ผ่านไปแล้วกับการผ่านร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ในวาระแรก ที่ท่วมท้นไปด้วยคะแนนเสียงที่เห็นด้วย 288 เสียง ท่ามกลางเสียงวิพากวิจารณ์ในเรื่องของงบลงทุนที่ลีบแบน สวนทางกับภาระรายจ่ายประจำที่บวมโตจนแทบจะกลืนกินงบประมาณทั้งแผ่นดิน
เมื่อเข้าไปดูเนื้อในของงบประมาณแล้ว สำนักงบประมาณของรัฐสภา (PBO) ได้ออกมาเตือนสติ ว่าการจัดทำงบประมาณของรัฐบาลในปีนี้ ถือเป็นประเภทที่คาดหวังผลลัพธ์ในการพัฒนาได้ยาก
ด้วยเพราะตัวเลขโดยรวมแล้วเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าเพียง 0.20% หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 7,400 ล้านบาทเท่านั้น หากนำไปหักลบกับอัตราเงินเฟ้อที่คาดการณ์ไว้ที่ 1.5% ก็จะพบว่า มูลค่าที่แท้จริงของงบประมาณไทย กำลังลดลงด้วยซ้ำไป!
อย่าลืมว่า…การที่จะพัฒนาประเทศได้ จำเป็นอย่างยิ่งที่การลงทุนของรัฐบาลต้องมีแบบสมน้ำสมเนื้อ แต่ปรากฎว่าในปีงบประมาณ 70 นี้ รายจ่ายลงทุน มีเพียง 789,171.5 ล้านบาท หายวับไปจากปีก่อนหน้าถึง 72,564.8 ล้านบาท หรือทรุดฮวบลง 8.4%

ดังนั้นสัดส่วนงบลงทุนในงบประมาณ คงเหลือเพียง 20.8% เรียกได้ว่า เป็นงบที่ “ปริ่มเพดานขั้นต่ำ” ตามกฎหมายวินัยการเงินการคลังแบบเส้นยาแดงผ่าแปด สวนทางกับยุคอดีตที่ประเทศไทยเคยส่งแรงใจไปกับการลงทุนสูงถึง 30% ของงบประมาณ
คำถามคือ เงินหายไปไหนหมด?
คำตอบ….ที่ซ่อนอยู่ใต้พรมของรายจ่ายประจำและภาระผูกพันข้ามปี ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนกินสัดส่วนสูงถึง 73.6% โดยเฉพาะรายจ่ายด้านบุคลากรภาครัฐและสวัสดิการข้าราชการ ที่เมื่อนับรวมงบกลางและงบอุดหนุนท้องถิ่นแล้ว พุ่งทะยานไปแตะ 1.4 ล้านล้านบาท หรือเกือบ 1 ใน 3 ของงบทั้งประเทศ
นอกจากนี้ยังมีงบผูกพันข้ามปี ที่ตามมาเช็กบิลสูงถึง 1.4 ล้านล้านบาท หรือ 44.3% ที่รัฐบาลต้องจ่ายคืนทันที ห้ามเบี้ยว ห้ามปรับเปลี่ยนใด ๆ
ซ้ำร้ายกว่านั้น! งบประมาณส่วนใหญ่ยัง “กระจุกตัว” อยู่ในหน่วยงานบริหารทั่วไปและหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ ทั้งที่ดัชนีชี้วัดสากลอย่าง ดัชนีการรับรู้การทุจริต ความสามารถทางการแข่งขันดิจิทัล และระบบโลจิสติกส์ของไทยกลับดิ่งลดลง
ขณะที่งบจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ซึ่งเป็นเส้นเลือดฝอยในการกระจายรายได้ กลับถูกตัดงบฯ เกือบหมด หรือหายไป 84% เหลือเพียง 4,200 ล้านบาท เนื่องจากรัฐบาล เน้นไปที่เป้าหมายเฉพาะกิจ อย่างการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจฐานราก จนละเลยมิติด้านสังคมและคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่
