‘2สว.จากอำนาจเจริญ’ เข้าแจ้งความ ’ยิ่งชีพ‘ ตามนัด ด้าน ’สมพาน‘ เหน็บแรงร้านก๋วยเตี๋ยวเล็กๆ จุ 200 คนไม่ได้เหมือน ‘ห้องจูปิเตอร์’ ย้ำเชื่อหลักกฎหมายของ ‘กกต.’ มากกว่า ‘หลักไอลอว์’ ด้าน ขณะที่ ’แดง กองมา‘ โอด รธน.เปิดโอกาส ‘แม่ค้าขายหมู’ เป็น ’สภาสูง‘ แต่กลับถูก ‘ด้อยค่า’ ไม่หยุด แนะลดอัตตา
วันที่ 31ก.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมพาน พละศักดิ์ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) จากจังหวัดอำนาจเจริญ กลุ่ม 10 เดินทางไปที่สถานีตำรวจภูธรเมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา กับนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) และผู้เกี่ยวข้อง จากกรณีการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กตั้งค่าแบบสาธารณะชี้นำสังคมให้เกิดความเข้าใจผิดว่านายสมพาน เป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครสมาชิกวุฒิสภาและบิดเบือนข้อกฎหมายเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา กลุ่ม 10 เมื่อวันที่30ก.ค.ที่ผ่านมา
นายสมพาน กล่าวว่า การโพสต์ของนายยิ่งชีพเป็นการนำความเท็จมาใส่ความตน เป็นการโฆษณาไขข่าวเผยแพร่ทางสื่อออนไลน์แบบสาธารณะ ซึ่งบุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทั่วราชอาณาจักร เป็นเหตุให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นและถูกเกลียดชัง ทั้งนี้ คุณสมบัติของผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา กลุ่ม 10 ซึ่งตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 มาตรา 11(10) บัญญัติไว้เพียง “กลุ่มผู้ประกอบกิจการอื่น นอกจากกิจการตาม(9)” อีกทั้งในการสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ตนได้ยื่นเอกสารหลักฐาน หนังสือรับรองความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ หรือทำงานในกลุ่มที่สมัคร (เอกสาร สว.4) ต่อผู้อำนวยการการเลือกระดับอำเภอ อำเภอเมืองอำนาจเจริญ ซึ่งได้ผ่านกระบวนการตรวจสอบเอกสาร ค่าธรรมเนียม ตลอดจนมีหนังสือสอบถามไปยังหน่วยงานต่างๆ เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายอย่างครบถ้วนถูกต้องแล้ว นอกจากนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้งก็ได้ยกคำร้อง เรื่องคุณสมบัติที่มีผู้ร้องตน ตามคำวินิจฉัยที่ 17/2568 หลังจากนั้นตนก็ทำหน้าที่เป็น สว.เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
นายสมพาน กล่าวต่อว่า ดังนั้น นายยิ่งชีพซึ่งเป็นนักกฎหมาย น่าจะตรวจสอบข้อมูลให้ละเอียดกว่านี้ มิใช่นั้น สังคมจะมองว่านายยิ่งชีพใช้ “หลักไอลอร์” หรือ “หลักกฎหมายของฉัน” มาตีความแทนหลักการทางกฎหมายปกติที่ กกต.และคนทั่วไปใช้กัน และจากการนำเสนอข้อมูลของ iLaw ซึ่งมีนายยิ่งชีพเป็นผู้อำนวยการบริหาร ในทัศนะและวิธีคิดดังกล่าวได้สร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง อันจะเห็นได้จากข้อมูลเว็บไซต์ของ iLaw ในการสมัครกลุ่ม 10 มีคนนำไปอ้างอิงจนนำไปสู่การร้องเรียนการเลือกตั้ง อันจะเห็นได้จากกรณีคำวินิจฉัยคณะกรรมการการ
เลือกตั้ง ที่ 706/2568 โดยผู้ร้องอ้างข้อมูลจาก เว็บไซต์ www.ilaw.or.th นำไปสู่การร้องเรียนการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาระดับจังหวัด จังหวัดนนทบุรี โดยกรณีนี้ กกต.ก็ได้มีคำสั่งให้ยกคำร้องไปแล้วเช่นกัน
นายสมพาน กล่าวอีกว่า ตนประกอบกิจการขายก๋วยเตี๋ยวชื่อร้าน “บิ๊ก ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา” มิได้เขียนใบสมัครเป็นพ่อค้าขายก๋วยเตียวไก่มะระตามที่นายยิ่งชีพกล่าวหา การที่นายยิ่งชีพ ยืนยันข้อเท็จจริงว่าเชื่อมั่น 97% ว่าตนสมัครผิดกลุ่มนั้น ผู้มีหน้าที่วินิจฉัยคุณสมบัติผู้สมัครคือคณะกรรมการการเลือกตั้ง ไม่ใช่นายยิ่งชีพ นอกจากนี้ ยังมีการโพสต์เชิงเย้ยหยันและเห็นเป็นเรื่องน่าขบขันที่ตนได้เป็น สว.อีกด้วย การที่นายยิ่งชีพ ได้กล่าวหาใส่ความตนดังกล่าวข้างต้น และมีการเผยแพร่ไปในสื่อออนไลน์ต่างๆ ได้สร้างความเสียหาย ให้กับตนและครอบครัวเป็นที่สุด และขยายขอบเขตเป็นวงกว้าง สร้างความเสื่อมศรัทธาแก่อาชีพ การทำมาหาได้โดย สุจริต การคบค้าสมาคม และการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ สว. และทำให้ตนซึ่งเป็นบุคคลที่ถูกกล่าวถึง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง และถูกมองเป็นคนไม่ดี และเสื่อมเสียชื่อเสียง ตนจึงมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายยิ่งชีพและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อให้ได้รับโทษตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ยืนยันว่าไม่ใช่การฟ้องปิดปาก แต่เป็นการปกป้องสิทธิของตน
