหารจัดการวงจรทรัพยากรทั้งหมด Managing the Entire Resource Loop” .. นับตั้งแต่ปี 2569 ภาคพลังงานทั่วโลก Global Energy Sector ได้ใช้กรอบการทำงานแบบผสมผสาน Synergy ระหว่างมาตรฐานการจัดการพลังงานที่ใช้อยู่ และชุดมาตรฐาน ISO 59000 Series ซึ่งเป็นชุดมาตรฐานที่เป็นกรอบการทำงานระดับสากลสำหรับเศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy ISO Series ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ และเผยแพร่อย่างเป็นทางการ เมื่อมิถุนายน ปี 2567 ที่ผ่านมา เพื่อจัดการกับโครงสร้างพื้นฐานพลังงานหมุนเวียนที่ปลดระวางจำนวนมหาศาล Handle the Massive Influx of Retired Renewable Infrastructure ด้วยการมุ่งเน้นการจัดการทรัพยากรให้เกิดการหมุนเวียนสูงสุด Managing Resources to Achieve Maximum Circulation โดยออกแบบของเสียออกจากระบบ ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการจัดการซากโครงสร้างพื้นฐานพลังงานหมุนเวียนที่มีอายุใช้งานมานาน เสียซ่อมไม่ได้ หรือเก่าใกล้สิ้นสภาพ เช่น ใบพัดกังหันลม Wind Turbines และแผงโซลาร์เซลล์ Solar PV Panels ที่ปลดระวางจำนวนมหาศาล เพื่อลดของเสีย เพิ่มประสิทธิภาพทรัพยากร ยืดอายุผลิตภัณฑ์ และเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน Transitioning to Sustainability เป็นต้น สรุปเป็นภาพรวมมาตรฐานสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy ได้ดังนี้ :-
1. ชุดมาตรฐาน ISO 59000 Series “กรอบวงจรการทำงาน The Loop Framework” : ชุดมาตรฐาน ISO 59000 Series เศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy เปิดตัวในช่วงกลางปี 2567 และบูรณาการเข้ากับการตรวจสอบทางอุตสาหกรรมอย่างเต็มรูปแบบ ภายในปี 2569 โดยมาตรฐานเหล่านี้ คือ รากฐานทางเทคนิคสำหรับความเป็นเศรษฐกิจหมุนเวียนในด้านพลังงาน Technical Foundation for Circularity in Energy ตัวอย่างเช่น :-
– มาตรฐาน ISO 59004 พื้นฐาน Foundations : มาตรฐานนี้ เป็นการกำหนดหลักการหลัก Defines the Core Principles เช่น การคิดเชิงระบบ System Thinking และการเพิ่มประสิทธิภาพคุณค่า Value Optimization .. ในด้านพลังงาน หมายความว่า การออกแบบกังหันลม Designing a Wind Turbine นั้น ไม่เพียงแต่เพื่อการผลิตกำลังไฟฟ้าเท่านั้น Not Just for Power Generation แต่ยังรวมถึงการ “ขุดหาแร่หายากทำเหมืองใหม่ Re-Mining หรือการนำวัตถุดิบกลับมาใช้ใหม่ Reusing Raw Materials” เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในท้ายที่สุดมาพร้อมอีกด้วย เป็นต้น ..
– มาตรฐาน ISO 59010 การเปลี่ยนผ่าน Transition : มาตรฐานนี้ คือ แนวทางให้บริษัทพลังงานเปลี่ยนจาก “รูปแบบการจัดซื้อของลูกค้าเพื่อเป็นเจ้าของ Ownership Models” ไปสู่ “รูปแบบการให้บริการ Service Models ของผู้ให้บริการ” เช่น พลังงานในรูปแบบบริการ Energy-as-a-Service ซึ่งลูกค้ามิได้ซื้ออุปกรณ์ใด ๆ แต่เป็นการซื้อบริการพลังงาน โดยที่ผู้ให้บริการยังคงเป็นเจ้าของฮาร์ดแวร์ จึงมีแรงจูงใจสูงที่จะใช้งานต่อไปให้นานขึ้น ซึ่งหมายถึง แนวทางปฏิบัติสำหรับการเปลี่ยนผ่านรูปแบบธุรกิจ และเครือข่ายคุณค่าจาก “เศรษฐกิจเชิงเส้นตรง Linear Economy” ไปสู่ “เศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy” ด้วยการมุ่งเน้นการสร้างคุณค่าใหม่ Creating New Value, ลดของเสีย Reducing Waste และยืดอายุการใช้งานทรัพยากร Extending the Lifespan of Resources ผ่านการปรับโครงสร้างธุรกิจ Business Restructuring รูปแบบใหม่ .. ทั้งนี้ มาตรฐาน ISO 59010 : 2024 นั้น เป็นการปรับมุมมองจากการผลิต-ใช้-ทิ้ง เชิงเส้น Linear Production-Use-Disposal เป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ และบริการที่เน้นการหมุนเวียนทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ Resource Recycling นั่นเอง ..
– มาตรฐาน ISO 59020 การวัดผล Measurement : นี่คือ ส่วนที่สำคัญที่สุดสำหรับปี 2569 โดยให้สูตรทางคณิตศาสตร์ในการคำนวณดัชนีความหมุนเวียน Mathematical Formulas to Calculate a Circularity Index .. บริษัทพลังงานฯ ใช้ดัชนีนี้ในการรายงานต่อหน่วยงานกำกับดูแล เช่น สหภาพยุโรป European Union : EU หรือ กรมพัฒนาพลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงาน Department of Alternative Energy Development & Efficiency: DEDE กระทรวงพลังงานของไทย เพื่อชี้ให้เห็นว่า ชุดแบตเตอรี่ หรือฟาร์มพลังงานแสงอาทิตย์ที่ปลดระวางแล้ว Decommissioned Batteries or Solar Farms สามารถรีไซเคิลนำกลับมาใช้ใหม่ได้กี่เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น ..

