เปิดคำชี้แจงละเอียดยิบ“ผศ.เรืองเดช” ก่อนถูกแจ้ง!!7ข้อหา“โกงสอบท้องถิ่น”

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“ทีมข่าว” ได้ตรวจสอบบันทึกการประชุม คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 13 ปรากฎว่า พบชื่อ “ผศ.เรืองเดช ศิริกิจ” ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา หนึ่งในผู้ถูกออกหมายเรียก ที่ตำรวจนัดหมายมา แจ้ง 7 ข้อหาหนัก ในวันที่ 31 ก.ค.นี้ ได้เข้าชี้แจงต่อกรรมาธิการ ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร และให้ข้อมูลไว้อย่างละเอียด

“ผศ.เรืองเดช” ให้ข้อมูลต่อที่ประชุมว่า เมื่อเดือน เม.ย.2568 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้มีหนังสือถึงมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เพื่อเชิญให้จัดทำราคากลาง การจ้างเหมาดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568

เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับร่างขอบเขตของงาน (TOR) เดิม เมื่อปี 2566 เห็นว่า ร่างขอบเขตของงานใหม่ มีความยากกว่าทีโออาร์เดิม ในเชิงของการทำงาน เพราะต้องมีการตั้งจุดตรวจ 10 จุด เนื่องจากการสอบแข่งขัน จะมีการแบ่งออกเป็น 10 ศูนย์ และมีระบบป้องกันภายในห้องตรวจ อาทิ กล้องวงจรปิด และมีการสังเกตการณ์จากบุคคลภายนอกตลอดเวลา

นอกจากนี้ ทุกขั้นตอนจะมี “ภาคีเครือข่าย” เข้ามาสังเกตการณ์ ตั้งแต่การดำเนินการเก็บตัว การผลิต การสอบ การตรวจ และการขนส่งที่ต้องมีรถนำขบวน อย่างไรก็ตาม ทีมงานได้ประเมินศักยภาพแล้วเห็นว่า สามารถดำเนินการได้ เพราะเคยมีการดำเนินกิจกรรมให้บริการวิชาการและการจัดสอบให้กับหน่วยงานระดับประเทศมาก่อน

“สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา” จึงได้ทำเรื่องขอมอบอำนาจจาก “อธิการบดี มศว” ซึ่งอธิการบดีเห็นว่า เป็นภารกิจของสำนักทดสอบฯ จึงได้มอบอำนาจให้ เพราะฉะนั้น การดำเนินการหรือการตัดสินใจในการเข้าร่วม จะอยู่ที่ “ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิตวิทยา” ก็คือตัว “ผศ.เรืองเดช” โดยอธิการบดี มศว มิได้เป็นผู้สั่งการแต่อย่างใด

ภายหลังจากที่ตรวจสอบ TOR แล้วเสร็จ ก็ได้มีการเสนอราคากลางต่อ กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) โดยเห็นว่า มีเรื่องใหม่เพิ่มขึ้นมาคือ การตั้งจุดตรวจ 10 จุด ส่วนในเรื่องอื่น ๆ เป็นเรื่องที่สำนักทดสอบ เคยมีประสบการณ์มาแล้วทั้งหมด

ต่อมา…หลังจากที่มีการยื่นข้อเสนอต่อ “กสถ.” พบว่า มีผู้ยื่นข้อเสนอ 2 ราย คือ “มศว” และ “มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์” โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้ประกาศให้ “มศว” เป็นผู้ชนะการยื่นข้อเสนอดังกล่าว โดยที่ “มศว” มิได้มีการล็อกสเปกและมิได้รู้จักกับผู้ใดเป็นการส่วนตัว

แต่ในภายหลัง “มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์” ได้มีการยื่นอุทธรณ์ ทาง “กสถ.” ได้ส่งเรื่องให้ “กรมบัญชีกลาง” พิจารณา ซึ่งได้วินิจฉัยว่า การอุทธรณ์ฟังไม่ขึ้น ทำให้ “มศว” ทำสัญญากับ “กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น”

