“เทพไท” แนะ “สำราญนอนมา-ผบ.ตร.คนใหม่” ถ้าจะแก้ภาพลักษณ์ “ตำรวจ” เป็นอันดับแรก ต้องแก้เรื่องการวิ่งเต้นซื้อ-ขายตำแหน่ง เพราะคือต้นตอ “รีดไถ-เก็บส่วย-ทำสิ่งผิดก.ม.” เพื่อให้คุ้มค่ากับสิ่งที่ลงทุนซื้อตำแหน่ง
เมื่อวันที่ 23 ก.ค.69 นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมืองอิสระ และอดีต สส.นครศรีธรรมราช แสดงความเห็นเรื่อง “แนะ ผบ.ตร.ใหม่ แก้ซื้อขายตำแหน่งให้ได้ก่อน” มีรายละเอียดว่า…“เมื่อที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (กตร.) ได้มีมติเอกฉันท์ 12 : 0 เลือก “พล.ต.อ.สำราญ นวลมา” รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ขึ้นเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนใหม่ ก็เป็นไปตามความคาดหมาย เพราะพล.ต.อ.สำราญ นวลมา เป็นเป็นตัวเต็งมาตั้งแต่ต้น จนใคร ๆ พูดกันเป็นเสียงเดียวกันว่า “สำราญนอนมา” ความหมายคือ ได้เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติอย่างแน่นอน ประเภทนอนมาแบบไม่ต้องมีพระนำ
ซึ่งมีหลายคนตั้งความหวัง เพราะพล.ต.อ.สำราญ นวลมา มีอายุราชการในตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยาวนานถึง 7 ปี และเป็นไปตามแนวปฏิบัติวิธีการทำงานของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่เคยตั้งผู้ดำรงตำแหน่งที่มีอายุราชการยาวนาน 7 ปีมาแล้ว คือตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย เพราะฉะนั้นการแต่งตั้งพล.ต.อ.สำราญ นวลมา เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่มีอายุราชการ 7 ปี จึงไม่ใช่เรื่องแปลก และไม่ใช่เรื่องใหม่
การเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 7 ปี ถ้าดูกระแสการตอบรับทางสื่อโซเชียล จะเห็นได้ว่า ผู้คนคาดหวังกับการเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพอสมควร มีการตั้งคำถามว่า จะให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ แก้ปัญหาอะไรก่อน จะเห็นความคิดของประชาชนค่อนข้างหลากหลาย ตั้งแต่อยากให้แก้ปัญหายาเสพติด ปัญหาการตั้งด่าน การปราบจีนเทา การกวาดล้างคนจีนในมณฑลห้วยขวาง การปราบเด็กแว๊นหรือสก๊อย การปราบมือปืนรับจ้าง การจับผู้พกพาอาวุธ แก้ปัญหาอาชญากรรม ปัญหาลักเล็กขโมยน้อย ฯลฯ
แต่สำหรับผม อยากจะเสนอไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ “พล.ต.อ.สำราญ นวลมา” นอกจากจะแสดงความยินดีในโอกาสนี้แล้ว อยากจะฝากความหวังว่า ปัญหาหลักที่ “ผบ.ตร.คนใหม่” ต้องแก้ไขเป็นอันดับแรก และเชื่อว่าถ้าแก้ปัญหานี้ได้ จะทำให้ปัญหาอื่น ๆ คลี่คลายเบาบางไปได้
กุญแจสำคัญและหัวใจการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศ ที่เป็นปัญหาหรือมีข้อหาครหาเกี่ยวกับการรีดไถ รับส่วย และเป็นองค์กรหรือเป็นหน่วยงาน หรือเป็นอาชีพที่ต้นทุนทางสังคมต่ำที่สุด ถ้าแก้ปัญหานี้ได้ ก็น่าจะทำให้ภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติดีขึ้น
เรื่องแรกที่อยากให้ทำ คือแก้ปัญหาการซื้อ-ขายตำแหน่ง การวิ่งเต้น ระบบเส้นสาย เพราะการซื้อขายตำแหน่ง การเข้าสู่ตำแหน่งโดยการใช้เงิน ย่อมมีการถอนทุน มีการเอาทุนคืน หรือเอาเงินคืนอย่างแน่นอน
จะเห็นได้ว่า เก้าอี้ผู้กำกับในโรงพัก หรือสถานีตำรวจทั้งภูธรและนครบาล มีมูลค่าโรงพักเกรดเอ เกรดบี เกรดซี มีมูลค่าไม่เท่ากัน การซื้อ-ขายตำแหน่งการวิ่งขึ้นตำแหน่ง ตำรวจเหล่านี้ต้องหาเงินมาซื้อ และเมื่อซื้อได้ตำแหน่งแล้ว ก็ถอนทุนคืน รีดไถ หาประโยชน์ รับส่วย ทำผิดกฎหมาย ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เงินกลับคืนมา ซึ่งเป็นวงจรหรือวัฏจักร ที่ไม่รู้จักจบสิ้น
ถ้า “ผบ.ตร.คนใหม่” แก้ปัญหาการวิ่งเต้นซื้อ-ขายตำแหน่งได้ เชื่อว่าเป็นบันไดขั้นแรกที่แก้ปัญหาการทุจริต การเรียกผลประโยชน์ หรือเรียกเก็บส่วยของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระดับหนึ่ง ไม่มากก็น้อย เพราะเชื่อว่า ตำรวจคนใดก็ตาม ได้มาดำรงตำแหน่งโดยสุจริต ไม่มีการซื้อตำแหน่งเข้ามา ถ้ามีการรีดไถรับส่วยหรือโกงกิน ก็อาจจะมีบ้าง แต่เชื่อว่าไม่มาก แต่ถ้าหากซื้อตำแหน่งมา วิ่งเต้นขึ้นตำแหน่งโดยเสียเงินเสียทอง เชื่อได้ 100% ต้องเอาทุนคืน และเรียกเก็บส่วย รับส่วย รีดไถ ทำสิ่งผิดกฎหมายเพื่อให้คุ้มกับการที่ลงทุนไป
จึงฝากไปยัง “ผบ.ตร.คนใหม่” ถ้าจะแก้ปัญหาภาพลักษณ์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้เป็นที่ยอมรับของประชาชน ประการแรกที่เรียกร้องคือ แก้ปัญหาการวิ่งเต้นซื้อ-ขายตำแหน่งให้ได้ก่อน”



