2. การปรับปรุงมาตรฐาน ISO 14001 สิ่งแวดล้อม Environment ปี 2569 : พวกมันคือ มาตรฐานสากลหลักของการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 Environmental Management System : EMS ซึ่งได้รับการปรับปรุงใหม่สำหรับปี 2569 เป็นต้นไป โดยเน้นไปที่เศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy เป็นการเฉพาะ และให้องค์กร Organizations, บริษัทฯ Companies รวมทั้งหน่วยงาน Agencies บริหารจัดการความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ Systematically Manage Their Environmental Responsibilities, ลดมลพิษ Reduce Pollution, ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า Use Resources Efficiently, สอดคล้องตามกฎหมาย Comply with Laws และปรับปรุงสมรรถนะสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง Continuously Improve Environmental Performance เพื่อการพัฒนาธุรกิจควบคู่ไปกับความยั่งยืน Sustainable Business Development ให้สูงขึ้นอีก สรุปได้ดังนี้ :-
– ความรับผิดชอบตลอดวงจรชีวิต Lifecycle Accountability : การแก้ไขมาตรฐาน ISO 14001 เมื่อปี 2569 ได้เปลี่ยนจาก “การพิจารณามุมมองวงจรชีวิต Considering a Lifecycle Perspective” ไปเป็น “การบังคับใช้ Mandating” .. ทั้งนี้ ผู้ให้บริการพลังงาน Energy Providers ต้องแสดงให้เห็นว่า พวกเขาจัดการขั้นตอน “สิ้นสุดอายุการใช้งาน End-of-Life” ของสินทรัพย์อย่างไร เช่น แท่นขุดเจาะน้ำมันที่ปลดระวาง Decommissioned Oil Rigs หรือเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่ใช้แล้ว Spent Nuclear Fuels เป็นต้น ..
– การตรวจสอบย้อนกลับของห่วงโซ่อุปทาน Supply Chain Traceability : ปัจจุบัน มีข้อกำหนดที่เข้มงวดมากขึ้นสำหรับหนังสือพาสปอร์ตดิจิทัลสำหรับผลิตภัณฑ์ Digital Product Passports : DPPs ซึ่งรับประกันว่า วัสดุในแผงโซลาร์เซลล์ เช่น ซิลิคอน Silicon : 14Si, เงิน Silver : 47Ag และแก้ว Glass : SiO2 + Na2O + CaO + PbO + K2O สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตั้งแต่เหมือง Mine จนถึงศูนย์รีไซเคิล Recycling Center เป็นต้น ..
– ความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศ Climate Resilience : การปรับปรุงครั้งนี้ เชื่อมโยงแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนเข้ากับความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ Linking the Circular Economy Concept to Climate Risks โดยตระหนักว่า การนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ Reusing Materials ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ใน “ขอบเขตที่สาม Scope 3 Emissions” ที่ใช้พลังงานสูง Energy-Intensive ซึ่งหมายถึง การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม Indirect Greenhouse Gas : GHG Emissions ที่เกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่คุณค่า และเกี่ยวข้องกับการสกัดวัตถุดิบใหม่ Extracting New Raw Materials .. ทั้งนี้ ISO 14001 : 2026 เวอร์ชั่นใหม่ที่กล่าวถึงนี้นั้น ได้ยกระดับมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อมโดยมุ่งเน้นความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศ Climate Resilience เพื่อให้องค์กรสามารถรับมือ ฟื้นตัว และปรับตัวจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างรวดเร็ว โดยบูรณาการความเสี่ยงด้านภูมิอากาศเข้ากับแผนการดำเนินงาน Integrating Climate Risks into Operational Plans เช่น น้ำท่วม Floods, ภัยแล้ง Droughts หรืออุณหภูมิที่สูงขึ้น Rising Temperatures ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน และการทำงานขององค์กร นั่นเอง ..
3. การประสานพลังทำงานร่วมกัน Synergy ด้วยการบูรณาการ Integrating ISO 50001 & ISO 59000 : จนถึงวันนี้ บริษัทพลังงานฯ ที่มีวิสัยทัศน์ก้าวหน้า Forward-Thinking Energy Companies กำลังบูรณาการมาตรฐานการจัดการพลังงาน ISO 50001 Energy Management System: EMS เข้ากับชุดมาตรฐานเศรษฐกิจหมุนเวียน ISO 59000 Circular Economy เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานสูงสุด Maximizing Energy Efficiency ควบคู่กับการหมุนเวียนทรัพยากร Resource Recycling โดยใช้หลัก Plan-Do-Check-Act : PDCA ร่วมกัน เพื่อลดการสิ้นเปลืองพลังงาน และวัตถุดิบ Energy-Material Nexus ซึ่งช่วยลดต้นทุน Reducing Costs, ลดการปล่อยมลพิษ Reduce Emissions และสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ยั่งยืน Creating a Sustainable Circular Economy ผ่านการออกแบบผลิตภัณฑ์ Product Design และการจัดการห่วงโซ่อุปทาน Supply Chain Management .. ทั้งนี้ แนวทางการบูรณาการ ISO 50001 และ ISO 59000 สรุปได้ดังนี้ :-
– การกำหนดนโยบายร่วมกัน Joint Policy Establishment : หมายถึง การบูรณาการเป้าหมายการอนุรักษ์พลังงานตามมาตรฐาน ISO 50001 เข้ากับกลยุทธ์การหมุนเวียนทรัพยากรตามชุดมาตรฐาน ISO 59000 เพื่อเป้าหมายสูงสุด คือความยั่งยืน Ultimate Goal of Sustainability ..
– การประเมินศักยภาพ Gap Analysis : หมายถึงวิเคราะห์การใช้พลังงาน Energy Usage Analysis or Energy Review ควบคู่กับการไหลของวัสดุ Material Flow Analysis เพื่อหาจุดที่สามารถลดการใช้พลังงาน และหมุนเวียนทรัพยากรได้พร้อมกัน ..
– การออกแบบกระบวนการใหม่ Redesign Processes : หมายถึงการใช้แนวทางเชิงรุกในการออกแบบกระบวนการผลิตที่ใช้พลังงานต่ำ และใช้วัสดุรีไซเคิล Designing Low-Energy Production Processes Using Recycled Materials หรือออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ถอดแยกชิ้นส่วนได้ Design Disassembled Products เพื่อลดการบริโภคพลังงานในการผลิตใหม่ ..
– การจัดการพลังงานหมุนเวียน Renewable Energy Management : หมายถึงการปรับเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียนภายในกระบวนการผลิตสินค้า และบริการ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการพลังงานตามมาตรฐาน ISO 50001 Energy Management System : EnMS และสอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy ตามชุดมาตรฐาน ISO 59000 ..
– การติดตาม และประเมินผล Monitoring & Evaluation : หมายถึง การใช้ตัวชี้วัด Key Performance Indicator : KPI ตัวเดียวกันในการวัดสมรรถนะพลังงานเทียบกับประสิทธิภาพการใช้วัสดุ โดยมุ่งเน้นลดการใช้พลังงานต่อหน่วยผลผลิต KWh / Unit ขณะที่ในมุมมองด้านวัสดุ ก็มุ่งเน้นลดวัตถุดิบ และของเสีย Reducing Raw Materials & Waste เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโดยรวม .. ทั้งนี้ การผสาน 2 มาตรฐานนี้ ช่วยให้องค์กรไม่เพียงแต่ประหยัดพลังงานเท่านั้น แต่ขณะที่วงจรเชื้อเพลิงหมุนเวียนจากขยะสู่พลังงาน Waste-to-Energy in Circular Fuel Loops นั้น ยังสามารถเปลี่ยน “ของเสีย Waste” ให้เป็น “วัตถุดิบ Raw Materials” ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นมาพร้อมด้วย ..