เมื่อได้มีการลงนามในสัญญา กระบวนการแรกคือ การเตรียมความพร้อม 10 ศูนย์การสอบ ซึ่งประกอบด้วย ภาคเหนือ 2 ศูนย์, ภาคกลาง 3 ศูนย์, ภาคอีสาน 3 ศูนย์ และภาคใต้ 2 ศูนย์ โดยมีผู้เข้าสอบประมาณ 4 แสนกว่าคน มีการกำหนดวันสอบเป็นวันที่ 4 ธ.ค.68 ปรากฎว่า ช่วงนั้นเกิดเหตุการณ์อุทกภัยในภาคใต้ จึงทำให้ภาคใต้ 2 ศูนย์ ไม่สามารถดำเนินการสอบได้ จึงจัดสอบเพียง 8 ศูนย์

เมื่อสอบแข่งขันเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะทำการตรวจสอบว่า ข้อสอบและกระดาษคำตอบ ส่งมาจากสนามสอบครบถ้วนทั้ง 8 ศูนย์ หรือไม่ เมื่อครบถ้วนแล้ว จะทำการจัดเก็บที่ท้องมั่นคง ซึ่งมีกล้องวงจรปิด และมีผู้แทนจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และตัวแทนจากหน่วยงานภายนอกคอยสังเกตการณ์ในทุกขั้นตอน

หากผู้ใดที่คิดจะดำเนินการทุจริตในขั้นตอนนี้ ถือว่าคิดสั้น เนื่องจากทุกขั้นตอน มีการสังเกตการณ์ตลอดเวลา แม้กระทั่งรถขนข้อสอบจากศูนย์สอบไปยังสนามสอบทุกคัน ต้องมี GPS

จากนั้น วันที่ 8 ธ.ค.68 ได้เริ่มกระบวนการตรวจข้อสอบ และในช่วงนี้ เริ่มมีกรณีที่ “ผู้เข้าสอบ” ร้องเรียนว่าได้คะแนนสอบเป็นศูนย์ ตามข่าวที่ปรากฎออกมา

สำหรับการตรวจข้อสอบ จะมีผู้นำกุญแจ ที่เก็บไว้ในห้องมั่นคง ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนของ มศว 1 คน และผู้แทน กสถ. 1 คน ไปยังแต่ละศูนย์ฯ โดยเมื่อไปถึง จะยังไม่เริ่มตรวจในทันที เพราะต้องให้ผู้แทนที่ได้รับการแต่งตั้งจาก กสถ. และผู้เชี่ยวชาญด้าน IT ตรวจสอบมาตรฐานของห้องตรวจก่อน ซึ่งการตรวจดังกล่าว จะมีกล้องวงจรปิดโดยตลอด เมื่อได้มาตรฐาน จึงจะอนุญาตให้ตรวจได้

ส่วนการตรวจข้อสอบและประมวลผลคะแนนใช้ระบบปิด (Offline) ที่ไม่เชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยใช้เครื่องตรวจข้อสอบเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์เฉพาะสำหรับการประมวลผล ซึ่งระบบจะจัดทำรายงานโดยอัตโนมัติตามโปรแกรมที่กำหนด จึงไม่สามารถเข้าถึงหรือแก้ไขข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ได้

นอกจากนี้ อุปกรณ์ที่ใช้ในการการตรวจข้อสอบเป็นของบริษัทผู้รับจ้าง โดย กสถ.ได้ตรวจสอบอุปกรณ์ตามรายการที่กำหนด และให้เจ้าหน้าที่ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ตรวจสอบคอมพิวเตอร์ และโปรแกรมที่ติดตั้งก่อนใช้งาน ส่วนการตรวจสอบความถูกต้องของผลการสอบ สามารถดำเนินการได้โดยเปรียบเทียบข้อมูลในกระดาษคำตอบกับไฟล์คะแนน ซึ่งต้องตรงกัน

