“เทพไท” แนะ “มท.” 4 ข้อ สอบโกงทุจริตบรรจุ สถ. มั่นใจมีผู้ร่วมขบวนการนับร้อย ไม่ใช่แค่ 5 คนตามที่เป็นกระแสข่าว ชี้ถ้าเจอต้นตอทุจริต จะสาวถึง “ตัวการใหญ่” ได้ และ “มท.” ในฐานะผู้เสียหาย ต้องดำเนินคดีกับขบวนการโกง เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง
เมื่อวันที่ 7 ก.ค.69 นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมืองอิสระ และอดีต สส.นครศรีธรรมราช แสดงความเห็นเรื่อง “โกงสอบท้องถิ่น มีนับ 100 ไม่ใช่แค่ 5 คน” มีรายละเอียดว่า…“แม้ว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เซ็นคำสั่งแต่งตั้งนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนการทุจริตการสอบบรรจุและเป็นพนักงานท้องถิ่น โดยกำหนดเวลา 30 วัน และให้รายงานผลทุก 10 วัน ซึ่งต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง อาจไม่ถูกใจคนไทย ที่รอดูผลการสอบในครั้งนี้ว่า รัฐบาลเอาจริงเอาจังกับการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการและพนักงานท้องถิ่นอย่างไร
แต่เมื่อนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกมาให้ข่าวว่า ตอนนี้ได้นำรายชื่อผู้ได้รับการบรรจุจำนวน 15,000 คน มาตรวจสอบกับรายชื่อที่มีข้อสงสัย ว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับการทุจริต และจะทราบผลภายในวันนี้ จึงเห็นว่าการตรวจตรวจสอบของกระทรวงมหาดไทยจากการที่นายวรศิษฎ์ออกมายืนยัน ถือว่าได้มาถูกทางแล้ว และจะได้ทราบในเบื้องต้นว่า มีผู้สอบได้อยู่ในข่ายทุจริตกี่คน ซึ่งจะเป็นคำตอบให้กับสังคมว่า คนที่ได้รับการบรรจุผ่านการสอบโดยสุจริต จะได้รับความคุ้มครองจากภาครัฐและจากกระทรวงมหาดไทย
ในฐานะที่เป็นผู้สังเกตการณ์ทางการเมือง และนักวิเคราะห์การเมืองอิสระ อยากจะเสนอแนะให้รัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นเจ้าภาพในการตรวจสอบเรื่องนี้ ดำเนินการตามขั้นตอนดังต่อไปนี้คือ
1.นำรายชื่อข้าราชการที่ได้รับการบรรจุแล้ว 15,000 คนเป็น “ตัวตั้ง” และนำรายชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตจากการไปค้นเจอ ที่บริษัทสามเมืองเจริญรุ่งเรืองกิจ จังหวัดนนทบุรี มา “เทียบเคียง” มาตรวจตรวจสอบว่า มีรายชื่อหรือบุคคลใดทุจริตบ้าง เมื่อเจอบุคคลที่ทุจริตและพบตัวตนแล้ว ให้นำผู้ที่ทุจริตหรือรายชื่อผู้ทุจริตออกมาจากบัญชีข้าราชการที่ได้รับการบรรจุก่อนหน้านี้
2.ให้นำ “ชื่อผู้ทุจริต” ที่ได้มาจากรายชื่อ 15,000 คน มาสอบสวนเพื่อต้องการทราบที่มา-ที่ไป ของขบวนการทุจริตในการสอบครั้งนี้ ต้องการทราบว่า ผู้เข้าร่วมโครงการทุจริตในครั้งนี้ ได้จ่ายเงินให้กับบุคคลใด และจำนวนเท่าไหร่ เพื่อต้องการจะทราบว่า “ใครคือนายหน้า” ที่มาเรียกรับประโยชน์จากขบวนการทุจริต
3.เมื่อได้ชื่อ “นายหน้า” หรือ “ผู้รับเงินจากการทุจริต” มาแล้ว นำตัวมาสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป เพื่อหาความจริงว่า “นายหน้าเหล่านี้” ได้จ่ายเงินให้กับบุคคลใดที่เป็นต้นตอของการทุจริต เพื่อจะขยายผลนำไปสู่ปลายทางของการทุจริตว่า เป็นใครและอยู่ในกระทรวงมหาดไทย หรืออยู่ในฝ่ายการเมืองหรือไม่
4.เมื่อเจอต้นตอของการทุจริต ก็นำมาสอบสวนเพื่อรีดหาความจริงไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไปถึงปลายทาง หรือจุดสุดท้ายของ “ตัวการ” หรือ “ผู้บงการใหญ่” หรือ “หัวหน้าขบวนการโกงการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการและพนักงานท้องถิ่น” เพื่อจะได้ตัวการที่แท้จริง
ผมเชื่อว่าสังคมไม่อยากให้มีแค่ “ตัวการ” ที่เป็นข้าราชการ 5 คนตามกระแสข่าว ว่าเป็นผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริตในครั้งนี้ เพราะสังคมเชื่อว่า 5 คนที่เป็นกระแสข่าว และเป็นข้าราชการของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เป็นแค่ข้าราชการประจำ ซึ่งน่าจะมี “ผู้อยู่เบื้องหลัง” กระบวนการนี้อีก เพราะเชื่อว่าการทุจริตในครั้งนี้ มีวงเงินสูงถึง 5,000 ล้านบาท น่าจะมีผู้เกี่ยวข้องขบวนการนี้ไม่ใช่เพียง 5 คน น่าจะมีมากกว่านี้ และถ้าหากว่าได้ดำเนินการสอบสวนตามขั้นตอนที่กล่าวมาแล้ว 4 ข้อข้างต้น เชื่อว่าจะได้ผู้ร่วมขบวนการไม่น้อยกว่า 200 คน
กระทรวงมหาดไทยในฐานะผู้เสียหาย จะต้องแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลเกี่ยวข้องกับขบวนการโกงในครั้งนี้ทั้งหมด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างในการทุจริตภาครัฐอีกต่อไป”




















