‘ไอซ์’ฟาด‘อนุทิน’คนไทยไม่ได้กินหญ้า! หลังนายกฯบอกว่ารัฐบาลไม่เกี่ยว‘ฮั้วสว.’

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

‘ไอซ์ รักชนก’ ฝากถึง ‘อนุทิน’ คนไทยกินข้าว ไม่ได้กินหญ้า หลัง นายกฯ ระบุรังเกียจ ‘ฮั้ว สว.’ แนะลองเปิดเฟซบุ๊กฝ่ายค้านดูจะได้รู้ มองไม่งาม ออกหน้าการันตีแทนก่อนส่งศาล ยืนยัน ไม่สนับสนุนให้ใครก็ตาม ไปร้อง ม.112 ปมคลิปอ้างเบื้องบน ด้าน ‘โรม’ สวนนายกฯ หลอกตัวเองได้ แต่หลอกประชาชนไม่ได้ ชี้ข้อหา ‘อั้งยี่ซ่องโจร’ ยังน้อยไป ลั่นลุยเปิดโปงต่อเนื่อง ซัด ‘อนุทิน’ ติ้ดชึ่งนิ่งเฉย ปมคนชั่วดึงฟ้าต่ำ เพื่อประโยชน์ส่วนตัว

วันที่ 20 ส.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์หลังนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าว่า รัฐบาลรับไม่ได้กับการ ‘ฮั้ว สว.’ ถ้ามีจริง และเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจ โดยนายอนุทินยืนยันว่า รัฐบาลไม่เกี่ยวกับคดีฮั้วแน่นอน

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจยังไม่เกิดขึ้น และยังไม่ได้กำหนดวันที่ชัดเจน ขออย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าวันนั้นจะเกิดอะไรขึ้น แต่การทำหน้าที่ของพรรคฝ่ายค้านอยู่ที่พยานหลักฐาน และต้องยอมรับว่า การตรวจสอบเรื่องฮั้ว สว. หรือเรื่องอื่น ตั้งอยู่บน 2 ฐาน คือ 1.ฐานทางกฎหมาย ว่าผิดข้อกล่าวหาใด มาตราใด อั้งยี่ซ่องโจรหรือไม่ และผู้ที่มีอำนาจในการชี้ความผิดไม่ใช่สภา แต่เป็นหน่วยงานอื่น เช่นศาลที่ทำหน้าที่นี้ต่อ และ 2. การตรวจสอบทางการเมือง ซึ่งการอภิปรายไม่ไว้วางใจคือการตรวจสอบทางการเมือง ว่าข้อยุติในสภาคือมือจะยกในการไว้วางใจหรือไว้วางใจ และมือในการยกส่วนใหญ่ จะเห็นว่าฝั่งรัฐบาลมักจะผ่านจุดนี้ไปได้ไปได้ แต่จะต้องไม่ลืมเรื่องทั้งหมดที่ตรวจสอบทางการเมืองต้องตั้งอยู่บนความโปร่งใสที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ คำถามคือ ต่อให้สามารถรอดจากการตรวจสอบผ่านกลไกสภาหรือกลไกทางกฎหมาย เชื่อจริงเหรอว่า ฝ่ายการเมืองโดยเฉพาะผู้มีอำนาจในรัฐบาลจะไม่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้

“ท่านคิดว่าท่านจะโกหกประชาชนเรื่องนี้ไปได้อีกเท่าไหร่ ท่านคิดจริงเหรอว่าประชาชนในประเทศนี้ได้เห็นและติดตามการทำงานของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือนายยิ่งชีพ อัฌชานนท์ หรือหลายภาคส่วนที่มีการเปิดเผยข้อมูล มีบุคคลหลายบุคคลความเชื่อมโยงสัมพันธ์ใกล้ชิด ทำเป็นกระบวนการ จนคิดว่าอั้งยี่ซ่องโจรอาจจะเป็นข้อหาเล็กไปด้วยซ้ำ ซึ่งกระบวนการทำแบบนี้ ยึดอำนาจรัฐผ่านการโกง สว. คิดว่าอาจจะหลอกตัวเองได้ แต่หลอกประชาชนไม่ได้ และมือในสภาที่ท่านมีจะทำให้ท่านสามารถเกาะอำนาจรัฐได้ตลอดไป ซึ่งประชาชนมีมีความสำคัญต่อสมการนี้แน่นอน“ นายรังสิมันต์ กล่าว

