‘ชัยชนะ’ลั่นจ่อซักฟอกรัฐบาลก.ย.-ต.ค.นี้ สับแหลก‘เอกนิติ-ศุภจี’แก้ของแพงไม่ได้

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“ชัยชนะ” ลั่นกลองรบจ่อซักฟอกรัฐบาลช่วง ก.ย.-ต.ค.นี้ มั่นใจพรรคร่วมฝ่ายค้านแน่นปึ้ก เปิดฉากสับแหลก “เอกนิติ-ศุภจี” ปมพิษเศรษฐกิจปากท้อง-แก้ปัญหาไม่ได้ สั่งให้ไปกินน้ำมันตับปลาเพิ่มรอยหยักสมอง พร้อมจี้รัฐบาลเคลียร์ปมตัดงบจังหวัดซุกโปรเจกต์ “ไทยช่วยไทยพลัส” และแฉโครงการ “พยาบาลอาสา” ส่อสร้างเครือข่ายหัวคะแนนเหลื่อมล้ำ อสม.

วันที่ 5 ส.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน ว่า ต้องให้พรรคประชาชนเป็นผู้ยื่น เมื่อไหร่ที่ฝ่ายค้านมีมติว่ายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรคร่วมฝ่ายค้านก็จะนำเรื่องกลับหารือแต่ละพรรค ซึ่งยืนยันว่ามีความพร้อมอยู่แล้ว ต้องดูไทม์ไลน์ว่าพรรคประชาชนกำหนดช่วงไหน เพราะเมื่อเปิดสภามา สิ่งที่เราจะต้องอภิปรายอันดับแรกคือร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ในวาระสามก่อน หลังจากนั้นจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ตลอด ดังนั้น จึงต้องรอดูท่าทีว่าพรรคประชาชนจะยื่นเมื่อไหร่ และแต่ละพรรคมีความคิดเห็นอย่างไร

เมื่อถามว่าพรรคประชาธิปัตย์เตรียมประเด็นไหนเป็นพิเศษ และรัฐบาลมีแผลอะไรบ้าง นายชัยชนะ กล่าวว่า ตนคิดว่าแผลของรัฐบาลวันนี้ ตนไม่ต้องบอก ประชาชนทั่วไปก็ตอบได้ เช่น ประเด็นรวยไม่ไหวแล้ว ปากท้องเศรษฐกิจที่รับผิดชอบโดยกระทรวงพาณิชย์ของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ วันนี้น้ำมันลดลง แต่ราคาสินค้าไม่ลด ท่านออกมาพูด แต่ทำไม่ได้สักเรื่อง ก็เป็นจุดอ่อนอยู่แล้ว วันนี้คุณศุภจี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รับผิดชอบอย่างไร เงินของพี่น้องประชาชนชาวนา ที่รัฐบาลออกมาบอกว่าเงินหมด ชดเชยไม่ได้ ต้องชี้แจงให้ได้ว่าเงินเหล่านี้ถูกเอาไปใช้ตรงไหน รวมถึงนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังด้วย ต้องชี้แจงให้ได้ สิ่งที่รัฐบาลต้องเตรียมตัวหลังจากนี้คือฤดูผลไม้ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในภาคใต้ ทั้งมังคุด ทุเรียน ปัญหาทุกวันนี้นำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ทั้งหมด แต่จะอภิปรายประเด็นไหนบ้าง แต่ละพรรคร่วมฝ่ายค้านก็ต้องหารือกัน

เมื่อถามว่าจะสามารถล้มรัฐบาลได้หรือไม่ นายชัยชนะ กล่าวว่า ตอบไม่ได้ การล้มรัฐบาลมี 2 ประเด็น คือกรณีร่าง พ.ร.บ.งบประมาณไม่ผ่าน และกรณีรัฐบาลได้รับเสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่งของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องดูว่าหลังจากฝ่ายค้านให้ข้อมูลและอภิปรายในสภาฯ แล้ว ข้อมูลที่ประชาชนได้รับ ต้องดูว่าพรรครวมรัฐบาลฝ่ายไหนที่เห็นตรงกับเรา และคิดว่าเป็นปัญหาจริงๆ ส่วนพรรคฝ่ายค้านมั่นใจได้ว่าวันนี้เราเป็นหนึ่งเดียวกันแน่นอน ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน พรรคประชาธิปัตย์ก็เดินหน้าทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับพรรคกล้าธรรมและพรรคประชาชน ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล

“ผมคิดว่าข้อมูลอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ หากมีการไม่ไว้วางใจจริง เดือนกันยายนหรือเดือนตุลาคม ผมว่าสนุกแน่ และไม่ใช่เป็นละครในสภาแน่ นี่เป็นการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านอย่างเข้มแข็งและเป็นการเปิดโปงข้อมูลในบางเรื่องที่ไม่ได้รับการเปิดโปงมาในสังคม” นายชัยชนะ กล่าว

ส่วนถึงขั้นพลิกขั้วอำนาจแดง-เขียว-ส้มหรือไม่ นายชัยชนะ กล่าวว่า ต้องไปถามที่มาของข่าว ตนคงตอบไม่ได้ การพลิกขั้วตนก็ยังไม่ทราบ ทราบจากสื่อมวลชน เพราะความจริง พรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่ได้คุยกับใคร ส่วนพรรคกล้าธรรม ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรค ก็ยังไม่ได้คุยกับใคร และพรรคประชาชนก็ยืนยันว่าไม่ได้คุยกับใคร ต้องไปสอบที่มาข่าวว่ามันมาจากไหนในครั้งแรก สิ่งที่ตอบได้คือเราจะพิจารณางบประมาณวันไหนการอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อไหร่ ส่วนยื่นหรือไม่ยืนยันว่ายื่นแน่ แต่วันไหน อยากให้รอติดตาม ตนขอฝากถึงท่านเอกนิติและท่านศุภจี ทำงานให้ประชาชนเป็นที่รัก แก้ไขปัญหาปากท้อง อย่าให้ประชาชนลำบากและจนอย่างนี้ไปอย่างยาวนาน