4. การประยุกต์ใช้กับอุตสาหกรรมเฉพาะ Industry – Specific Applications ปี 2569 : การปรับตัวของอุตสาหกรรมพลังงาน คือ สิ่งที่จำเป็น และหลีกเลี่ยงไม่ได้ .. ในปี 2569 ไม่พียงในอุตสาหกรรมพลังงานเท่านั้น หากแต่ได้มีการเสนอให้ภาคอุตสาหกรรมโดยรวม Industrial Sector as a Whole เร่งนำเทคโนโลยีดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์ AI มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจมาพร้อมด้วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียน ใช้วัสดุรีไซเคิล ลดการใช้พลังงาน และลดการปล่อยคาร์บอน Decarbonization รวมทั้งมีข้อกำหนด และหลักการการตรวจสอบเพิ่มเติมขึ้นอีกมากมาย ตัวอย่างเช่น :-
– ระบบจัดเก็บพลังงานด้วยชุดแบตเตอรี่ Battery Energy Storage Systems : BESSs : มาตรฐาน ISO 59014 คือ มาตรฐานสากลด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจหมุนเวียน Environmental Management & the Circular Economy ที่กำหนดหลักการ ข้อกำหนด และแนวทางสำหรับความยั่งยืน และการตรวจสอบย้อนกลับ Traceability ในกระบวนการกู้คืนวัสดุเหลือใช้ Secondary Materials Recovery เพื่อเปลี่ยนขยะให้เป็นทรัพยากรหมุนเวียนที่มีคุณภาพ Transforming Waste into High-Quality Renewable Resources เริ่มใช้งานใหม่แล้วในปี 2569 นี้เอง ซึ่งกำหนดหลักการสำหรับการตรวจสอบย้อนกลับของวัสดุรอง Principles for the Traceability of Secondary Materials เหล่านี้ มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการรับรอง “แบตเตอรี่ที่มีอายุการใช้งานครั้งที่สอง Second Life Batteries” สำหรับการจัดเก็บพลังงานบนโครงข่ายระบบสายส่งกำลังไฟฟ้า Grid Storage ..
– แผงโซลาร์เซลล์ Solar PV Panels : การปรับปรุง IEC 62941 ระบบบริหารคุณภาพ Quality Management System: QMS ในการผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์ PV Modules ในปี 2569 ซึ่งทำงานร่วมกับมาตรฐาน ISO 9001 ระบบบริหารงานคุณภาพ Quality Management System: QMS สำหรับองค์กรทุกขนาดและผลิตภัณฑ์ รวมทั้งทุกประเภทธุรกิจ .. ปัจจุบัน ได้ผนวกรวมไปถึงข้อกำหนด “การออกแบบเพื่อการรีไซเคิล Design for Recycling” ทำให้โรงงานอัตโนมัติ Automated Plants สามารถแยกแก้วออกจากซิลิคอนได้ง่ายขึ้น Easier to Strip Glass from Silicon : 14Si .. ทั้งนี้ IEC 62941 นั้น คือมาตรฐานระหว่างประเทศเฉพาะในการการควบคุมคุณภาพเพื่อให้ได้มาซึ่งแผงโซลาร์เซลล์ Solar PV Panels ที่มีความเสถียร Stable, เชื่อถือได้ Reliable และใช้งานได้ยาวนาน Long-Lasting กว่ามาตรฐานอุตสาหกรรมทั่วไป General Industry Standards ที่เคยใช้กันมาก่อนหน้านี้ ..
– ไฮโดรเจน Hydrogen: H2 : มาตรฐานเศรษฐกิจหมุนเวียน Circularity Standards กำลังถูกนำไปใช้กับชุดอิเล็กโทรไลเซอร์ Electrolyzer Stacks ซึ่งมีตัวเร่งปฏิกิริยาราคาแพง เช่น อิริเดียม Iridium : 77Ir โดยบริษัทต่าง ๆ จะใช้มาตรฐาน ISO 59020 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่กำหนดข้อกำหนด และแนวทางสำหรับการตรวจวัด และประเมินผลการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน Circularity Performance ขององค์กร เพื่อติดตามการกู้คืนตัวเร่งปฏิกิริยาเหล่านี้ในระหว่างการบำรุงรักษา Recovery of These Catalysts During Maintenance เป็นต้น ..

อย่างไรก็ตาม การผสานรวมระหว่างมาตรฐานอุตสาหกรรมพลังงาน ISO Standards for The Energy Industry และเศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy ได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว .. ในอุตสาหกรรมพลังงาน Energy Industry การเปลี่ยนแปลงนี้ กำลังเปลี่ยนจาก “ปริมาณพลังงานที่เราใช้ในเชิงประสิทธิภาพ “How Much Energy We Use in Efficiency Aspect” ไปสู่ ”โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของเรามาจากที่ไหน และไปที่ไหน เป็นวงรอบวัฏจักร Where Our Energy Infrastructure Comes From & Where It Goes” และมิได้จำกัดอยู่ในอุตสาหกรรมพลังงาน Energy Industries เท่านั้นอีกต่อไป แต่ถูกนำไปประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรมการผลิต Manufacturing Sector สำหรับอุตสาหกรรมสีเขียวทุกประเภททางธุรกิจ All Types of Green Industries & Businesses จากนี้ไป ..
ทั้งนี้ พัฒนาการสำคัญ Key Development ที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy ในปี 2569 นั้น ได้แก่ การเปิดตัวชุดมาตรฐาน ISO 59000 Series “กรอบวงจรการทำงาน The Loop Framework” ซึ่งเป็นกรอบการทำงานสากลแรกสำหรับการวัด และการนำความเป็นวงรอบวัฏจักร Measuring & Implementing Circularity ไปประยุกต์ใช้ โดยพวกมัน พัฒนาขึ้นโดยคณะกรรมการวิชาการ ISO/TC 323 Technical Committee และได้รับการออกแบบมา เพื่อเปลี่ยนผ่านโครงสร้างธุรกิจจาก “การผลิตเชิงเส้น Linear Manufacturing” ไปสู่ “เศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy” อย่างเป็นรูปธรรม ช่วยให้องค์กร สามารถวัดผล นำไปปฏิบัติจริง และเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการทรัพยากรได้อย่างยั่งยืน ครอบคลุมการพัฒนามาตรฐานที่เกี่ยวกับการหมุนเวียนวัสดุ Material Circulation, การออกแบบผลิตภัณฑ์ Product Design, โมเดลธุรกิจ Business Models, การจัดการวัสดุเมื่อหมดอายุการใช้งาน End-of-Life Material management ตลอดจนตัวชี้วัดความหมุนเวียน Circularity Indicators นั่นเอง ..
