“อนุทิน ชาญวีรกูล” นำ ครม.ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลครบ 50 วัน ถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ก่อนแซว “พิพัฒน์-นาที” กลางวงสื่อ พร้อมจูงแขนนางนาทีโชว์ความสนิท ปัดกระแสข่าวความแตกแยกในรัฐบาล ย้ำ ครม.ทุกคนยังเดินหน้าทำงานเต็มที่ รับฟังทุกเสียงวิจารณ์ที่สร้างสรรค์ และขออย่าตัดสินรัฐบาลจากความรู้สึกส่วนตัว
เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 30 ก.ค.69 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร (ครบ 50 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยเมื่อเดินทางมาถึง นายอนุทินได้พบกับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนางนาที รัชกิจประการ ภรรยาของนายพิพัฒน์ ก่อนกล่าวทักทายด้วยอารมณ์ขันว่า “2 น.-1 พ.” ท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเอง
ต่อมาเวลา 08.05 น. ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีทำบุญตักบาตร นายอนุทิน นายพิพัฒน์ นางนาที และนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ได้ยืนสนทนากัน โดยช่วงหนึ่งนายอนุทินหยิบพระเครื่องที่เหน็บไว้ในเสื้อออกมาให้นายพิพัฒน์ชม ก่อนจะเดินจูงแขนนางนาที และหันมาพูดกับผู้สื่อข่าวด้วยรอยยิ้มว่า “นี่ น.นาที กับ น.หนู ไง และ 1 พ.”
จากนั้น เวลา 08.10 น. นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงภาพการพูดคุยและการจูงแขนนางนาที ซึ่งถูกมองว่าเป็นการสยบกระแสข่าวความแตกแยกภายในรัฐบาลหรือไม่ โดยตอบสั้น ๆ ว่า “วันนี้วันพระครับ”
เมื่อถามถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ แม้จะยืนยันว่า ความสัมพันธ์ภายในรัฐบาลยังแน่นแฟ้น นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ได้รู้สึกอะไร จะบอกว่าขำ ก็เกรงว่าจะถูกมองว่าไม่ใส่ใจ ยืนยันว่าคณะรัฐมนตรีทุกคน ต่างตั้งใจทำงานเพื่อผลักดันนโยบายและขับเคลื่อนประเทศ
เมื่อถามว่า กระแสวิจารณ์จะกระทบต่อการทำงานของรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน ยืนยันว่า “ไม่เคยเลยครับ” ภารกิจของรัฐมนตรีแต่ละคน ยังเดินหน้าทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการหารือกับนายสุชาติ ชุมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องการยึดคืนที่ดินของรัฐในพื้นที่อุทยานแห่งชาติที่ถูกบุกรุก รวมถึงการเชิญนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี มาหารือแนวทางด้านกฎหมาย เพื่อเร่งรัดการดำเนินการไม่ให้เกิดความล่าช้า
นายอนุทิน ระบุว่า ปัจจุบันภาครัฐใช้หลักการว่า หากมีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นที่ดินของรัฐ ก็สามารถดำเนินการขับไล่ผู้บุกรุกได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องรอคำพิพากษาถึงที่สุด ซึ่งอาจใช้เวลานานหลายปี จนผู้กระทำผิดได้รับประโยชน์ไปแล้ว พร้อมย้ำว่าแนวทางดังกล่าวสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพในหลายจังหวัด
นายกฯ ยังกล่าวถึงการทำงานของรัฐมนตรีแต่ละกระทรวง อาทิ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การค้า และความมั่นคง โดยเฉพาะภายหลังการเยือนประเทศจีน ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยได้ออกมายืนยันถึงความร่วมมือที่ทั้งสองฝ่ายจะเดินหน้าร่วมกันต่อไป ขณะที่นายพิพัฒน์ยังเร่งขับเคลื่อนโครงการด้านคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอย่างต่อเนื่อง ส่วนนายทรงศักดิ์ก็ช่วยกำกับดูแลงานในฐานะรองนายกรัฐมนตรีอย่างใกล้ชิด
“ทุกอย่างขับเคลื่อนไปได้ด้วยดี ตรงไหนที่มีคำวิพากษ์วิจารณ์เชิงสร้างสรรค์ หวังดีกับประเทศ หวังดีกับรัฐบาล และหวังดีกับประชาชน พวกเราทุกคนไม่เพียงรับฟัง แต่ยังนำไปปรับใช้ สิ่งที่แก้ไขนั้นมาจากข้อเสนอแนะของทุกฝ่าย บ้านเมืองเรามีกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว หากใครไม่พอใจก็ใช้กระบวนการยุติธรรม อย่านำความรู้สึกส่วนตัวหรือบทวิเคราะห์ต่าง ๆ มาตัดสินว่าสิ่งนั้นกำลังจะเกิดขึ้น เพราะรัฐบาลกำลังเดินหน้าพัฒนาประเทศในทุกมิติ และมีผลงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกวัน” นายอนุทิน กล่าว.



















