อดีตนายกรัฐมนตรีกลับมาใช้สิทธิเลือกตั้งในประเทศไทยเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี หลังเดินทางกลับประเทศ พร้อมเผยรู้สึกตื่นเต้นและภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่พลเมืองอีกครั้ง เชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ระบุผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่ต้องเป็นคนทำงานเก่ง ขณะที่ย้ำยังติดตามสถานการณ์บ้านเมืองในฐานะประชาชน และขอให้ทุกฝ่ายร่วมกันสร้างความสามัคคี
.
เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 14 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 69 แขวงบางพลัด เขตบางพลัด นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เมื่อเวลา 10.00 น. โดยมีชื่ออยู่ในลำดับที่ 333 ท่ามกลางสื่อมวลชนและประชาชนที่เฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด
.
การใช้สิทธิครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปีของนายทักษิณ หลังเดินทางไปพำนักในต่างประเทศภายหลังเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 โดยครั้งสุดท้ายที่ได้ใช้สิทธิเลือกตั้งในประเทศไทยคือการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2549 ขณะที่การเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นายทักษิณอยู่ระหว่างการต้องโทษ จึงไม่ได้ใช้สิทธิเลือกตั้ง

นายทักษิณเดินทางมายังหน่วยเลือกตั้งด้วยรถตู้โฟล์คสวาเกน สีดำ ทะเบียน อษ 1414 กรุงเทพมหานคร ก่อนยิ้มทักทายสื่อมวลชน ตรวจสอบรายชื่อและหมายเลขผู้สมัคร รวมถึงบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จากนั้นจึงลงลายมือชื่อรับบัตรเลือกตั้งและเข้าคูหาลงคะแนน
.
ระหว่างใช้สิทธิ นายทักษิณกล่าวกับเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งด้วยอารมณ์ขันว่า “ทำไม่ค่อยถูกแล้ว” และในช่วงหย่อนบัตรเลือกตั้งลงหีบ บัตรติดอยู่บริเวณช่องรับบัตร ทำให้นายทักษิณต้องใช้มือกดบัตรลง พร้อมกล่าวติดตลกว่า “ทำไม่เป็น ไม่ได้ทำมานานแล้ว” สร้างรอยยิ้มให้กับผู้ที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว
.
ภายหลังการใช้สิทธิ นายทักษิณกล่าวว่า รู้สึกทั้งตื่นเต้นและดีใจ เพราะอย่างน้อยก็ได้กลับมาทำหน้าที่พลเมืองไทยอีกครั้ง พร้อมเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยระบุว่า การเลือกตั้งเป็นหน้าที่สำคัญของประชาชน หากไม่ออกมาเลือกตัวแทนของตนเอง เมื่อผู้ได้รับเลือกทำงานไม่เป็นที่พอใจ ก็ไม่สามารถโทษใครได้นอกจากตัวเอง และเมื่อครบวาระก็สามารถใช้สิทธิเลือกใหม่ได้
.
เมื่อถูกถามถึงคุณสมบัติของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนใหม่ นายทักษิณ กล่าวว่า กรุงเทพมหานครเป็นมหานครขนาดใหญ่ที่มีประชากรจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องมีผู้บริหารที่มีความสามารถในการทำงาน โดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การแก้ไขปัญหาการจราจร และการดูแลความสะอาดของเมือง แม้งบประมาณของกรุงเทพมหานครจะยังมีข้อจำกัด แต่ผู้ว่าฯ คนใหม่ต้องเป็นคนทำงานจริง มีความทุ่มเท และไม่สามารถบริหารงานแบบ “ลอยไปลอยมา” ได้

สำหรับความรู้สึกหลังได้กลับมาใช้สิทธิเลือกตั้งอีกครั้ง นายทักษิณกล่าวติดตลกว่า ตื่นเต้นจนกลัวทำไม่ถูก แม้แต่การยืนในคูหายังคิดว่าจะหันหน้า หรือหันหลังอย่างไร เพราะเกรงว่าจะผิดระเบียบ พร้อมยอมรับว่า 20 ปีที่ไม่ได้เลือกตั้งทำให้รู้สึกงงอยู่บ้าง แต่ก็ดีใจมากที่ได้กลับมาใช้สิทธิอีกครั้ง
.
นายทักษิณยังกล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันว่า สิ่งที่ประเทศไทยต้องการมากที่สุดคือความสามัคคี เพราะประเทศกำลังเผชิญทั้งปัญหาภายในและปัจจัยจากต่างประเทศ จึงอยากเห็นทุกฝ่ายร่วมมือกัน รักและให้กำลังใจซึ่งกันและกันเพื่อก้าวผ่านสถานการณ์ต่าง ๆ ไปด้วยกัน
.
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวการวางมือทางการเมือง นายทักษิณตอบว่า “ผมไม่เคลื่อนไหวอยู่แล้ว วันนี้มาทำหน้าที่พลเมือง ไม่ได้ทำหน้าที่นักการเมือง”
.
ส่วนกำหนดการหลังจากนี้ นายทักษิณกล่าวว่า จะใช้เวลาพักผ่อนกับครอบครัว ก่อนเดินทางไปเยี่ยมเพื่อนที่ต่างประเทศในสัปดาห์หน้า เพื่อขอบคุณที่คอยให้กำลังใจตลอดช่วงที่ผ่านมา พร้อมกล่าวติดตลกว่า แม้อายุ 77 ปีแล้ว แต่สุขภาพก็ยัง “ไหวแบบคนอายุ 77 ปี”

เมื่อถูกถามว่ายังคงติดตามสถานการณ์การเมืองอยู่หรือไม่ นายทักษิณกล่าวว่า ยังติดตามความเป็นไปของบ้านเมือง โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจและความเดือดร้อนของประชาชน พร้อมยอมรับว่าเห็นใจรัฐบาล เนื่องจากต้องเผชิญทั้งปัญหาหนี้ครัวเรือนและหนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูง จึงขอส่งกำลังใจให้ทุกฝ่ายในการแก้ไขปัญหาของประเทศ
.
อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการให้คำแนะนำหรือกำลังใจแก่พรรคเพื่อไทย นายทักษิณไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว ก่อนหันไปทักทายประชาชนที่มารอพบ และเดินทางกลับทันที
.




