ระบบมาตรฐานการจัดการพลังงาน ISO 50001 Energy Management System : EMS ในประเทศไทย Thailand ..
ในประเทศไทย มาตรฐาน ISO 50001 ว่าด้วย การจัดการพลังงาน Energy Management ได้เปลี่ยนจาก “สิ่งที่ควรปฏิบัติตามโดยสมัครใจ Nice-to-Have” มาเป็น “ความจำเป็นเชิงกลยุทธ์ Strategic Necessity” สำหรับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ Large – Scale Industrial Players ทุกประเภท .. นับตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นมา พบว่า อัตราการนำไปใช้เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มบริษัทฯ ที่เน้นการส่งออก Export-Oriented Companies และบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย Stock Exchange of Thailand : SET ซึ่งต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการรายงานสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล Comply with Environment, Social & Governance : ESG Reporting Mandates ..
วัตถุประสงค์หลัก Main Objectives สำหรับการประยุกต์ใช้มาตรฐาน ISO 50001 ในประเทศไทยนั้น มุ่งเน้นเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างเป็นระบบ Systematically Improve Energy Efficiency, ลดการใช้พลังงานที่สิ้นเปลือง Reduce Wasteful Energy Consumption และลดต้นทุนการดำเนินงาน Lower Operating Costs ตลอดจนสามารถช่วยลดก๊าซเรือนกระจก Reduce Greenhouse Gas : GHG Emissions สอดคล้องกับแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว Develop Green Industries และบูรณาการร่วมกับมาตรฐานอื่น ๆ Integrate with Other Standards ได้ดี เช่น มาตรฐาน ISO 14001 ระบบจัดการสิ่งแวดล้อม Environmental Management System : EMS และมาตรฐาน ISO 9001 ระบบจัดการคุณภาพ Quality Management Systems : QMS มาพร้อมด้วย ..
ทั้งนี้ ประโยชน์ต่อองค์กรธุรกิจ อุตสาหกรรมสีเขียว และอุตสาหกรรมพลังงานของไทยนั้น ได้แก่ การลดค่าใช้จ่าย และต้นทุนด้านพลังงาน Reducing Expenses & Energy Costs อย่างเป็นรูปธรรม, การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตที่สูงขึ้น Increasing Production Process Efficiency, ภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น Enhancing Brand Image จากการตอบสนองความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม Corporate Social Responsibility : CSR รวมทั้งการเป็นระบบที่มีการบริหารจัดการที่ยั่งยืน Sustainable Management System และมีมาตรฐานสากล International Standards สรุปเป็นประเด็นสำคัญ ดังนี้ :-
1. บริบททางกฎหมาย และ “ความเชื่อมโยง กับกรมพัฒนาพลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงาน พพ. กระทรวงพลังงาน Department of Alternative Energy Development & Efficiency : DEDE” : ในประเทศไทย Thailand การจัดการพลังงาน Energy Management อยู่ภายใต้การกำกับดูแลภาครัฐตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน Energy Conservation Promotion Act ปี 2335 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ปี 2550 และแผนพลังงานชาติ National Energy Plan : NEP ปี 2566-2580 เพื่อมุ่งส่งเสริมผู้ประกอบการให้ใช้พลังงานอย่างประหยัด และยั่งยืน Using Energy Efficiently & Sustainably ดังนี้ :-
– การบังคับใช้ เทียบกับการสมัครใจ Mandatory Vs Voluntary : แม้ว่า รัฐบาลไทย Thai Government จะกำหนดให้ “โรงงานอุตสาหกรรม และอาคารที่กำหนด Designated Factories & Buildings” ต้องมีการจัดการพลังงาน ซึ่งหลายบริษัทฯ ในประเทศใช้มาตรฐาน ISO 50001 นี้ เป็นเครื่องมือในการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมาย เพื่อรับการประเมินค่าอุตสาหกรรมสีเขียว Green Industries Assessment มาในช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว .. ทั้งนี้ แม้ว่ากฎหมายจะบังคับให้ภาคอุตสาหกรรม ต้องมีการบริหารจัดการพลังงาน แต่ก็มิได้บังคับว่าจะต้องใช้มาตรฐาน ISO 50001 นี้เท่านั้น อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ในประเทศมากมาย ได้นำชุดมาตรฐานนี้ไปประยุกต์ใช้อย่างกว้างขวาง เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน, ลดต้นทุนด้านพลังงาน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในระดับสากล และส่งเสริมให้องค์กรมีการจัดการพลังงานอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม นั่นเอง ..
– กรมพัฒนาพลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงาน Department of Alternative Energy Development & Efficiency : DEDE : กระทรวงพลังงาน Ministry of Energy โดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงาน พพ. DEDE ส่งเสริมการยกระดับจากการรายงานพลังงาน Energy Reporting ตามกฎหมายพื้นฐานของไทยไปสู่มาตรฐาน ISO 50001 ระหว่างประเทศอย่างแข็งขัน ผ่านการฝึกอบรม และคู่มือทางเทคนิค Training & Technical Guides ไปพร้อมด้วย เป็นต้น ..
2. มาตรการส่งเสริมการลงทุนจาก Board of Investment : BOI ปี 2569-2570 : คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน Board of Investment : BOI ได้ปรับปรุง “มาตรการส่งเสริมการยกระดับอุตสาหกรรม Measure for Industrial Upgrades” เพื่อส่งเสริมแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืน Sustainable Practices ได้แก่ :-
– การยกเว้นภาษี Tax Exemptions : บริษัทฯ ที่ลงทุนในเครื่องจักรประหยัดพลังงาน Energy-Saving Machinery หรือนำระบบมาตรฐานการจัดการพลังงาน Energy Management System : EnMS เช่น ISO 50001 มาใช้ สามารถขอรับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล Corporate Income Tax : CIT เป็นเวลา 3 ปี ในอัตรา 50% ของการลงทุน ..
– การสนับสนุนโดยตรง Direct Support : คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน Board of Investment : BOI มักให้สิ่งจูงใจสำหรับ “อุตสาหกรรมอัจฉริยะ และยั่งยืน Smart & Sustainable Industries” ซึ่งรวมถึงระบบตรวจสอบพลังงานดิจิทัล Digital Energy Monitoring Systems อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นข้อกำหนดหลักสำหรับการปฏิบัติตามมาตรฐาน ISO 50001 ในปัจจุบัน ..