สำหรับห้องที่ทำการตรวจข้อสอบ จะมีเฉพาะกรรมการที่ได้รับมอบหมาย และผู้สังเกตการณ์ภายนอก สามารถดูวงจรปิด ติดตามเหตุการณ์ได้ว่าระหว่างการตรวจมีความผิดปกติหรือไม่ ระยะเวลาในการตรวจจะขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ที่สอบแต่ละศูนย์ ส่วนใหญ่ตรวจเสร็จสิ้นวันที่ 11-12 ธ.ค.68 เมื่อตรวจเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต้องมีการส่งคะแน่นให้กับ กสถ. โดยนำผลคะแนนต่าง ๆ ใส่ใน Flash drive

ทั้งนี้ ตามร่างขอบเขตของงาน (TOR) ต้องมี Flash drive เพียงอันเดียว แต่ตามมาตรฐานการทำงานของสำนักทดสอบทางทางการศึกษาฯ ที่ทำกับทุกหน่วยงานจะมีการทำ back up ข้อมูลไว้อีกชุดหนึ่ง เป็นชุดสำรอง เพื่อความรัดกุมในการดำเนินการ

ทั้งนี้ จะมีการบรรจุ Flash drive รายงานผล รวมถึงคะแนนใส่ในกระเป๋านิรภัย ซึ่งมีรหัสและถือโดยคณะกรรมการของ มศว และคณะกรรมการของ กสถ. ในระหว่างทางที่มาจากศูนย์ต่าง ๆ จะมีรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจ รถไปรษณีย์ และรถของ มศว เป็นรถนำขบวน นำไปส่งมอบที่ชั้นหนึ่ง อาคาร 4 กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น

จากนั้นต้องเปิดกระเป๋าที่หน้าห้องอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะจัดเก็บอย่างไร หรือตั้งคณะกรรมการอย่างไร ทาง มศว จะไม่ทราบ ส่วนข้อสอบและกระดาษคำตอบตัวจริงจะเก็บไว้ที่ห้องมั่นคง ซึ่งการที่จะเปิดห้องมั่นคงได้ต้องมีการเปิดร่วมกันโดยผู้ถือกุญแจสองฝ่าย

เมื่อดำเนินการสร็จเรียบร้อยแล้ว กสถ.ได้ส่งประกาศผลสอบ กลับมาให้ประทับตรามหาวิทยาลัย ซึ่งในช่วงแรก “ผศ.เรืองเดช” ได้ปฏิเสธ เนื่องจากการทำงานที่ผ่านมา ไม่เคยประทับตรามหาวิทยาลัยให้กับหน่วยงานใด

แต่เนื่องจาก กสถ.แจ้งว่า เป็นแนวทางปฏิบัติเดิมที่เคยดำเนินการ ประกอบกับ มศว ทำงานร่วมกับ กสถ. เป็นครั้งแรก จึงได้มีการประทับตราให้ โดยขั้นตอนปฏิบัติ ไม่ต้องเปิด Flash Drive ที่ กสถ. ส่งกลับมา หลังจากนั้น ทาง กสถ.ส่งข้อมูลให้ เลขานุการคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ “ก.กลาง” ดำเนินการประกาศต่อไป

ภายหลังจากที่มีการสอบเสร็จ 8 ศูนย์แรก ทาง “ผศ.เรืองเดช” ได้มีการแจ้งต่อ “ก.กลาง” และ “กองคลัง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น” ว่า จะขออนุญาตไม่ดำเนินการจัดสอบอีก 2 ศูนย์ที่เหลือ…จากเหตุภัยพิบัติ ประกอบกับการทำงานตามร่างขอบเขตของงาน (TOR) ที่ผ่านมามีขั้นตอนเป็นจำนวนมาก ทำให้รู้สึกเหนื่อยและไม่อยากดำเนินการ

ต่อมา อธิบดี สถ. ได้ขอให้ช่วยดำเนินการต่อให้เสร็จสิ้น โดย “ผศ.เรืองเดช” ไม่อยากให้เสียชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย เพราะได้มีการจัดสอบ 8 ศูนย์แรกไปแล้ว จึงได้มีการตกลงขยายสัญญา และจัดสอบศูนย์ภาคใต้ 2 ศูนย์ที่เหลือในเดือน ก.พ.69 ซึ่งกระบวนการทำงานทุกอย่างเหมือนเดิมทุกประการ

