ครม.เห็นชอบปรับเกณฑ์และขยายเวลาทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เปิดทางผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ยื่นอุทธรณ์ถึง 31 สิงหาคม จากเดิมสิ้นสุด 31 กรกฎาคม พร้อมขยายเวลาผู้ถือบัตรเดิมใช้สิทธิถึง 30 กันยายน ก่อนเริ่มใช้สิทธิรอบใหม่ 1 ตุลาคม ด้านกระทรวงการคลังเผยผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ 9.3 ล้านราย แบ่ง 3 กลุ่ม เร่งเปิดช่องทบทวนข้อมูลผิดพลาด-ตรวจสอบนอมินี
เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการปรับปรุงหลักเกณฑ์และขยายเวลาการใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 โดยให้เลื่อนกำหนดการยื่นอุทธรณ์หรือขอทบทวนสิทธิ กรณีผู้ไม่ได้รับสิทธิ จากเดิมวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เป็นวันที่ 31 สิงหาคม 2569
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังได้เสนอขยายเวลาการใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 เพื่อให้ผู้ได้รับสิทธิเดิมยังสามารถใช้สิทธิได้ต่อเนื่อง และสำหรับผู้ที่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ จะเริ่มใช้สิทธิพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี งบประมาณเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพที่สุด แต่การทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่ได้เป็นการลดสิทธิประชาชน โดยทุกครั้งที่มีการทบทวนอาจมีผู้ไม่พอใจ แต่ยังมีประชาชนอีกกว่า 2 ล้านคนที่ไม่เคยได้รับสิทธิและจะได้รับสิทธิในครั้งนี้
“เมื่อเราบริหารจัดการอย่างตรงไปตรงมา จำนวนไม่ใช่ประเด็น รัฐบาลจะดำเนินการให้เพียงพอกับคนที่ได้รับสิทธิ” นายสิริพงศ์ กล่าว
เมื่อถามว่า ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์จำนวน 9.3 ล้านคน จะผ่านการอุทธรณ์กลับมาได้รับสิทธิกี่คน นายสิริพงศ์ กล่าวว่า “ไม่ทราบครับ ถ้ารู้ก่อนแปลว่าล็อก”
สำหรับหลักเกณฑ์เกี่ยวกับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ครม.เห็นชอบปรับปรุงเกณฑ์ โดยรถยนต์ที่มีอายุเกิน 20 ปี จะไม่นำมาคำนวณ รวมถึงรถยนต์คลาสสิกจะไม่เข้าข่าย เช่นเดียวกับรถจักรยานยนต์ขนาดไม่เกิน 300 ซีซี ที่มีอายุเกิน 15 ปี และรถจักรยานยนต์คลาสสิก
โดยกรมการขนส่งทางบกจะเป็นผู้ตรวจสอบและคัดกรองข้อมูลให้ ประชาชนไม่จำเป็นต้องมายื่นอุทธรณ์ในกรณีดังกล่าว แต่หากเป็นกรณีรถเสีย รถเป็นซาก หรือรถสูญหาย แต่ยังไม่ได้ยกเลิกการใช้รถหรือทะเบียน เจ้าของรถต้องยื่นทบทวนสิทธิผ่านกรมการขนส่งทางบก หรือศูนย์บริการแบบวันสต็อปเซอร์วิสของกรมการปกครองในทุกอำเภอทั่วประเทศ
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ไทม์ไลน์ใหม่ของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกำหนดให้ผู้มีสิทธิเดิมปี 2565 สามารถใช้สิทธิได้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 ส่วนผู้มีสิทธิใหม่ในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 จะเริ่มใช้สิทธิตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569
ทั้งนี้ ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์สามารถกดปุ่มทบทวนสิทธิและยื่นอุทธรณ์ได้ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 จากเดิมวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 และสามารถยื่นเอกสารประกอบการทบทวนสิทธิได้ถึงวันที่ 20 กันยายน 2569 จากเดิมวันที่ 16 สิงหาคม 2569 โดยจะประกาศผลพร้อมกันในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 และรับสิทธิได้ทันที
สำหรับผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ 9.3 ล้านคน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ไม่ผ่านเกณฑ์แน่นอน กลุ่มที่คาดว่าผ่านเกณฑ์แต่ข้อมูลไม่อัปเดตสามารถมายื่นทบทวนสิทธิ และกลุ่มที่อาจเข้าข่ายใช้ตัวแทนหรือนอมินี เช่น นำชื่อประชาชนไปถือหุ้นหรือจดทะเบียนบริษัท มีบัญชีหลักทรัพย์ หรือมีข้อมูลด้านการศึกษาไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
นายลวรณ กล่าวว่า กรณีบัญชีหลักทรัพย์ ปัจจุบันอาจมีบางคนเปิดบัญชีไว้แต่ไม่มีการเคลื่อนไหว เช่น เคยเปิดบัญชีจากกิจกรรมส่งเสริมการขายของบริษัท หากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีการใช้งาน ก็สามารถคืนสิทธิให้ได้ ส่วนกรณีนักศึกษา หากเรียนอยู่จริงจะนำออกจากเกณฑ์ แต่หากไม่ได้เรียนจริงอาจเข้าข่ายเป็นข้อมูลไม่ถูกต้อง
ด้านนายวินัย โตเจริญ รองอธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า ประชาชนสามารถยื่นทบทวนสิทธิได้ผ่านศูนย์วันสต็อปเซอร์วิสที่อำเภอทั้ง 76 จังหวัด และตรวจสอบสิทธิผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ แอปพลิเคชันเป๋าตัง แอปพลิเคชันทางรัฐ เว็บไซต์กรมการปกครอง และธนาคารของรัฐ 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
ทั้งนี้ กรมการปกครองได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมสรรพากร กรมที่ดิน และกรมการขนส่งทางบก เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในการยื่นทบทวนสิทธิ
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวว่า กรณีรถไม่ได้ใช้ รถสูญหาย หรือข้อมูลไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ประชาชนต้องเข้ามาแจ้งข้อมูลด้วยตนเอง ส่วนกรณีนักศึกษา กระทรวงศึกษาธิการจะเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่งให้ หากประชาชนไม่มั่นใจสามารถยื่นทบทวนสิทธิได้ ขณะที่กรมสรรพากรจะเปิดข้อมูลให้ตรวจสอบรายได้ เพื่อให้ประชาชนชี้แจงข้อเท็จจริงได้ตามข้อมูลที่มี.





















