เลขาธิการ กกต. ชี้แจงหลังฝ่ายค้านจัดเวทีเปิดหลักฐานคดีฮั้ว สว. ภาค 2 ระบุการแสวงหาข้อเท็จจริงต้องผ่านกระบวนการพิสูจน์ ไม่ใช่เพียงรับฟังความคิดเห็น ย้ำหากมีหลักฐานใหม่ต้องตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับพยานในสำนวนหรือไม่ พร้อมยืนยันทุกฝ่ายต่างทำหน้าที่เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏ
เมื่อวันที่ 26 ก.ค. นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านจัดเวทีเปิดเผยหลักฐานเกี่ยวกับคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เป็นครั้งที่ 2 โดยมีการพาดพิงถึงบทบาทของ กกต. ว่า นอกจากรับฟังข้อมูลจากฝ่ายค้านแล้ว จำเป็นต้องแสวงหาข้อเท็จจริงตามหน้าที่ด้วยนั้น
นายแสวง กล่าวว่า การแสวงหาข้อเท็จจริงจำเป็นต้องมีขั้นตอนการพิสูจน์ โดย กกต. ต้องดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง ซึ่งการรับฟังข้อมูลจากเวทีต่าง ๆ บางครั้งอาจเป็นเพียงความคิดเห็น แต่หากเป็นข้อเท็จจริงหรือมีหลักฐานใหม่ กกต. จำเป็นต้องตรวจสอบรายละเอียด
ทั้งนี้ ต้องพิจารณาว่าบุคคลที่ออกมาให้ข้อมูลดังกล่าวเป็นพยานในสำนวนคดีอยู่แล้วหรือไม่ หากเป็นพยานในสำนวน ก็ต้องตรวจสอบว่าคำให้การที่เคยให้ไว้ตรงกับข้อมูลที่นำมาเปิดเผยหรือไม่
ส่วนกรณีที่มีข้อสังเกตว่าพยานที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลในเวทีฝ่ายค้านส่วนใหญ่เป็นอดีตผู้สมัคร สว. นั้น นายแสวง ระบุว่า สิ่งสำคัญอยู่ที่ข้อเท็จจริง โดย กกต. ต้องพิจารณาว่าข้อมูลที่บุคคลเหล่านั้นนำมาเปิดเผยมีรายละเอียดอย่างไร และสามารถตรวจสอบได้หรือไม่
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ในการประชุมพิจารณาสำนวนคดีฮั้ว สว. ของ กกต. ชุดใหญ่ที่ยังเหลืออยู่ จะต้องเพิ่มขั้นตอนตรวจสอบว่าข้อมูลจากเวทีดังกล่าวสอดคล้องกับคำให้การในสำนวนหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า กกต. มีกระบวนการทำงานที่ชัดเจน โดยศาลฎีกาได้วางแนวทางเกี่ยวกับคดี สว. เมื่อวันที่ 2 ก.ค. ที่ผ่านมา ระบุว่า ระบบไต่สวนของสำนักงาน กกต. ต้องรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงครบถ้วน เพื่อให้ศาลสามารถพิจารณาวินิจฉัยได้อย่างถูกต้อง
ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านออกมาเตือนว่า หาก กกต. ไม่ดำเนินการตามหน้าที่อาจถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ นายแสวง กล่าวว่า ไม่ได้มองว่าเป็นการเล่นเกมทางการเมือง แต่เป็นการที่แต่ละฝ่ายทำหน้าที่ของตัวเอง เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบเดินหน้าและนำไปสู่ข้อเท็จจริงที่ชัดเจน



















