“การดี”แฉงบประมาณฯ ปี 70“ไร้อนาคต” จี้รัฐบาลหยุดทำตัวเป็นแค่ผู้จัดซื้อจัดจ้าง

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

ประชาธิปัตย์เปิดแผลเทคโนโลยีรัฐบาล นางการดี เลียวไพโรจน์ กางตัวเลขงบประมาณปี 2570 สับยับเป็น “งบไร้อนาคต” แฉพฤติกรรมหลากหน่วยงานแห่แปะป้าย AI หวังเคลมงบลงทุน แต่ไส้ในแค่ซื้อครุภัณฑ์-สร้างตึก พร้อมจี้รัฐบาลหยุดทำตัวเป็นแค่ผู้จัดซื้อจัดจ้าง เร่งวางโรดแมปคลาวด์กลางสกัดทุนนอกฮุบตลาดดิจิทัลไทย

วันที่ 29 มิ.ย.2569 เวลา 13.05 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีน.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาเรื่องด่วนร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท วาระแรก ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ เป็นวันแรก ต่อมานางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ไทยกำลังตกขบวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องดิจิทัล และเทคโนโลยี ถ้าย้อนกลับไป 1 ใน 5T ของรัฐบาล ที่อยากจะพูดถึงคือTransition เปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจและภาครัฐ ผ่านการลงทุนคนและดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ทักษะ และกฎหมายเพื่อการแข่งขัน ที่อยู่ในร่างพ.ร.บ.งบฯปี 70 มองว่างบประมาณนี้ ที่เรากำลังดูอยู่คืองบไร้อนาคต งบนี้เป็นงบที่กระจายซ้ำซ้อน และไร้ทิศทางจริงหรือไม่ งบนี้มีคำว่า AI ติดป้ายปลอมของไม่ตรงปกหรือไม่ และงบนี้จะทำ ไทยตกขบวนโลกจริงหรือไม่ น่าเสียดายที่ตนเองและผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ดู คือใช่ทั้ง 3 ข้อ แต่ไม่ใช่ประเด็นที่เงินเรามีไม่พอ คิดว่าคนที่ถือเงินตอนนี้ ยังไม่รู้ว่าจะพาประเทศไปที่ไหน เรื่องแรกงบฯนี้ไร้อนาคตเพราะการกระจายซ้ำซ้อน พอไปดูงบของกระทรวงดีอี อยู่ที่  13,625 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 30% จะว่าตกใจก็เช่นเดียวกันเพราะ เมื่อเปรียบเทียบคิดเป็นเพียงสัดส่วน 0.36% ของบประมาณทั้งประเทศเท่านั้นเอง ถ้าโลกกำลังจะเปลี่ยนไปสู่งบประมาณไปสู่ประเทศที่ก้าวเข้าไปสู่ AI เศรษฐกิจดิจิทัล จึงมีคำถามว่า ดูน้อยไปหรือไม่หรือ โดนซุกอยู่ในกองทุน หรืออยู่ที่อื่น แต่สัดส่วนน้อยแบบนี้ยังไม่เป็นปัญหา วิธีคิด ตรรกะ วิสัยทัศน์ที่กำลังอยู่เบื้องหลังของงบประมาณชุดนี้

นางการดี กล่าวต่อว่า ถ้าไปดูในส่วนของกระทรวงดีอี กว่า 6.5% ที่กระจุกตัวอยู่ 2 โครงการ คือโครงการพื้นฐาน ที่คิดว่าสำคัญมาก คือระบบคลาวด์ภาครัฐ และอีกโครงการหนึ่งคือ กรมอุตุนิยมวิทยา ส่วนเรื่องคลาวด์เซอร์วิส ด้วยหลักการเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ควรจะรวมข้อมูลหน่วยงานราชการ ซึ่งในปีนี้มีอยู่ในงบประมาณ เกือบ 5,000 ล้านบาท เปรียบเทียบกับปีที่แล้วอยู่ที่ 2,200 ล้านบาท ง่าย ๆ คือเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว เมื่อคลาวด์กลางที่ควรจะมีอยู่แล้วเราลงทุนปีนี้ 5,000 ล้านบาท รวม ๆ แล้วที่ผ่านมา กว่า 8,000 ล้านบาทเข้าไปแล้ว แต่ยังมีหน่วยงานอื่น ๆ เช่น กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ก็ยังมีการเช่าคลาวด์ของตัวเองแยกออกไป รวมทั้งหมด 55 โครงการ เป็นมูลค่า 1,530 ล้านบาท แล้วงบที่แท้จริงคืออะไร การกระจัดกระจายตัวทำให้มีทิศทางที่แน่นอนได้หรือไม่ รวมไปถึงไปเจาะเอางบประมาณที่เกี่ยวข้องกับ ดิจิทัลและไอที ที่น่าสนใจคือ มีอยู่กว่า 51,000 ล้านบาท มีทั้งกระทรวงศึกษาฯ อว. กระทรวงมหาดไทย สำนักนายกรัฐมนตรี ประเด็นคือเรายังไม่เห็นพิมพ์เขียว ยังไม่เห็นโรดแมปที่จะพาสิ่งนี้ไป และเป็นสิ่งที่เราเฝ้าตั้งคำถาม และประเด็นถัดมา แผนเรื่องบูรณาการรัฐบาลดิจิทัลทั้งหมด 8,700 ล้านบาท เป็นงบลงทุนเพียง 9.4% กว่า 70% เป็นงบการดำเนินงาน ลงทุนนิดเดียวแต่อยากที่จะขับเคลื่อนประเทศ เพื่อไปสู่ประเทศดิจิทัล

