“เทพไท” เย้ย “อนุทิน-ปกรณ์” คิดต่างกันเรื่อง “โกงสอบท้องถิ่น” เมื่อนายกฯบอกทุกอย่างจบ หวังตัดจบแค่ “ขรก.ประจำ” ไม่กี่คน แต่รองนายกฯบอก “หนังเรื่องนี้ยาว ไม่จบง่ายๆ” ต้องการเล่นงานขบวนการโกงทั้งระบบ ไล่ให้ไปจับเข่าคุย-ปิดห้องถกให้ตกผลึกเสียก่อน เพื่อไม่ให้สังคมสับสน และเป็นแนวทางเดียวกัน
เมื่อวันที่ 5 ส.ค.69 นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมืองอิสระ และอดีต สส.นครศรีธรรมราช แสดงความเห็นเรื่อง “ทำไม??? อนุทิน-ปกรณ์ คิดต่าง เรื่องโกงท้องถิ่น” มีรายละเอียดว่า…“เมื่อวานนี้ (4 ส.ค.) นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีทุจริตสอบแข่งขันข้าราชการส่วนท้องถิ่นปี 2568 ได้แถลงผลการสอบสวน หลังจากประชุมนัดสุดท้าย โดยสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้ คือ
1.พบความบกพร่องเกือบทุกขั้นตอน มีข้อพิรุธตั้งแต่กระบวนการกำหนดอัตราตำแหน่ง (TOR) การแบ่งศูนย์สอบ และการจัดทำข้อสอบ
2.การแก้ไขคะแนนหลังสอบ พบหลักฐานชัดเจนในการประกาศรับรองบุคคล โดยมีการปรับแก้ไขทั้งจำนวนคนและพบความผิดปกติบนใบคะแนนอย่างรุนแรง
3.ผู้เกี่ยวข้องกว่า 100 ชีวิต ข้อมูลในไฟล์รายชื่อ พบทั้งข้าราชการระดับสูงในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกลุ่มคนนอก ซึ่งในเบื้องต้นจะยังคงถูกเก็บไว้เป็น “ชั้นความลับ” เพื่อไม่ให้เสียรูปคดี
4.หลักฐานมัดแน่น คณะอนุกรรมการสามารถรวบรวมถ้อยคำพยาน สัญญาจ้าง และเอกสารเส้นทางการเงินจาก สำนักงาน ปปง. มาประกอบสำนวนได้อย่างครบถ้วน
5.อาจต้องจัดสอบใหม่ทั้งหมด เนื่องจากกระบวนการสอบครั้งนี้ขาดความโปร่งใสและรั่วไหลในวงกว้าง
6.เสนอลงโทษ 4 มิติ คณะกรรมการเตรียมเสนอเรื่องให้นายกรัฐมนตรีเพื่อส่งฟ้องและลงโทษผู้กระทำผิดทั้งทาง อาญา แพ่ง วินัย และจริยธรรม
7.พร้อมส่งไม้ต่อหน่วยงานปราบปราม เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.), สำนักงาน ป.ป.ท. และสำนักงาน ก.พ. ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
8.กำหนดไทม์ไลน์ไล่ออก ให้กระทรวงมหาดไทย เร่งผลักดันให้ผู้ทุจริตและผู้สมรู้ร่วมคิด พ้นจากตำแหน่งราชการภายในเดือนสิงหาคมนี้
9.“เรื่องนี้หนังยาว ไม่จบง่าย แต่ต้องจบ” และยืนยันว่า จะไม่มีการดึงเรื่อง หรือปล่อยผ่านแน่นอน เพื่อกู้ภาพลักษณ์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกลับคืนมา โดยใช้หลักการทำงานคือ “กรรมใครกรรมมัน”
แต่ถ้าดูท่าทีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ซึ่งได้กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการทุจริตสอบท้องถิ่น จะจบลงเมื่อไหร่ ว่า…“จริงๆ มันจบแล้ว กระบวนการต่างๆ ทั้งการกล่าวหา การดำเนินคดี และการสอบวินัยร้ายแรง อยู่ในขั้นตอนหมดแล้ว รวมถึงการยกเลิกผลประกาศการสอบ ก็ดำเนินการแล้ว สิ่งที่ตามมาคือ การขยายผลไปยัง ผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามลำดับ”
“เรื่องนี้ต้องถือว่า เรียบร้อย เหลืออย่างเดียวคือ ศาลยังไม่ได้ตัดสินลงโทษผู้กระทำผิด”
จะเห็นได้ว่า ความเห็นของนายปกรณ์กับความเห็นของนายอนุทิน แตกต่างกันในหลายประเด็น ซึ่งไม่มั่นใจว่าทั้ง 2 คนได้พูดคุยกันก่อนให้สัมภาษณ์หรือไม่ หรือต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างพูด เมื่อเป็นเช่นนี้สังคมจะเชื่อคำพูดของใครมากกว่ากัน แม้ว่านายอนุทิน คือนายกรัฐมนตรี ส่วนนายปกรณ์จะเป็นแค่รองนายกรัฐมนตรีก็ตาม แต่เนื้อหาสาระการพูดของนายปกรณ์ ต้องการจะเล่นงานขบวนการโกงทุจริตสอบท้องถิ่นทั้งระบบ ส่วนความเห็นของนายอนุทิน บอกว่าทุกอย่างจบแล้ว ต้องการตัดจบแค่ข้าราชการประจำเพียงไม่กี่คน ตัดตอนไม่ให้เชื่อมโยงไปถึงฝ่ายการเมืองหรือตัวการใหญ่
ขอให้นายอนุทินและนายปกรณ์ ไปจับเข่าคุย หรือปิดห้องคุยกัน ให้ตกผลึกเสียก่อน ว่าจะเอาอย่างไรกับคดีโกงข้อสอบบรรจุข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น เพื่อไม่ให้สังคมสับสน และเพื่อเป็นแนวทางเดียวกันของฝ่ายรัฐบาล”



