ส่วนกระแสข่าวที่มี “ผู้เข้าสอบ” ได้คะแนนศูนย์นั้น เนื่องจากกติกาของ สถ. กำหนดว่า กระดาษคำตอบต้องมีการใส่ข้อมูลของ “ผู้เข้าสอบ” ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นชื่อ นามสกุล ตำแหน่ง เลขประจำตัวสอบ ยกเว้นรหัสชุดแบบทดสอบ ซึ่ง “ผู้เข้าสอบ” จะทราบต่อเมื่อได้ข้อสอบมาอยู่ที่โต๊ะแล้ว

“ผู้เข้าสอบ” จึงจะระบายรหัสชุดแบบทดสอบในกระดาษคำตอบ อันเป็นกระบวนการในการป้องกันการทุจริต เพื่อให้ไม่ทราบก่อนว่า ได้ข้อสอบชุดใด โดยการสอบในหน่วยงานใหญ่อาทิ ตำรวจ หรือ ก.พ. ก็จะดำเนินการเช่นกัน การที่ผู้เข้าสอบได้ศูนย์คะแนน จึงอาจมาจากการระบายรหัสชุดแบบทดสอบผิด ทำให้กระดาษคำตอบไม่ถูกตรวจ

“ผศ.เรืองเดช” ย้ำว่า เมื่อได้รับทราบข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ทุจริตที่เกิดขึ้น รู้สึกตกใจมาก และสิ่งแรกที่ดำเนินการคือ นำ Flash drive ที่มีการ back up ข้อมูลไว้ไปเก็บในไว้ในตู้นิรภัย ของสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา

ต่อมา สำนักงาน ป.ป.ช ได้ประสานขอข้อมูลเพื่อประกอบการตรวจจสอบ ทางมหาวิทยาลัยได้ประสานกับ สถ. เพื่อนำกระดาษคำตอบต้นฉบับออกจากห้องเก็บรักษาความมั่นคง ส่งมอบให้สำนักงาน ป.ป.ช.

พร้อมทั้งส่งมอบ Flash Drive ซึ่งเป็นข้อมูลสำรอง ให้กับ ป.ป.ช.ด้วยเช่นกัน โดยข้อมูลใน Flash Drive สามารถใช้ตรวจสอบเปรียบเทียบกับกระดาษคำตอบแต่ละฉบับได้ เนื่องจากกระดาษคำตอบแต่ละฉบับจะแสดงคะแนนที่ได้จากการตรวจข้อสอบไว้โดยชัดเจน

นอกจากนี้ “มศว” ใช้ ระบบลายมือชื่อดิจิทัล (Digital Signature) เพื่อป้องกันการแก้ไขข้อมูลในรายงานผลการสอบ ในไฟล์ข้อมูลคะแนนที่จัดทำในรูปแบบเอ็กเซล เพื่อป้องกันการแก้ไขข้อมูล และหากมีการแก้ไขข้อมูลสามารถตรวจสอบได้ จากข้อมูลการแก้ไขล่าสุด ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยได้ดำเนินการทุกขั้นตอนตามกระบวนการที่กำหนด จึงไม่สามารถระบุได้ว่าความผิดปกติเกิดขึ้นในขั้นตอนใด และได้ส่งมอบข้อมูลพร้อมให้ถ้อยคำประกอบการตรวจสอบ แก่สำนักงาน ป.ป.ช. อย่างครบถ้วน

ทั้งหมดนี้ คือคำชี้แจงของ “ผศ.เรืองเดช” ต่อ กมธ.ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา จนกระทั่งล่าสุด ในสัปดาห์นี้ ตำรวจได้ออกหมายเรียกให้ “ผศ.เรืองเดช” มารับทราบข้อกล่าวหา ทุจริตการสอบท้องถิ่นครั้งประวัติศาสตร์ โดยเตรียมแจ้ง 7 ข้อกล่าวหาหนัก ภาายในวันศุกร์ที่ 31 ก.ค.นี้

…………………………………..

อ่านรายละเอียด : บันทึกการประชุม คณะกรรมาธิการ การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ครั้งที่ 13

…………………

คอลัมน์ : The Key Reported by Fah kham-ram

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img