3. ผู้นำด้านการนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรม Industry Adoption Leaders : กลุ่มบริษัทฯ ขนาดใหญ่ของไทย Major Thai Conglomerates คือ ผู้นำในการสร้างความมั่นคงให้กับห่วงโซ่อุปทานของตน Secure their Supply Chains เพื่อรับมือกับภาษีคาร์บอนในอนาคต Future Carbon Taxes เช่น Carbon Border Adjustment Mechanism : CBAM ของสหภาพยุโรป .. ทั้งนี้ บริษัทฯ ชั้นนำของไทยหลายแห่งในภาคปิโตรเคมี อาหาร และยานยนต์ ได้นำมาตรฐาน ISO 50001 มาใช้เพื่อลดต้นทุนด้านพลังงาน Reduce Energy Costs และมุ่งสู่การใช้แนวปฏิบัติให้สอดคล้องกับเป้าหมาย “การปล่อยก๊าซเรือนเป็นศูนย์สุทธิ ภายในปี 2593 หรือ Net Zero 2050” ของประเทศ ตัวอย่างเช่น :-
– บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) Thai Beverage Plc : ThaiBev : ณ ปี 2569 โรงงานผลิตกว่า 16 แห่งของไทยเบฟ ThaiBev ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 50001 โดยเน้นการบูรณาการก๊าซชีวภาพ และพลังงานแสงอาทิตย์ Integrating Biogas & Solar Energy เข้ากับระบบบริหารจัดการพลังงาน Energy Management System : EnMS ..
– บริษัท ซีพี ออลล์ จํากัด (มหาชน) CP All Public Company Limited / 7-Eleven & Makro : บริษัท CP All ใช้มาตรฐาน ISO 50001 ในการจัดการการบริโภคกำลังไฟฟ้าปริมาณมหาศาลของศูนย์กระจายสินค้า Distribution Centers และสาขาค้าปลีก Retail Branches ซึ่งรายงานว่า สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้หลายล้านบาทต่อปี ..
– บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) PTT Public Company Limited : กลุ่ม ปตท.PTT Group ได้นำมาตรฐาน ISO 50001 การจัดการพลังงาน Energy Management System : EnMS นี้ ไปใช้ในโรงกลั่น และโรงงานปิโตรเคมี Refineries & Petrochemical Plants ของพวกเขาทั้งหมด เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์สุทธิ ภายในปี 2593 ของประเทศไทย ..
– บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ ไทยออยล์ กรุ๊ป Thaioil Group : จากรายงานความยั่งยืน Sustainability Reports ปี 2569 นั้น ไทยออยล์ Thaioil ใช้กรอบงานมาตรฐาน ISO 50001 ในการจัดการโครงการเพิ่มประสิทธิภาพขนาดใหญ่ Frameworks to Manage Massive Efficiency Projects เช่น การติดตั้งเครื่องอุ่นอากาศ Air-Preheaters ในหน่วยกลั่นน้ำมันดิบ Crude Distillation Units เพื่อลดการใช้เชื้อเพลิง Reduce Fuel Consumption เป็นต้น ..
– บริษัท มาบตาพุด โอเลฟินส์ จำกัด MOC-SCG Chemicals : กรณีศึกษาที่โดดเด่นจากการนำมาตรฐาน ISO 50001 มาใช้ของพวกเขา ช่วยให้บริษัทฯ ประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้มากกว่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในระยะเวลา 4 ปี โดยการกำหนดมาตรฐานการจัดการพลังงาน Energy Management System : EnMS ในกระบวนการผลิต ..
– บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) Bangchak Corporation: BCP : พวกเขาใช้มาตรฐาน ISO 50001 การจัดการพลังงาน Energy Management System : EnMS นี้ ในการจัดการการดำเนินงานโรงกลั่น และ “ระบบการจัดการพลังงานชุมชนสีเขียว Green Community Energy Management Systems: GEMS” ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยีสมาร์ทกริด Smart Grid Technology ในสถานีบริการน้ำมัน Service Stations ของพวกเขาไปพร้อมด้วย ..
– บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) Thai Union Group : TU : Thai Union Group คือ กลุ่มบริษัทฯ ผู้ผลิตอาหารทะเลรายใหญ่ระดับโลก ซึ่งประยุกต์ใช้มาตรฐาน ISO 50001 เพื่อสนับสนุนกลยุทธ์ SeaChange® 2030 โดยมุ่งลดการใช้พลังงานอย่างมีนัยสำคัญ Significant Energy Reductions ในโรงงานแปรรูปอาหารทะเล Seafood Processing Plants ทั่วประเทศไทย ..
– บริษัท ซีพีแรม จำกัด CPRAM : CP RAM คือ บริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ CP Group ซึ่งโรงงานของบริษัทฯ เช่น โรงงานที่ลาดลุมแก้ว Latlumkaeo Plant ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 50001 โดยเน้นประสิทธิภาพการใช้พลังงานในกระบวนการผลิตอาหาร .. ทั้งนี้ ซีพีแรม CP RAM มุ่งเน้นการผลิตอาหารแช่แข็งคุณภาพสูง และเบเกอรี่เพื่อผู้บริโภคทุกกลุ่ม โดยมีความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม เป็นสำคัญ ด้วยยุทธศาสตร์สร้างสมดุลระหว่างธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม Heart, Health, Home ซึ่งทำหน้าที่เป็นเสาหลักในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืนสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDGs ..
– บริษัท ซังโกะ ไดคาซติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) Sanko Diecasting (Thailand) PCL : ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์เฉพาะทาง โดยใบรับรองมาตรฐาน ISO 50001 : 2018 ปัจจุบันของบริษัทฯ ยังคงใช้งานได้จนถึงเดือนธันวาคม 2569 ครอบคลุมการหล่อขึ้นรูปอลูมิเนียม Aluminum Diecasting และการผลิตชิ้นส่วน Manufacturing Components ด้วยเครื่องจักรประหยัดพลังงาน Energy-Efficient Machinery ..
– บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด Siam Yamato Steel : SYS : โรงงานห้วยโป่งในจังหวัดระยองของพวกเขา คือ หนึ่งในผู้นำมาตรฐาน ISO 50001 นี้ไปใช้ โดยแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Reducing Greenhouse Gas : GHG Emissions ในอุตสาหกรรมหนักเหล็กกล้า Heavy Steel Industry เป็นต้น ..
ทั้งนี้ มาตรฐาน ISO 50001 สำหรับการเปลี่ยนผ่านพลังงานในประเทศไทย Energy Transition in Thailand นั้น สำหรับ ภูมิทัศน์ด้านพลังงาน Energy Landscape ในปี 2569 แสดงให้เห็นได้ว่า มาตรฐาน ISO 50001 ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการดำเนินงานตามแผนพลังงานชาติ National Energy Plan : NEP ที่มุ่งมั่นของไทย โดยเชื่อมโยงช่องว่างระหว่างนโยบายภาครัฐระดับสูงของรัฐบาล เช่น เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน Carbon Neutrality Goal ในปี 2593 กับการใช้พลังงานไฟฟ้า Electricity Usage ในการปฏิบัติงานประจำวันของโรงงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะแนวปฏิบัตินำร่องในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก Eastern Economic Corridor : EEC จังหวัดระยอง ..
