‘เท้ง’สับรัฐเฉื่อยชาปมมาเลย์แบนกุ้งไทย สมาคมฯลั่นแบกรับต้นทุนได้อีกแค่15วัน

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

ขยับหมัดแรก ครม.เงา ครั้งที่ 5! พรรคประชาชนเปิดห้องถกสมาคมกุ้งไทย ซัดรัฐบาลตอบสนองปัญหาสอบตก หลังปล่อยมาเลเซียใช้มาตรการกีดกันการค้าแบนกุ้งไทยชั่วคราว ชี้เป็นสงครามการค้าปลากะพงพ่นพิษ เอกชนลั่นแบกรับต้นทุนได้อีกแค่ 15 วัน วอนใช้ทูตเจรจาผ่อนปรนเปิดด่าน ก่อนเกษตรกรกระอักเลือด

วันที่ 8 มิ.ย.2569 เวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา การประชุมครม. เงาครั้งที่ 5 ของพรรคประชาชน นำโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ร่วมแถลงประเด็น ข้อเสนอการรับมือมาตรการกีดกันทางการค้า กรณีมาเลเซียแบนกุ้งไทยชั่วคราว และการสอบสวนตามมาตรา 301 ของ USTR และการทบทวนหลักเกณฑ์ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ  โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กล่าวว่าการประชุมวันนี้มี 3 วาระ โดย 2 วาระแรกเป็นเรื่องเกี่ยวกับการกีดกันทางการค้า กรณีมาเลเซียระงับการนำเข้ากุ้ง 5 สายพันธุ์จากไทยชั่วคราวตั้งแต่วันวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยมีสมาคมเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งเข้าร่วมประชุม และจะมีข้อเสนอเร่งด่วนเสนอไปรัฐบาล

นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย กล่าวถึงวิกฤตอุตสาหกรรมกุ้งไทยสืบเนื่องจากการกีดกันทางการค้าของมาเลเซีย มาจากปัญหาปลากะพงของมาเลเซียที่นำเข้าไทยราคาถูก ซึ่งกรมประมงพยายามแก้ไขปัญหา โดยการกีดกันทางการค้ากระทบ อุตสาหกรรมกุ้ง 2 ส่วน การเพาะเลี้ยงและการทำประมงอวนราก  ซึ่งวันนี้ควรมีการเจรจากับมาเลเซียแต่ว่าถูกเลื่อนออกไป และยังไม่ทราบว่าจะมีการตอบรับเจรจากับกรมประมงเมื่อไหร่ ประเมินว่าไม่สามารถรอได้เกินกว่า 15 วันนับจากนี้ ซึ่งเป็นความเดือดร้อนใกล้ตัว แต่คาดว่าหากถึงสิ้นเดือนนี้อาจจะกลับไปสู่ภาวะปกติเพราะเป็นช่วงไฮซีซั่น ขณะเดียวกันยังต้องการเห็นการเจรจาเปิดด่าน โดยผ่อนปรนการเปิดด่าน และจะต้องคุ้มครองผู้บริโภคให้มีเจรจาการตรวจสารความปลอดภัยทางอาหาร โดยหยิบยกว่ากุ้งไทยเคยเป็นแชมป์สร้างมูลมูลค่าทางการตลาด 1 แสนล้านบาท ต่อปี ตอนนี้เหลือเพียง 4 หมื่นล้านต่อปี และนำเสนอเกี่ยวกับแผนการแก้ไข ปัญหา 11 โครงการมูลค่า 5,500 ล้านบาท แก้ไขตั้งแต่ต้นน้ำ คือ พ่อแม่พันธุ์กุ้ง บ่อเลี้ยง ไปจนถึงปลายน้ำ หวังว่าโครงการดังกล่าวจะได้รับการสนับสนุน ก่อนจะทิ้งท้ายว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็น “สึนามิ” 3 ลูก คือ โรค-สงคราม-ออร์เดอร์ต่างประเทศน้อย จึงจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาโดยด่วนด้วยการยกระดับแก้ไขปัญหาฟาร์มกุ้งทั้งระบบ

ด้านนายเดชรัต สุขกำเนิด กล่าวว่า มีข้อสรุปสรุป 4 ข้อว่า 1.ช่วง 10 วันหลังจากนี้เป็น 10 วันอันตรายที่รัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินการไม่ให้กุ้งค้างในบ่อ ทำให้ราคากุ้งในฟาร์มภาคใต้พังทลาย 2. การเจรจามาเลเซียให้เกิดการผ่อนปรน ต้องใช้ทุกช่องทางให้มีการผลักดันการผ่อนปรน 3. ผลกระทบที่เกิดขึ้นเห็นว่ารัฐบาลยังไม่มีการประเมินอย่างเป็นระบบ และ 4. มาตรการรัฐบาลที่จะดูดซับผลผลิตส่วนเกินเป็นเรื่องที่ดี

”แต่อย่ายึดติดตัว 400 ตันต่อเดือน แต่ต้องทำให้ห่วงโซ่อุปทานกุ้งในภาคใต้ได้ปกติ ควบคู่กับการเจรจาให้เกิดการผ่อนปรนโดยเร็ว หากเป็นเช่นนี้ความเสียหายที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ก็จะจำกัดแต่ถ้าไม่สามารถดำเนินการได้ภายใน 10 วันรายความเสียหายจะลุกลามบานปลายและส่งผลถึงการเลี้ยงกุ้งในรอบต่อไป“ นายเดชรัตกล่าว

นายเดชรัต กล่าวว่า ขณะเดียวกันก็จะติดตาม 2ส่วนจากข้อเสนอว่าจะเข้าไปอยู่ในแผนงานในงบประมาณ 2570 หรือไม่ กับ การมีคณะกรรมการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน หรือ ชิบบอร์ด ที่ไม่ได้ประชุมนาน จะต้องมีการผลักดันให้ประชุมเพื่อเป็นกลไกหลักขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการยกระดับการแก้ไขปัญหากุ้งทะเลเป็นวาระแห่งชาติ

นายณัฐพงษ์ กล่าวสรุปคือการเห็นข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกับข้อมูลจริงทำให้รัฐบาล ไม่ได้ดำเนินมาตรการที่ตอบสนองต่อปัญหาเท่าที่ควร

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img