แม้รัฐบาลจะออกมาชี้แจงว่า ในภาพรวมแล้ว การลงทุนของประเทศไม่ได้ลดลงอย่างที่ตื่นตระหนก พร้อมงัดแผนแก้เกมใช้กลไก “ลงทุน พลัส” ระดมทุนนอกงบประมาณเข้ามาเสริมทัพอีกกว่า 3.3 แสนล้านบาท
ทั้งงบลงทุนรัฐวิสาหกิจ วงเงิน 286,682 ล้านบาท ทั้งโครงการร่วมลงทุนรัฐ-เอกชน (PPP) วงเงิน 40,631 ล้านบาท และยังมีกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน วงเงิน 10,000 ล้านบาท
ไม่เพียงเท่านี้…รัฐบาลยังโชว์ผลงานการปรับลดการจัดทำงบประมาณแบบขาดดุลลงเหลือ 788,000 ล้านบาท หรือ 3.9% ของจีดีพี เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการคลัง
ขณะเดียวกันยังมีการจัดสรรงบประมาณนโยบาย “10 พลัส” วงเงินกว่า 1.23 ล้านล้านบาท เพื่อดูแลกลุ่มเปราะบาง สวัสดิการ สาธารณสุข และการศึกษา
โดยย้ำว่า….นี่ไม่ใช่การ “หว่านเงิน” แต่เป็นงบประมาณที่เน้นความแม่นยำและตรงเป้าหมายที่สุด

ในมุมมองของบรรดากูรู ต่างมองว่าเงินนอกงบประมาณอาจเป็นเพียงแค่ ยาพาราเซตามอล ที่ช่วยบรรเทาอาการ แต่ไม่ได้รักษาโรคร้าย เพราะหลายฝ่ายได้จับจ้องไปที่ “หนี้สาธารณะ” ที่พุ่งสูงถึง 12 ล้านล้านบาท หรือกว่า 66% ของจีดีพี ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ไปแล้ว
PBO ได้ออกมาเปิดเผยความเสี่ยงที่น่ากลัวจากหนี้สาธารณะ ทั้งเรื่องของความเร็วในการสร้างหนี้ โดย 5 ปีที่ผ่านมา หนี้ไทยโตเร็วกว่าประเทศในระดับเดียวกันเกือบเท่าตัว
นอกจากนี้ยังมีกับดักดอกเบี้ย ซึ่งในอีก 2 ปีข้างหน้า จะมีหนี้ครบกำหนดชำระสูงถึง 1.47 ล้านล้านบาทต่อปี หากต้องกู้เงินใหม่มารีไฟแนนซ์ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ต้นทุนทางการคลังก็จะยิ่งอ่วมมากขึ้น
ขณะที่เรื่องของหนี้กึ่งการคลังตามมาตรา 28 ที่ให้แบงก์รัฐควักกระเป๋าจ่ายไปก่อน ซุกอยู่อีกกว่า 1.002 ล้านล้านบาท หากจับมัดรวมกัน หนี้สาธารณะของไทยจะทะลุไปอยู่ที่ 72.03% ต่อจีดีพีในปี 69 นี้ทันที
ยิ่งไปกว่านั้น ในปี 70 นี้ รัฐต้องตั้งงบชำระคืนต้นเงินกู้สูงถึง 141,000 ล้านบาท ซึ่งสูงสุดในรอบกว่า 10 ปี และหากไม่เร่งหารายได้หรือกระตุ้นจีดีพีให้เติบโตอย่างจริงจัง
ก็… มีโอกาสสูงถึง 62.5% ที่หนี้สาธารณะไทยจะทะลุเพดานอย่างกู่ไม่กลับ และภายในปี 73 เงินงบประมาณทุก ๆ 100 บาทที่มาจากภาษีประชาชน จะต้องถูกหักไปจ่ายหนี้และดอกเบี้ยสูงถึง 16 บาท!
ดังนั้น! จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าร่างงบประมาณปี 70 นี้ กำลังสะท้อนภาพรัฐบาลที่กำลังติดหล่มอยู่กับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แบกรับภาระค่าใช้จ่ายในอดีต และพยายามประคับประคองตัวรอดไปวัน ๆ มากกว่าการกล้าตัดสินใจผ่าตัดโครงสร้างครั้งใหญ่เพื่อสร้างอนาคต
…………………………
คอลัมน์ : EC Focus by Virgo




