แผนประสิทธิภาพพลังงาน Energy Efficiency Plan : EEP ฉบับปรับปรุงใหม่ของไทย ได้ตั้งเป้าหมายลดความเข้มข้นของการใช้พลังงานในประเทศลง 30% ภายในปี 2580 โดยมาตรฐาน ISO 50001 คือเครื่องมือหลักที่กรมพัฒนาพลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงาน พพ. DEDE ใช้ในการตรวจสอบให้แน่ใจว่า “โรงงานที่กำหนด Designated Factories” ที่ใช้พลังงานมากกว่า 20 TJ ต่อปี หรือหรือประมาณ 5,556 MWh ต่อปีขึ้นไป ซึ่งเทียบเท่ากับพลังงานจากการเผาไหม้ถ่านหินหิน มากกว่าประมาณ 700-800 ตันนั้น สามารถก้าวข้ามการปฏิบัติตามข้อกำหนดขั้นพื้นฐานการใช้พลังงานไปสู่ประสิทธิภาพระดับสากล International-Grade Efficiency ได้สำเร็จอย่างงดงาม ..

1ด้วยการคาดการณ์การบังคับใช้พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย Thailand Climate Change Act ในปี 2569 บริษัทฯ หลายแห่งของไทย จึงได้นำ ISO 50001 มาใช้ก่อนหน้านี้แล้ว เพื่อดำเนินการให้ผ่านการตรวจสอบการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Verify Emission Reductions และจัดเตรียมข้อมูลที่มีโครงสร้างที่จำเป็นสำหรับระบบการซื้อขายสิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจก Emission Trading System : ETS ที่กำลังจะมาถึงในเร็ววันนี้ ตลอดจนมาตรฐาน ISO 50001 คือหลักฐานยืนยันความเข้มข้นของการใช้พลังงาน Proof-of-Record for Energy Intensity ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการไทย สามารถหลีกเลี่ยงค่าปรับจากมาตรการราคาคาร์บอนก่อนข้ามแดน Carbon Border Adjustment Mechanism : CBAM สำหรับผู้ส่งออกไปยังสหภาพยุโรป European Union : EU ได้เป็นอย่างดี ..
ปัจจุบัน คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน Board of Investment : BOI ให้การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล Corporate Income Tax: CIT เป็นเวลา 3 ปี สำหรับ 50% ของการลงทุนแก่บริษัทฯ ที่นำระบบการจัดการพลังงาน Energy Management System : EnMS มาใช้ ในปี 2569 .. การยกเว้นนี้ถูกนำไปใช้อย่างมากสำหรับการอัพเกรด “พลังงานอัจฉริยะ” ตัวอย่างเช่น :-
– เครื่องทำความเย็นที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ AI-Driven Chillers : การเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบบทำความร้อน ระบายอากาศ และปรับอากาศ Heating, Ventilation & Air Conditioning : HVAC แบบเรียลไทม์ตามเวลาจริง ..
– แผงโซลาร์เซลล์พลังแสงอาทิตย์บนหลังคา Solar Rooftops : การใช้ ISO 50001 เพื่อจัดการการเปลี่ยนจากการพึ่งพา “โครงข่ายระบบสายส่งกำลังไฟฟ้า Grid-Dependency” ไปสู่ “การผลิตกำลังไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนสะอาดสีเขียวรูปแบบกระจาย Distributed Production of Clean & Green Renewable Electrical Power” ..
ในภาพรวมปี 2569 นั้น มาตรฐาน ISO 50001 ว่าด้วยการจัดการพลังงาน Energy Management ไม่ได้เป็นเพียงแค่ “การประหยัดค่าไฟฟ้า Saving on the Electric Bill” อีกต่อไป แต่เป็น “หนังสือเดินทางด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบสำหรับธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรมของไทย Compliance Passport for Thai Businesses & Industries” เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกยุคของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน Global Market in the Era of Energy Transition ให้สำเร็จได้ในที่สุดจากนี้ไป ..
คาดการณ์ตลาดระบบการจัดการพลังงานทั่วโลก Global Energy Management Systems : EnMS Market ..
ตลาดโลกสำหรับระบบการจัดการพลังงาน Global Market for ISO 50001 Energy Management Systems : EnMS กำลังอยู่ในช่วงการเติบโตสูง ในปี 2569 ซึ่งได้รับแรงกระชากเหมือนโดนเข้ากับ “พายุที่สมบูรณ์แบบ Perfect Storm” จากปัจจัยหลายอย่างพร้อมกัน ได้แก่ ราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น Soaring Energy Prices, การผลักดันให้บรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์สุทธิ The Push for Net Zero และกฎระเบียบใหม่ที่เข้มงวดในยุโรป และอเมริกาเหนือ Strict New Regulations in Europe & North America ที่กำหนดให้องค์กรขนาดใหญ่ Large Enterprises ต้องมีระบบการจัดการพลังงานที่เป็นระบบ Systematic Energy Management System ..
โดยทั่วไปแล้ว ตลาดตลาดระบบการจัดการพลังงาน Energy Management Systems : EnMS Market นี้ จะถูกวิเคราะห์ผ่าน 2 มุมมอง คือ ซอฟต์แวร์ และฮาร์ดแวร์การจัดการพลังงาน EMS Software & Hardware ที่รองรับมาตรฐาน และบริการรับรองมาตรฐานนั่นเอง ..
ทั้งนี้ อ้างถึงข้อมูลการตรวจสอบตลาดของ Precedence Research พบว่า ขนาดธุรกิจในตลาดระบบการจัดการพลังงานทั่วโลก Global Energy Management Systems : EnMS Market มีมูลค่า 69.05 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2568 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 79.06 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2569 เป็นประมาณ 225.13 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2577 ด้วยอัตราการเติบโตต่อปี Compound Annual Growth Rate : CAGR หมายถึง อัตราผลตอบแทนสำหรับการลงทุนในตลาดระบบการจัดการพลังงานทั่วโลก Global Energy Management Systems : EnMS Market ที่เติบโตจากยอดดุลเริ่มต้นไปถึงยังยอดดุลสิ้นสุดรวมสมมติฐานว่ากำไรจะถูกนำกลับมาลงทุนหมุนเวียนใหม่ทุกสิ้นปีของช่วงอายุการลงทุนอยู่ที่ค่า CAGR 14.08% ในช่วงระยะเวลาที่คาดการณ์ ปี 2568-2577 ..
