“พรรคประชาธิปัตย์” น้อมรับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ พรก.กู้เงิน 4 แสนล้านไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ยอมรับเป็นเรื่องยากจะตีความในเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ยังติดใจจะติดตามการใช้เงินส่วน ที่ 2 เหตุยังไม่มีรายละเอียดชัดในการทำงบ ปี 70
วันที่ 9 ก.ค.69 เวลา 12.30 น.ที่รัฐสภา นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ให้ พรก .กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ขัดรัฐธรรมนูญว่า พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะที่เราเป็นส่วนหนึ่งของผู้ร้อง ก็รับทราบและเคารพและน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่เรายังไม่ทราบเหตุผลรายละเอียด เนื่องจากมติที่แถลงออกมาในวันนี้ เป็นเพียงแค่การสรุปมติเท่านั้น ดังนั้นเราคงต้องไปศึกษาว่า เหตุผลและประเด็น ที่ศาลรัฐธรรมนูญใช้วินิจฉัยเป็นอย่างไร เนื่องจากเรามีความกังวลเป็นห่วงว่า การวินิจฉัยครั้งนี้ จะนำไปสู่การสร้างบรรทัดฐาน เกี่ยวกับการกู้เงินของรัฐบาล ในกรณีที่รัฐบาลมีงบประมาณไม่เพียงพอ แต่เป็นภาวะเศรษฐกิจปกติ ก็จะเป็นบรรทัดฐานใหม่ และส่งผลกระทบจากอดีตที่ผ่านมา จากกรอบวินัยการเงินการคลัง ที่ถูกกำหนดไว้ในกฎหมายตั้งแต่รัฐธรรมนูญลงมา ซึ่งประเทศไทยมีปัญหานี้ค่อนข้างน้อย ในรอบหลาย 10 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นคงต้องรอดูคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อที่จะให้ความเห็นได้ แต่ความกังวลเรายังมีแน่นอน
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวด้วยว่า จากผลที่รัฐบาลกู้เงินได้ในครั้งนี้ก็จะส่งผลให้สัดส่วนหนี้สาธารณะ ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ ขยับเกือบชนเพดาน คือ ร้อยละ 70 โดยที่รัฐบาลเคยยืนยันกับสภาว่าไม่มีแนวคิดที่จะขยายหนี้เพดานสาธารณะ เราก็อยากให้รัฐบาลเร่งสร้างความชัดเจน ว่าแผนทางการคลังในระยะปานกลาง ระยะยาว ซึ่งจริงๆ ไม่ต้องถึงระยะปานกลางด้วยซ้ำ ในปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร จะมีแนวทางในการเพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายอย่างไร มิฉะนั้นจะกลับมาสู่ปัญหาว่า จะต้องมีการกู้เงินเพิ่ม ต้องขยายเพดานหนี้หรือไม่ เราก็หวังว่าจะไม่มีการออก พรก. กู้เงินแบบนี้อีก
นายอภิสิทธ์กล่าวอีกว่า ในส่วนเงินก้อนที่ 2 ที่จะนำมาใช้ในโครงการเกี่ยวกับพลังงาน ซึ่งตรงนี้แม้แต่ในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ก็มีตุลาการเสียงข้างน้อยที่เห็นว่าไม่เป็นไปตามเงื่อนไข เราก็อยากจะเรียกร้องให้รัฐบาล เร่งทำความชัดเจนและเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการกลั่นกรองโครงการต่างๆให้เกิดประสิทธิภาพและความโปร่งใสให้มากที่สุด
เมื่อถามว่าคำวินิจฉัยที่ออกมา เกินความคาดหมายหรือไม่ นายภิสิทธิ์กล่าวว่า เราเชื่อเหตุผลของเราแต่เราทราบดีว่ามี 2 ประเด็น คือ 1.จากคำวินิจฉัยในอดีตศาลรัฐธรรมนูญก็จะระมัดระวังไม่พยายามใช้อำนาจที่อาจทำให้ฝ่ายบริหารทำงานได้ยาก 2. ด้วยศาลรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ไม่ให้ศาลพิจารณาในเรื่องความจำเป็นเร่งด่วน แต่ ให้ตีความในส่วนของความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เราจึงทราบดีว่าเป็นเรื่องยากเหมือนกันที่จะทำให้เห็นได้ชัดว่าจริงๆแล้วขัดกับรัฐธรรมนูญ
เมื่อถามว่า พรรคประชาธิปัตย์หวังจะเห็นโครงการในส่วนที่ 2 200,000 ล้านบาท อย่างไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ในเมื่อรัฐบาลยืนยันว่ามีความจำเป็นเร่งด่วน และถ้าไม่ทำ จะกระทบกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เราก็คิดว่าการกู้เงิน ก็จะต้องเกิดขึ้นโดยเร็ว แต่ขณะนี้จากการติดตามของกลไกต่างๆรวมทั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พรบ .งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณปี 2570 ไม่มีรายละเอียดในเรื่องนี้ เราก็มีความเป็นห่วงว่าสรุปแล้วความพร้อมในการกลั่นกรองโครงการดังกล่าวเป็นอย่างไร ที่สำคัญ ในภาพของการแถลงที่ผ่านมาโครงการในส่วนนี้ สิ่งที่เราวิตกกังวลคือ ท่านมองเพียงแค่ว่าความมั่นคงทางเศรษฐกิจตรงนี้คือการพึ่งพา การนำเข้าน้ำมัน และก๊าชจนมากเกินไป รัฐบาลพูดแต่เพียงว่าจะสนับสนุนเรื่องของโซล่าเซลล์ ยานยนต์ไฟฟ้า แต่จริงๆแล้ว พูดในลักษณะที่จะมีแต่การส่งเสริมการนำเข้า ซึ่งไม่ได้หมายความว่าการพึ่งพาต่างประเทศลดลง เราพยายามพูดมาตลอดว่า ทางเลือกอื่นๆก็มี โดยเฉพาะ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เป็นประโยชน์ เช่นปาล์มเป็นต้น แต่ไม่แน่ใจว่ารัฐบาล มีความชัดเจนแค่ไหนและรัฐบาลยืนยันว่าโครงการหลักๆ เป็นเพียงการส่งเสริมให้มีโซลาร์เซลล์กับยานยนต์ไฟฟ้า




















