สาทิตย์เตือนกกต.ไม่ส่งคดีฮั้วสว.ขึ้นศาล เสี่ยงผิดม.157ลั่นคือการรัฐประหารปชต.

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img


“สาทิตย์ วงศ์หนองเตย” ร่วมเวทีเสวนา “เปิดหลักฐาน คดีโกง สว. ภาค 2” หนุนพยานกล้าเปิดเผยข้อเท็จจริง พร้อมตั้งข้อสังเกตกระบวนการเลือก สว. มีรูปแบบเป็นระบบ เรียกร้อง กกต. ใช้อำนาจไต่สวนแสวงหาข้อเท็จจริง เตือนหากไม่ดำเนินการอาจเข้าข่ายละเว้นปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157

เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ที่รัฐสภา ภายในงานเสวนา “เปิดหลักฐาน คดีโกง สว. ภาค 2” นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมแสดงความเห็นต่อกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยกล่าวชื่นชมนายพริษฐ์ วัชรสินธุ และพรรคฝ่ายค้านที่จัดเวทีดังกล่าวเป็นครั้งที่ 2 พร้อมให้กำลังใจพยานทุกคนที่กล้าออกมาเปิดเผยข้อเท็จจริง ท่ามกลางความพยายามครอบงำระบบการตรวจสอบและถ่วงดุลของประเทศ

นายสาทิตย์ยังกล่าวถึงนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) ว่า หากรู้สึกไม่ปลอดภัยจากการออกมาให้ข้อมูล ตนพร้อมให้การดูแลด้านความปลอดภัย พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า คำให้การของพยานหลายรายทั้งในสื่อและเวทีเสวนามีรายละเอียดสอดคล้องกัน มีเอกสารหลักฐานรองรับอย่างเป็นระบบ จึงไม่ใช่เรื่องที่ถูกแต่งขึ้นหรือเป็นเพียงจินตนาการ

พร้อมกันนี้ นายสาทิตย์ยังวิพากษ์วิจารณ์กรณีมีการแจกเสื้อสีเหลืองในกระบวนการเลือก สว. โดยระบุว่า ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะนำเรื่องความจงรักภักดีมาใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

นายสาทิตย์ยังฝากข้อความถึงนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลังระบุว่าพยานหลักฐานจากเวทีเสวนาจะนำมาพิจารณาได้ก็ต่อเมื่ออยู่ในสำนวนคดี โดยเห็นว่า กกต. มีหน้าที่ดำเนินการตาม “ระบบไต่สวน” ซึ่งหมายถึงการแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ไม่ใช่รอเพียงข้อมูลที่มีอยู่ในสำนวน พร้อมเตือนว่า หาก กกต. ปฏิเสธการแสวงหาข้อเท็จจริง และมีมติไม่ฟ้องหรือไม่ยื่นคำร้องต่อศาลในคดีฮั้ว สว. อาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวอีกว่า ขณะนี้ กกต. ชุดใหญ่กำลังเผชิญภาวะที่ประชาชนขาดความเชื่อมั่น เนื่องจากพบความผิดปกติหลายประการ อาทิ กรณีที่อนุกรรมการชุดที่ 26 มีความเห็นให้ดำเนินคดี แต่กลับมีการแต่งตั้งอนุกรรมการชุดใหม่ขึ้นมามีความเห็นแย้งให้ไม่ฟ้อง รวมถึงมติของ กกต. ที่ไม่รับสำนวนจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มารวมพิจารณาในสำนวนของตนเอง ซึ่งมองว่าเป็นข้อพิรุธสำคัญ และเห็นว่า กกต. ควรมีมติส่งเรื่องให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัยข้อเท็จจริง

นายสาทิตย์ยังกล่าวถึงความกังวลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ต่อกรณีการข่มขู่พยาน โดยระบุว่าเป็นเรื่องร้ายแรง และย้ำว่าตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย รัฐมีหน้าที่คุ้มครองผู้ให้ข้อมูลและผู้เปิดโปงข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่ พร้อมระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์และพรรคฝ่ายค้านจะร่วมกันผลักดันมาตรการคุ้มครองพยาน เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบดำเนินไปจนความจริงปรากฏ

“ระบบไต่สวนคือการแสวงหาข้อเท็จจริง เพราะฉะนั้นนายแสวงต้องแสวงหาข้อเท็จจริง นี่คือสิ่งที่อยากฝากถึงนายแสวงและ กกต. ทุกคน หากคุณปฏิเสธกระบวนการนี้ วันหนึ่งถ้าตัดสินใจไม่ฟ้องหรือไม่ยื่นศาลในคดีฮั้ว สว. คุณเจอมาตรา 157 แน่นอน อย่าลืมคดีคุณวาสนา เพิ่มลาภ ในอดีตด้วย เพราะการฮั้ว สว. มันคือการรัฐประหารประชาธิปไตย เราจะปล่อยให้เกิดแบบนี้ไม่ได้” นายสาทิตย์ กล่าว

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img