ระบบการจัดการพลังงาน Energy Management System : EnMS ช่วยลดต้นทุนด้านพลังงาน แม้แต่รัฐบาลของประเทศที่พัฒนาแล้ว และประเทศกำลังพัฒนา ต่างก็ดำเนินโครงการ และนโยบายต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการนำระบบการจัดการพลังงานมาใช้ และการยอมรับในตลาดโลก .. ระบบการจัดการพลังงาน Energy Management System ถือเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมใหม่ Innovative Technologies สำหรับภาคพลังงาน และกำลังไฟฟ้า Power & Energy Sectors ..
ไม่เพียงอุตสาหกรรมพลังงานขนาดใหญ่ Large Energy Industries เท่านั้น แต่ วิสาหกิจขนาดเล็ก และขนาดกลาง Small & Medium Enterprises รวมถึงอุตสาหกรรมทุกประเภท Every Type of Industries กำลังนำระบบการจัดการพลังงาน Energy Management System : EnMS มาประยุกต์ใช้ เนื่องจากประโยชน์มากมายที่ได้รับจากระบบการจัดการพลังงาน Many Benefits Can Be Gained from an Energy Management System .. จนถึงวันนี้ ความต้องการระบบการจัดการพลังงาน Demand for Energy Management Systems เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโต Prominent Factors Driving the Growth ของตลาดระบบการจัดการพลังงานทั่วโลก Global Energy Management Systems Market คือ การพัฒนาทางเทคโนโลยี Technological Developments, ความต้องการลดต้นทุนค่าพลังงาน Demand to Reduce Energy Costs และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด Transition to Clean Energy .. นอกจากนี้ รัฐบาลในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ยังลงทุนอย่างมากในการพัฒนาระบบการจัดการพลังงาน Investing for the Development of the Energy Management Systems .. ปัจจัยเหล่านี้ ช่วยกระตุ้นการเติบโตของตลาดระบบการจัดการพลังงานทั่วโลก Global Energy Management Systems Market ในช่วงระยะเวลาที่คาดการณ์ ..
อัตราการเติบโตของตลาดที่สูงมาก ชี้ว่า ระบบการจัดการพลังงาน Energy Management Systems : EnMS กำลังได้รับความนิยมในตลาดโลก .. ในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา การนำระบบการจัดการพลังงานอัตโนมัติมาใช้ Adoption of Automatic Energy Management Systems นั้น เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว .. ความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับมลพิษ และการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ Growing Concerns Regarding Pollution & Carbon Emissions สนับสนุนการขยายตัว และการพัฒนาของตลาดระบบการจัดการพลังงาน .. นอกจากนี้ รัฐบาลในหลายประเทศ ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบริโภคพลังงาน ซึ่งช่วยกระตุ้นการเติบโตของตลาดระบบการจัดการพลังงาน Boosting the Energy Management Systems Market Growth ..
นอกจากนี้ การใช้แหล่งพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น Growing Use of Renewable Energy Sources กำลังผลักดันความต้องการ และความจำเป็นของระบบการจัดการพลังงานให้สูงขึ้นตามมาด้วย .. ผู้เล่นหลักในตลาด Major Market Players กำลังร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ Collaborating with Government Agencies เพื่อการพัฒนาตลาดระบบการจัดการพลังงานทั่วโลก Development of the Global Energy Management Systems : EnMS Market .. คาดหมายได้ว่า ระบบการจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ และคุ้มค่า โดยเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมพลังงาน Energy Industries, ปิโตรเคมี Petrochemicals, อาหาร Food และอุตสาหกรรมยานยนต์ Automotive Industry รวมไปถึงภาคอุตสาหกรรมการผลิต Manufacturing Sector อื่น ๆ ในอุตสาหกรรมสีเขียวทุกประเภท All Types of Green Industries จากนี้ไปนั้น จะสามารถสร้างโอกาสการเติบโต และการพัฒนาของตลาดระบบการจัดการพลังงานทั่วโลก Global Energy Management Systems : EnMS Market ให้เติบโตขึ้นได้อย่างยั่งยืนด้วยความเร่งในช่วงระยะเวลาคาดการณ์ ..
สรุปส่งท้าย ..
การเปลี่ยนผ่านพลังงาน Energy Transition ไม่ใช่เพียงเป้าหมายที่พึงปรารถนาเท่านั้น แต่เป็นสิ่งสำคัญยิ่งยวดต่ออนาคตของโลก และมนุษยชาติ .. จนถึงวันนี้ การเปลี่ยนผ่านพลังงาน Energy Transition ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนทางหลัก และสำคัญที่สุด Primary & Most Essential Way ในการต่อสู้กับวิกฤติสภาพภูมิอากาศ Fight the Climate Crisis เพราะสามารถจัดการกับต้นตอของปัญหาได้โดยตรง นั่นคือ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกส่วนใหญ่ทั่วโลก Vast Majority of Global Greenhouse Gas : GHG Emissions .. ทั้งนี้ การเปลี่ยนผ่านพลังงาน Energy Transition คือ การเปลี่ยนแปลงทางอุตสาหรรมครั้งใหญ่ Deep Industrial Shift ในการลดคาร์บอน Decarbonize ในภาคพลังงาน Energy Sector, การผลิตกำลังไฟฟ้า Power Generation, การขนส่ง Transportation และอุตสาหกรรมการผลิต Manufacturing Industry ที่หลากหลาย ซึ่งไม่เพียงแต่ต้องการแหล่งพลังงานที่สะอาด Clean Energy Sources เท่านั้น แต่ยังต้องรวมถึงประสิทธิภาพ Efficiency, การจัดเก็บ Storage และการดำเนินการที่เป็นธรรม และเท่าเทียมกัน Just & Equitable Implementation มาพร้อมด้วย ..
ปัจจุบัน การรับรองมาตรฐานจากองค์กรระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน International Organization for Standardization : ISO Certifications โดยเฉพาะมาตรฐาน ISO 50001 ว่าด้วย การจัดการพลังงาน Energy Management นั้น ได้มอบกรอบการทำงานที่เป็นระบบ Systematic Framework สำหรับองค์กร หน่วยงาน และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในการจัดการประสิทธิภาพด้านพลังงาน Energy Efficiency Management ซึ่งสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานโดยตรง Directly Supporting the Energy Transition ด้วยการปรับปรุงประสิทธิภาพ Improving Efficiency, ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Reducing Greenhouse Gas : GHG และส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน Promoting Renewable Energy Adoption .. มาตรฐานนี้ เสนอแนวทางที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล Data-Driven Approach เพื่อกำหนดเกณฑ์พื้นฐานด้านพลังงาน Energy Baselines, ระบุการใช้พลังงานที่สำคัญ Identify Significant Energy Uses และส่งเสริมการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง Foster Continuous Improvement ซึ่งมักช่วยให้องค์กร Organizations สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมาย Meet Regulatory Requirements ได้อย่างถูกต้อง และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์สุทธิ Reach Net-Zero Goals ให้สำเร็จได้อย่างมั่นใจ ..