“ในฐานะคนทำมาหากินสุจริตในพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญมาหลายปี แอบเสียดายที่ไม่ได้ต้อนรับนายยิ่งชีพและคณะทัวร์ เนื่องจากต้องปิดร้านชั่วคราวเพราะพ่อค้าต้องทำหน้าที่ สว.เลยไม่มีคนลวกก๋วยเตี๋ยว และที่ร้านก็ไม่ได้มีลูกจ้างถึง 200 คน ตามที่นายยิ่งชีพตีความไปเอง อีกอย่างคือพื้นที่ร้านมีขนาดเล็ก ไม่พอให้คน 200 คนมารวมตัวกันเหมือนที่ห้องจูปิเตอร์ อิมแพค เมืองทองธานี“ นายสมพาน กล่าว

ขณะที่นางแดง กองมา สว. จากจังหวัดอำนาจเจริญ กลุ่ม 10 ก็ได้เดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา กับนายยิ่งชีพ ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ เช่นเดียวกัน โดยนางแดงกล่าวว่า จากกรณีที่นายยิ่งชีพ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Yingcheep Atchanont” เมื่อวันที่ 28ก.ค.ที่ผ่านมา เป็นการกล่าวหาใส่ความยืนยันข้อเท็จจริงซึ่งทำให้บุคคลอื่นเข้าใจว่าการเขียนใบสมัครว่าเป็นแม่ค้าขายหมูหน้าเขียง เป็นการแสดงข้อมูลในใบสมัครหรือเอกสารหรือหลักฐานประกอบการสมัครอันเป็นเท็จ ขาดคุณสมบัติในการสมัครสมาชิกวุฒิสภากลุ่ม 10 โดยเป็นการสมัครผิดกลุ่ม ซึ่งสื่อความหมายไปในลักษณะใส่ความว่าตนขาดคุณสมบัติการเป็นสมาชิกวุฒิสภา ทั้งที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีการวินิจฉัยแล้วว่าตนมิใช่ผู้ขาดคุณสมบัติตามที่นายยิ่งชีพกล่าวหาแต่อย่างใด
นางแดง กล่าวต่อว่า นอกจากนี้นายยิ่งชีพ ยังบิดเบือนข้อกฎหมาย โดยการโพสต์ข้อความว่า “กลุ่ม 10 คือ กลุ่มเจ้าของกิจการขนาดใหญ่ ที่ใหญ่กว่า SMEs ตามนิยามของกฎหมาย แปลว่าต้องมีลูกจ้างมากกว่า 200 คน…” เพื่อมาจับผิดตน ซึ่งเป็นการกำหนดเงื่อนไขกฎหมายขึ้นมาเอง การกระทำของนายยิ่งชีพซึ่งเป็นนักกฎหมาย ต้องยึดหลักการที่ว่า “ไม่มีกฎหมายบัญญัติ ย่อมไม่เป็นความผิด” ขณะเดียวกันยังมีการชี้เป้า ปลุกระดม และคุกคามสิทธิส่วนบุคคล โดยโพสต์ข้อความว่า “ฝากถ่ายรูปไว้ให้ดูกันบ้างนะครับ” เป็นการปลุกระดมชักชวนให้กลุ่มเห็นต่างทางการเมือง หรือสนับสนุนการกระทำของกลุ่มไอลอว์ ให้คุกคามการใช้ชีวิตของตน จึงถือเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง อีกทั้งมีการเผยแพร่ไปในสื่อออนไลน์ ต่างๆ โดยที่มีคนเข้ามาดูแล้วคอมเมนต์ด่าทอ ส่งผลให้ตนและวงศ์ตระกูลได้รับความอับอายและถูกเกลียดชังในสังคมอย่างกว้างขวาง ซึ่งการปลุกระดมให้คนในพื้นที่คอยจับตาหรือถ่ายรูป ทำให้ตนเกิดความหวาดกลัวต่อความไม่ปลอดภัย และเดือดร้อนในการลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจ สว.
“ดิฉันเหมือนถูกด้อยค่าในอาชีพแม่ค้าขายหมูซึ่งเป็นอาชีพสุจริต ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งๆที่รัฐธรรมนูญเปิดโอกาสให้คนหลากหลายอาชีพ ไม่ว่าจะยากดีมีจน เรียนน้อยหรือจบสูง ให้เข้ามาเป็น สว.ได้ แต่วันแรกๆ ที่เข้าสภา ดิฉันก็ถูกเพื่อน สว.พูดกระทบ ผ่านมา 2 ปีก็ยังถูกนายยิ่งชีพนำเอาเรื่องคุณสมบัติซึ่งจบไปแล้วมาดูหมิ่นดิฉันอีกครั้งจนเกิดความเสียหายอย่างกว้างขวาง ดิฉันจึงต้องมาแจ้งความดำเนินคดีกับนายยิ่งชีพและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อให้ได้รับโทษตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด อย่างไรก็ตาม นายยิ่งชีพคงคิดว่าตัวเองทำถูก เพราะจนถึงวันนี้ก็ยังไม่เห็นแสดงความรับผิดชอบในเรื่องที่ไม่รู้ว่า กกต.วินิจฉัยคุณสมบัติของดิฉันและเผยแพร่เอกสารทางเว็บไซต์แล้ว แม่ค้าขายหมูคนนี้จึงอยากขอให้นายยิ่งชีพลดอัตตาลงบ้าง จะได้เลิกเป็นคนจมไม่ลง“ นางแดง กล่าว



















