“กกต.”คาดสรุปคดีฮั้วสว.เสร็จเดือนส.ค.นี้ ยันยึดพยานหลักฐาน-ไม่หวั่นสังคมกดดัน

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img


เลขาธิการ กกต. เผยคดีฮั้วเลือก สว. คาดพิจารณาแล้วเสร็จภายในเดือน ส.ค.นี้ เหลือประชุมอีกประมาณ 4 ครั้ง ย้ำการพิจารณาเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย ยึดข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ไม่ตัดสินตามกระแสสังคม พร้อมระบุข้อมูลใหม่จากพรรคประชาชนที่จะเปิดเผย ต้องตรวจสอบว่าอยู่ในสำนวนหรือไม่

เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2569 ที่ จ.ร้อยเอ็ด นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยความคืบหน้าการพิจารณาสำนวนคดีฮั้วสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ของ กกต. ชุดใหญ่ ว่าจะมีการส่งฟ้องต่อศาลหรือไม่นั้น ยืนยันว่า กกต. เคยชี้แจงแล้วว่าการพิจารณาจะแล้วเสร็จภายในเดือน ส.ค.นี้ โดยคาดว่าจะเหลือการประชุมอีกประมาณ 4 ครั้ง

นายแสวง กล่าวว่า แม้คดีฮั้ว สว. จะเป็นประเด็นที่ถูกนำเสนอเป็นข่าวอย่างต่อเนื่องทุกวัน รวมถึงมีการจัดกิจกรรมหรือแสดงความคิดเห็นจากหลายฝ่าย แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และไม่ได้ส่งผลต่อกระบวนการพิจารณาของ กกต. เนื่องจากต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด คือการมีมติว่ามีความผิดหรือไม่มีความผิด ก่อนส่งเรื่องต่อศาล

“ความเห็นข้างนอก เราก็รับฟัง ไม่ว่าจะเป็นความเห็นหรือความรู้สึก แต่ไม่ได้กระทบข้อเท็จจริง และวิธีการพิจารณาตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด” นายแสวง กล่าว

เลขาธิการ กกต. ระบุว่า การพิจารณาว่าบุคคลใดกระทำผิดหรือไม่นั้น ต้องเริ่มจากการตรวจสอบก่อนว่า กฎหมายกำหนดให้เรื่องดังกล่าวเป็นความผิดหรือไม่ จากนั้นจึงพิจารณาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่รวบรวมได้

ส่วนความคิดเห็นหรือข้อมูลที่อยู่นอกสำนวน ซึ่งอาจมีหรือไม่มีอยู่ในสำนวนนั้น หากเป็นเพียงความเห็นหรือข้อกล่าวหา อาจแตกต่างจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว จึงเป็นหน้าที่ของ กกต. ที่ต้องรวบรวม ตรวจสอบ และพิสูจน์ตามกระบวนการ

สำหรับกรณีที่พรรคประชาชนเตรียมแถลงข่าวเปิดเผยพยานหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีฮั้ว สว. ในวันที่ 26 ก.ค. นายแสวง กล่าวว่า กกต. จะติดตามข้อมูลดังกล่าว โดยตรวจสอบว่าข้อมูลนั้นอยู่ในสำนวนหรือไม่ ซึ่งทั้งคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 รวมถึงคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดชุดที่ 36 จะเป็นผู้ทราบรายละเอียดในส่วนนี้

นายแสวง กล่าวว่า ตามหลักทั่วไป พยานบุคคลอาจให้ข้อมูลในสำนวนอย่างหนึ่ง และเมื่อออกมาให้ข้อมูลภายนอกอาจมีรายละเอียดแตกต่างกัน จึงต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานที่รวบรวมไว้ ไม่ใช่เพียงความเห็นหรือข้อกล่าวหา

ส่วนกรณีที่หากสุดท้าย กกต. มีคำสั่งไม่ฟ้อง และอาจถูกมองว่าไม่สอดคล้องกับความรู้สึกของสังคม นายแสวง กล่าวว่า การวินิจฉัยจะต้องอยู่บนพื้นฐานของพยานหลักฐานและคำชี้แจงในคำวินิจฉัย ซึ่งมีเหตุผลและที่มาที่ไป ไม่สามารถตัดสินตามความรู้สึกหรือความต้องการของบุคคลหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้

“สุดท้ายเรื่องจะจบอยู่ที่พยานหลักฐาน เราไม่ได้ตัดสินตามความรู้สึกหรือตามความต้องการของใคร แต่ตัดสินตามข้อเท็จจริงที่รวบรวมได้” นายแสวง กล่าว

เมื่อถามถึงความพร้อมในการรับแรงเสียดทานจากสังคม นายแสวง กล่าวว่า “ก็เป็นอย่างนี้ทุกวันอยู่แล้ว”

ส่วนกรณีผู้ถูกกล่าวหาเดินหน้าฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้เปิดเผยข้อมูลนั้น นายแสวง ระบุว่า เป็นการใช้สิทธิของบุคคลดังกล่าว ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพิจารณาสำนวนของ กกต.

สำหรับกรณีคลิปผู้สมัคร สว. ที่มีการอ้างว่าส่งโพยให้ กกต. และถูกนำมาเผยแพร่ผ่านสื่อ นายแสวง กล่าวว่า สำนักงาน กกต. มีคลิปบันทึกขั้นตอนการลงคะแนนอยู่แล้ว เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้มีการบันทึกกระบวนการเลือกตั้งตั้งแต่ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด ไปจนถึงระดับประเทศ โดยคลิปดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อเท็จจริงในสำนวน ซึ่งมีหลายประเด็นที่ต้องพิจารณา

“เราต้องอยู่ด้วยกฎหมาย ไม่ได้อยู่บนความต้องการของใคร การแสดงความคิดเห็นเป็นเสรีภาพ หากไม่ไปละเมิดสิทธิของผู้อื่น แต่ในส่วนของ กกต. ข้อเท็จจริงไม่ได้เปลี่ยน และวิธีการทำงานก็ไม่ได้เปลี่ยน เพราะเราต้องทำงานตามกฎหมาย” นายแสวง กล่าว.

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img