หัวใจสำคัญของการปกป้องมิให้อุณหภูมิโลกร้อนขึ้นอีกเกิน 1.5°C ได้แก่ มาตรการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ Reduce Carbon Dioxide : CO2 Emissions ที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานในภาคอุตสาหกรรม Industrial Energy Use ให้สำเร็จเป็นตัวอย่างก่อนภาคส่วนอื่น ๆ และเพื่อจำกัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ .. ดังนั้น จึงถือเป็นความจำเป็นที่ขาดไม่ได้ที่จะต้องมีการดำเนินการอย่างเร่งด่วนระดับนานาชาติ ซึ่งเพื่อการนี้ พบว่า มาตรฐานอุตสาหกรรมพลังงาน Energy Industry Standards ที่เป็น “3 มาตรฐานหลัก Big Three” ได้แก่ มาตรฐาน ISO 50001 การจัดการพลังงาน Energy Management, มาตรฐาน ISO 14001 การจัดการสิ่งแวดล้อม Environmental Management และมาตรฐาน ISO 9001 การจัดการคุณภาพ Quality Management คือเครื่องมือหลักสำคัญสำหรับการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ Key Tools for Climate Action สำหรับอนาคตจากนี้ไป ..

ทั้งนี้ ในขณะที่การปรับเปลี่ยนระบบพลังงานทั่วโลกกำลังเดินหน้าอยู่นั้น แต่ละประเทศจำเป็นต้องมีมาตรการภาครัฐเพิ่มเติมที่ชัดเจน และเฉียบขาด เช่น การยกเลิกการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล Devolution of Fossil Fuels, การปรับแต่งเครื่องยนต์สันดาปภายใน Modification of Internal Combustion : ICEs Engines, การมุ่งใช้เชื้อเพลิงสังเคราะห์ เชื้อเพลิงชีวภาพ และเชื้อเพลิงไฮโดรเจนสำหรับการบิน Synthetic Fuels, Biofuels & Hydrogen : H2 Fuels for Aviation, การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า Electric Vehicles : EVs, ระบบจัดเก็บพลังงานด้วยชุดแบตเตอรี่ Battery Storage Systems, การประยุกต์ใช้เซลล์เชื้อเพลิง Fuel Cells และโครงข่ายระบบสายส่งอัจฉริยะ Smart Grids รูปแบบต่าง ๆ รองรับแหล่งพลังงานทางเลือก พลังงานทดแทน และพลังงานหมุนเวียนที่ผันแปร Variable Renewables รวมถึงระบบดักจับคาร์บอนไดออกไซด์จากบรรยากาศโดยตรง Direct Carbon Dioxide Capture : DAC Systems เพื่อหยุดการเพิ่มขึ้นของคาร์บอนในอากาศ สร้างสมดุลบรรยากาศ และลดผลกระทบจากวิกฤติสภาพภูมิอากาศ Climate Crisis เป็นต้น ..
มาตรฐานอุตสาหกรรมพลังงาน ISO Standards for The Energy Industry รวมถึงการบูรณาการประสานพลัง Synergy ระหว่างมาตรฐาน ISO 50001 การจัดการพลังงาน และมาตรฐาน ISO 59000 เศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy ได้กลายเป็นรากฐานทางเทคนิคในภาคอุตสาหกรรมทุกขนาด ทุกประเภทสำหรับความเป็นเศรษฐกิจหมุนเวียนในด้านพลังงาน Technical Foundation for Circularity in Energy ไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคาดหมายได้ว่า พวกมัน คือ เครื่องมือลดคาร์บอนสำคัญ Key Decarbonization Tools สำหรับการต่อสู้กับวิกฤติสภาพภูมิอากาศ Fighting the Climate Crisis ซึ่งมีศักยภาพในการหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากถึง 6,500 ล้านตัน MT ต่อปี หรือ 6.5 GtCO2e per Year ภายในปี 2573 ..
เชื่อมั่นได้ว่า การเปลี่ยนผ่านพลังงาน Energy Transition ด้วยมาตรการด้านพลังงานหมุนเวียน และประสิทธิภาพการใช้พลังงาน Renewable Energy Measures & Energy Efficiency ให้บรรลุได้ถึงระดับ 90% จะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศลงได้ หรือไม่ให้มันเพิ่มมากขึ้นอีกจากนี้ไปด้วยความร่วมมือในระดับนานาชาติ และมาตรฐานอุตสาหกรรมพลังงาน ISO Standards for The Energy Industry นั้น ได้กลายเป็นความจำเป็นยิ่งยวดที่ขาดไม่ได้ ทั้งนี้ เพื่อป้องกันความเสียหายร้ายแรงจากวิกฤติสภาพภูมิอากาศที่ไม่อาจย้อนกลับได้ Prevent Catastrophic, Irreversible Harm from Climate Crisis ให้สำเร็จได้ในที่สุด ซึ่งจะส่งผลให้ความมั่นคงทางพลังงานโลก Global Energy Security ตลอดจนอนาคตที่ดีกว่า สุขภาพที่ดีกว่า ความปลอดภัยที่ดีกว่า และความมั่งคั่งที่ดีกว่า A Better, Healthier, More Secure & Moe Prosperous Future จะได้รับการประกันมาพร้อมอีกด้วย ..
………………………………………
คอลัมน์ : Energy Key
By โลกสีฟ้า ..
สนับสนุนโดย…..บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน)

ขอบคุณเอกสารอ้างอิง :-
Goal 7: Affordable and Clean Energy | ISO :-
https://www.iso.org/sdg/SDG07.html
ISO 50001 | Wikipedia :-
https://en.wikipedia.org/wiki/ISO_50001
Energy Efficiency & Renewable Energy Sources – Common International Terminology :-
https://www.iso.org/standard/62607.html
Energy Industry Standards | NQA :-
https://www.nqa.com/en-gb/certification/sectors/energy
NQA’s ESG Standards :-
https://www.nqa.com/en-gb/sustainability
Overview Energy Management Standard :-
https://www.linkedin.com/pulse/overview-energy-management-standard-zaini-abdul-wahab
Global Energy Management Systems Market| Precedence Research :-
https://www.precedenceresearch.com/energy-management-systems-market
Global Renewable Energy Market | Precedence Research :-
https://www.precedenceresearch.com/renewable-energy-market
The Six – Sector Solution to the Climate Crisis :-
https://photos.app.goo.gl/bpMYDhQjaAs21ByW9
Energy Transition : A Significant Structural Change in an Energy System :-



