นางการดี กล่าวอีกว่า เรื่องที่สอง งบไร้อนาคตเพราะเราเจองบ AI ติดป้ายปลอมแบบไม่ตรงปกเป็นจำนวนเยอะมาก ถ้าไปสแกนดู ทั้งหมดว่าเราจะพาประเทศไปสู่ยุค AI และงบนี้มีสูงถึง 2583 ล้านบาท แค่ในงบอยู่ที่กองทุนไหนก็อีกเรื่องหนึ่ง ทั้งหมด 198 รายการ ใน 91 หน่วยงาน ใน 20 กระทรวง ตื่นเต้นอีกเรื่องคือกว่า 90% ระบุว่าเป็นงบลงทุน ตนเองวิเคราะห์แล้วใจฟูว่า จะลงทุนถึง 90% ของจำนวนนี้ แต่พอลงไปดูเนื้อข้างใน งบที่ว่าลงทุนกลับกลายเป็นว่า งบสร้างห้องเรียน งบซื้อครุภัณฑ์ มีถึงงบสร้างอาคารปัญญาประดิษฐ์ด้วย การที่ทำงบแบบนี้จะทำให้ผู้บริหาร ผู้วางวิสัยทัศน์และงบประมาณ อาจมีการตีความขีดความสามารถประเทศของเราผิดไป สุดท้ายก็กลายเป็นว่ากระจายไปหมด ไร้ศูนย์กลางยุทธศาสตร์ว่าเราจะไปทางไหน เหมือนเอาป้าย AI ไปแปะเพื่อที่จะให้ได้มาซึ่งงบประมาณ AI แต่ก็ไม่ได้สร้างผลงาน ผลสัมฤทธิ์หรือผลลัพธ์ทางด้าน AI อย่างแท้จริง

นางการดี กล่าวด้วยว่า และเรื่องที่สาม งบไร้อนาคตจะชวนประเทศไทยตกขบวนอีกรอบ ซึ่งมองหาจากงบประมาณและยุทธศาสตร์ และนโยบาย ว่าเราจะพาประเทศของเราไปทางไหน และแผลสดๆคือ ในยุคที่ E-commerce ต่างชาติเข้ามา ระวังกฎกติกาไม่ทัน สร้างแพลตฟอร์มไม่ทัน สุดท้ายตลาดออนไลน์ก็ทำให้พี่น้อง sme เจ็บช้ำและตายลงไปเรื่อย ๆ ถ้าเรารู้สึกว่าผู้บริหารยุทธศาสตร์ ผู้บริหารงบประมาณ ทำตัวเหมือนเป็นผู้จัดซื้อจัดจ้าง จะเลือกที่นั่นที่นี่ในราคาถูกมายังไงดี แต่ไม่มีใครมาวางรากฐานสักทีว่าเราจะสร้างพื้นฐาน ให้เติบโตในประเทศแท้จริงได้อย่างไร ตนกลัวเหลือเกินว่าสุดท้ายภายในไม่กี่ปีข้างหน้า ให้ไม่เกิน 3 ปี เราจะต้องมาถกเถียงกันว่า ข้อมูลความมั่นคงว่า AI ของบ้านเราไปตกในมือใคร แล้วประชาชน รัฐและ เอสเอ็มอีในไทยไม่สามารถใช้ประโยชน์ในเรื่องนี้ได้เลย ทั้งหมดนี้เราควรจะมีการแก้ปัญหาอย่างไรในเชิงโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อที่เราจะได้โอกาสนี้ไปด้วยกัน.

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

  “วัดพระธรรมกาย”

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img