จากเหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต อย่างน้อย 8 ราย และบาดเจ็บอีก กว่า 20 ราย ทีมข่าวขอพาย้อนกลับไปสำรวจโศกนาฏกรรม จากเหตุการณ์กราดยิง ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ที่ก่อให้เกิดความสูญเสียหลายชีวิต
วันที่ 23 พ.ค.2550 เกิดเหตุกราดยิงที่ตลาดไท โดยผู้ก่อเหตุคือ นายเกียรติพงศ์ เมฆสวัสดิ์ อายุ 20 ปี โดยหนุ่มคลั่งรายนี้ ใช้มีดแทงตำรวจที่ด่านตรวจ สภ.คลองหลวง เพราะโกรธแค้นที่ถูกยึดรถจักรยานยนต์ จากนั้น นายเกียรติพงศ์กลับไปหยิบปืนอาก้า ติดกล้องเลเซอร์ กราดยิงใส่ผู้คน รถยนต์ จนมีผู้เสียชีวิต 3 ราย เมื่อตรวจในกระเป๋าสะพายของคนร้าย ยังพบระเบิดลูกเกลี้ยงอีก 3 ลูก
สุดท้ายคนร้ายถูกวิสามัญฆาตกรรม เป็นศพที่ 4 ส่วนสาเหตุในครั้งนั้น มีการวิเคราะห์ไปในแนวทางว่า ผู้ก่อเหตุอาจเลียนแบบเกมต่อสู้ที่ตัวเองชื่นชอบ แต่อีกส่วนมองว่าเป็นปัญหาส่วนตัว ปัญหาครอบครัว มากกว่าที่จะเลือกไปโทษเกม เพราะการหาอาวุธสงครามมาก่อเหตุฆ่าคน ทั้งปืนและระเบิด ไม่ได้ง่ายเหมือนในเกม

วันที่ 8 ก.พ.2563 ผ่านไป 10 กว่าปี สังคมไทยห่างหายจากเหตุการณ์กราดยิงไปยาวนาน กระทั่งเกิดเหตุทหารคลั่ง กราดยิงผู้คนในห้างเทอร์มินอล 21 โคราช ถือเป็นเหตุการณ์รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย โดยผู้ก่อเหตุคือ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา ทหารสังกัดค่ายสุรธรรมพิทักษ์
เริ่มต้นจากการสังหารผู้บังคับบัญชาจากปมขัดแย้งเรื่องการซื้อบ้านพักทหาร ก่อนจะใช้อาวุธสงครามไปกราดยิงประชาชนและหลบหนีเข้าห้างเทอร์มินอล 21 เหตุการณ์นี้มีผู้เสียชีวิตรวม 30 ราย และบาดเจ็บเกือบ 60 ราย โดยคนร้ายถูกวิสามัญเช่นกัน
วันที่ 6 ต.ค.2565 ถือเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ในสังคมไทย เมื่อเกิดเหตุสังหารหมู่เด็กๆ ภายในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จ.หนองบัวลำภู โดยผู้ก่อเหตุ คือ ส.ต.อ. ปัญญา คำราบ อดีตตำรวจที่ถูกให้ออกจากราชการจากคดียาเสพติด ได้บุกเข้าไปใช้มีดและปืนทำร้ายเด็กและครูภายในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯ ขณะนอนหลับ ก่อนจะกลับไปสังหารลูก-ภรรยาและปลิดชีพตนเอง
เหตุสลดที่เกิดขึ้น มีผู้เสียชีวิตรวม 38 ราย เป็นเด็กถึง 24 ราย จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้สังคมไทยเริ่มตื่นตัว รับมือกับภัยจากการกราดยิง เริ่มจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่เดินสายอบรมรับมือการกราดยิง ด้วยวิธีการ “หนี ซ่อน สู้” เป็นต้น

วันที่ 3 ต.ค.2566 เกิดเหตุกราดยิงห้างพารากอน โดยผู้ก่อเหตุ เป็นเด็กชายวัยเพียง 14 ปี ใช้อาวุธปืนที่ดัดแปลงขายกันทางออนไลน์ กราดยิงภายในห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บ 5 ราย ซึ่งสะท้อนถึงปัญหาการเข้าถึงอาวุธปืนในกลุ่มเยาวชน ที่มีปืนเถื่อนขายเกลื่อนทางออนไลน์ จนกระทั่งมีการปราบปรามจริงจังในช่วงเวลาหนึ่ง
วันที่ 7 ส.ค.2569 เกิดเหตุกราดยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี โดยผู้ก่อเหตุเป็นนักเรียนชาย ชั้น ม.2 อายุ 14 ปี ใช้อาวุธปืนสั้นที่ขโมยมาจากที่บ้าน กราดยิงภายในโรงเรียนช่วงเวลาประมาณ 10.00 น. ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย บาดเจ็บมากกว่า 20 ราย ต่อมาผู้ก่อเหตุยิงตัวตายเป็นรายที่ 6
จากนั้น ตำรวจไปตรวจสอบที่บ้านพัก พบว่าเด็ก 14 ได้สังหารปู่-ย่า อีก 2 ราย ก่อนมาก่อเหตุที่โรงเรียน ทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้ มีผู้เสียขีวิตอย่างน้อย 8 ราย

สำหรับการป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำซาก ทางภาครัฐได้เสนอแนวทาง “หนี ซ่อน สู้” อบรมให้กับประชาชน โรงเรียนต่างๆ โดยหลักการคือ
-การหนี ให้ทิ้งสัมภาระ หนีไปยังทิศทางที่ปลอดภัยและโทรแจ้ง 191
-การซ่อน หากหนีไม่ได้ ให้หาที่มิดชิด ล็อกประตู ดับไฟ ปิดเสียงโทรศัพท์ และหาของใกล้ตัวมาทำสิ่งกีดขวาง
-การสู้ เป็นมาตรการสุดท้ายเพื่อปกป้องชีวิต โดยใช้สิ่งของใกล้ตัวเป็นอาวุธและร่วมมือกันสู้จนกว่าจะหยุดอันตรายจากคนร้ายได้
……………………………………..
คอลัมน์ : The Key Reported by Fah kham-ram



