“เอกนิติ ศุภจีเอ๋ย เจ้าจงทำงานเพื่อประเทศชาติ เจ้าอย่าจงทำงานเพื่อเสริมสร้างบารมีตนเอง นอกจากแก้ปัญหาให้ประชาชนไม่ได้แล้ว เจ้าจงกลับไปดูการบริหารในกระทรวงของเจ้า ทั้งสองท่าน ทราบข่าวว่าท่านมีปัญหาทั้ง 2 กระทรวง กับข้าราชการประจำ มีปัญหาด้านนโยบาย สุดท้ายแล้ว กินน้ำมันตับปลาเยอะๆ สมองจะได้ดี จะได้มีสมองในการบริหารประเทศชาติต่อไป” นายชัยชนะ กล่าว

เมื่อถามว่า 2 คนนี้จะเป็นคนที่นายชัยชนะพุ่งเป้าอภิปรายหรือไม่ นายชัยชนะ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าจะอภิปรายหรือไม่ แต่ตนขอบอกว่า ณ วันนี้ 2 คนนี้ เขาน่าจะมีความคิดที่ช้าลง เพราะคิดอะไรแก้ปัญหาไม่ได้เลย

“จริงๆแล้ว ผมอยากฝากน้ำมันตับปลาไปให้เขา แต่ทราบว่าท่านอยู่กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง ท่านเองก็น่าจะหาซื้อได้ตามร้านขายยา ดังนั้น พี่เอก พี่แต๋ม ที่เคารพ ทำงานเถอะครับ เพื่อประชาชนด้วย นอกจากน้ำมันตับปลา จะซื้อวิตามินซีให้ด้วย” นายชัยชนะ กล่าว

นายชัยชนะกล่าว กรณีการรับสมัครพยาบาลอาสา ที่เพิ่งปิดรับสมัครเมื่อวันที่ 31 ก.ค. ที่ผ่านมา ว่า วิธีการสอบมีเพียงการสัมภาษณ์อย่างเดียวเห็นชัดเจนว่าเป็นการสร้างเครือข่าย ให้กับหัวคะแนนหรือไม่ ซึ่งตนมองว่านโยบายนี้รัฐบาลควรนำเงินค่าจ้างอาสาพยาบาลมาเพิ่มสวัสดิการให้กับพี่น้องอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) หรือจ้างพนักงานราชการของกระทรวงสาธารณสุข สาธารณสุขที่ยังไม่ได้บรรจุที่ยังไม่ได้บรรจุกว่า 7,000 ตำแหน่งดีกว่าการจ้างพยาบาลอาสา ดังนั้นในส่วนนี้ตนอยากให้นายกรัฐมนตรีทบทในหรือมีแนวทาง ที่เปิดให้บุคคลทั่วไปสอบด้วยความมั่นคง วัดความรู้ด้วยการสอบข้อเขียนหรือความรู้ทางด้านรักษาพยาบาล ไม่ใช่การอบรมแล้วสอบสัมภาษณ์แล้วดูแลผู้ป่วย ซึ่งซ้ำซ้อนกับอสม.

นายชัยชนะกล่าวต่อว่า อสม. คือด่านหน้าการทำงานด้านรักษาพยาบาล ดูแลผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยECD แต่เมื่อถึงเวลาอสม.ได้ค่าตอบแทนเพียง 600 -2,000 บาท แต่อาสาพยาบาลที่มาทีหลังกลับได้เงินเดือนถึง 15,000 บาทต่อเดือน ตนจึงมองว่าเรื่องนี้ไม่เหมาะสมเพราะยังมีพนักงานของกระทรวงสาธารณสุขอีกมากที่ยังไม่ได้บรรจุทำไมรัฐบาลถึงไม่ทำเรื่องนี้ก่อน หรือคิดว่าการทำเรื่องนี้จะเป็นการสร้างฐานคะแนน

เมื่อถามว่า มองว่าในส่วนของ พยาบาลอาสาเป็นการสร้างหัว นายชัยชนะกล่าวว่า ไม่ได้อยากเรียกว่าหัวคะแนน แต่เรียกว่าเป็นการสร้างเครือข่ายมากกว่า

เมื่อถามว่ากรณีที่น.สรัชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาเปิดเผยถึงการยกงบประมาณ ส่วนใหญ่ลงไปยังพื้นที่ของพรรคภูมิใจไทย นั้นนายชัยชนะกล่าวว่า ตนคงไม่ลงลึกขนาดนั้น แต่เห็นว่าการจัดงบประมาณปีนี้ มีการตัดงบมีการตัดงบจังหวัดกว่า 20,000 ล้านบาท ก็หวังว่างบที่ถูกตัดไปในส่วนนี้จะนำไปช่วยท้องถิ่น สุดท้ายงบจังหวัดที่ถูกตัดออกไปกลับมาที่ส่วนกลาง คิดว่าการบริหารประเทศ ต้องเกิดการกระจายอำนาจ ดังนั้นงบประมาณที่ถูกตัด ส่วนใหญ่จะไปเห็นอยู่ที่โครงการไทยช่วยไทยพลัส จึงคิดว่าการดูแลสวัสดิการให้กับพี่น้องประชาชนกับการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานมันต้องควบคู่เดินหน้าไปพร้อมกัน

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img