อนุทินย้ำไทยต้องโปร่งใสสู่สมาชิกOECD เผยยึดทรัพย์‘เครือข่ายสีเทา’นับแสนล้าน

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img


นายกฯ ย้ำรัฐบาลเดินหน้าปราบปรามคอร์รัปชัน อาชญากรรมข้ามชาติ และกลุ่มทุนสีเทาอย่างจริงจัง เพื่อยกระดับมาตรฐานประเทศสู่การเป็นสมาชิก OECD พร้อมเผยผลงานยึดทรัพย์เครือข่ายทุนสีเทาได้ต่อเนื่อง ล่าสุดกว่า 8,000 ล้านบาท รวมมูลค่าตลอดการทำงานเกือบ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 7 ก.ค. ที่ห้องประชุม Grand Riverside Ballroom (Moon & Galaxy) ชั้น 10 โรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปค (ABAC) ครั้งที่ 3 ประจำปี 2569 ว่า รัฐบาลเดินหน้าปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจังและโปร่งใส โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)

นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยได้รับการสนับสนุนจากหลายประเทศสมาชิก และตนได้กำชับทุกหน่วยงานให้ตระหนักถึงความสำคัญของการเข้าเป็นสมาชิก OECD เพราะจะช่วยยกระดับมาตรฐานของประเทศและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาคมโลก โดยระหว่างการพบปะผู้นำหลายประเทศ ต่างแสดงความเชื่อมั่นว่าไทยมีศักยภาพและคุณสมบัติเพียงพอที่จะเข้าเป็นสมาชิก

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยต้องแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ไม่เป็นแหล่งพักพิงของเครือข่ายค้ายาเสพติดหรืออาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงมีระบบจัดซื้อจัดจ้างที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดโดยไม่มีข้อยกเว้น เพื่อให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงการปราบปรามกลุ่มทุนสีเทาและขบวนการใช้บัญชีม้าสร้างความปั่นป่วนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า รัฐบาลได้บูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อนำไปสู่การสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างรวดเร็ว

นายอนุทิน เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานล่าสุดสามารถยึดทรัพย์เครือข่ายทุนสีเทาได้กว่า 8,000 ล้านบาท และหากนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งในรัฐบาลทั้งสองสมัย สามารถยึดทรัพย์สินจากเครือข่ายทุนสีเทาได้คิดเป็นมูลค่ารวมเกือบ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

“กลุ่มที่สร้างความปั่นป่วนก็เป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับหุ้นสีเทา คนที่ลงทุนก็ต้องพิจารณาเอง หากเป็นหุ้นที่โปร่งใส คนก็เลือกลงทุน แต่เมื่อเป็นสีเทา ก็สามารถคัดแยก ตรวจสอบ ดำเนินคดี และยึดทรัพย์ได้ง่าย ซึ่งรัฐบาลจะเดินหน้าปราบปรามอย่างต่อเนื่อง” นายอนุทิน กล่าว.

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img