เมื่อถามว่า วันนี้วันที่ 20 ส.ค. เหลือไม่กี่วัน พรรคประชาชนเตรียมเปิดโปงคดีฮั้ว สว.อย่างไรต่อ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ว่าการเปิดโปงคดีมีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะได้เห็นการทำหน้าที่ของนายพริษฐ์ อย่างเข้มแข็ง ขณะเดียวกัน น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ก็เป็นอีกบุคคลหนึ่งที่ช่วยขยายความหลายครั้ง ยืนยันว่าพรรคติดตามเรื่องนี้อย่างจริงจัง แต่ยอมรับว่าในฐานะที่เป็นฝ่ายค้าน การที่ฝ่ายรัฐบาลไม่ให้ความร่วมมือในการคลี่คลายปัญหาโกง สว. อย่างที่คุณจะเห็นได้ชัดว่า รัฐบาลเองดูไม่สบายใจจากการเปิดโปงเรื่องนี้ โดยเฉพาะเรื่องนี้มีการขยายผลไปถึงว่ามีการอ้างเบื้องสูง ขออย่าโกหกกัน เพราะมีการแอบอ้างแน่ๆ และมีการใช้กลไกนี้แน่ๆ แต่สิ่งที่ที่ยังไม่เห็นคือ กลุ่มรักสถาบัน เหตุใดถึงดูเงียบกับเรื่องเหล่านี้ ซึ่งสิ่งที่ต้องการ คือ วันนี้เรื่องฮั้ว สว. ไม่ใช่แค่การยึดอำนาจรัฐผ่านการโกง

�”แต่เป็นการดึงฟ้าเข้ามาเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตัว คือการเอาสถาบันเข้ามาเป็นประโยชน์ส่วนตัว เพื่อปกป้องคุ้มครองในการกระทำชั่ว ของตัวเองที่เกิดขึ้น ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่สมควร และไม่เข้าใจว่าคุณอนุทิน นิ่งเฉยกับเรื่องนี้ได้อย่างไร ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่ปกป้องหลักนิติรัฐนิติธรรม แต่กลับปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น และก็ติ๊ดชึ่งกับเรื่องนี้ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ เป็นสิ่งที่รับไม่ได้“ นายรังสิมันต์ กล่าว

ด้าน น.ส.รักชนก กล่าวตอบโต้นายอนุทินว่า คนไทยกินข้าว ไม่ได้ทานหญ้า ดังนั้น การที่นายกรัฐมนตรีบอกว่ารัฐบาลไม่เกี่ยวข้องกับการฮั้ว สว. ตนคิดว่าให้ประชาชนดูข้อมูลทั้งหมด แล้วให้เขาตัดสินดีที่สุด และถึงที่สุดแล้ว กกต. ที่ถูกตั้งคำถามว่า ถูก สว. ชุดนี้แต่งตั้งและรับรองมา มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ เราต้องการให้ประชาชนออกมาช่วยกันกดดันให้ กกต. ส่งเรื่องไปที่ศาลฎีกา เพราะกฎหมายเขียนว่าเรื่องนี้ ประชาชนคนธรรมดาไม่สามารถส่งไปให้ศาลฎีกาได้ด้วยตนเอง เพราะอำนาจนั้นเป็นของ กกต. แต่เพียงผู้เดียว ดังนั้น ขอแรงประชาชนทุกคน ว่าเสียงของท่านมีความหมายกับเรื่องนี้ ที่จะมาช่วยกันกดดัน กกต.

น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า เรื่องกรณีที่นายกรัฐมนตรีบอกว่ารัฐบาลไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ตนอยากให้นายกรัฐมนตรีลองเปิดเฟซบุ๊กของฝ่ายค้าน เช่น ของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน หรือเพจไอลอว์ ท่านก็จะเห็นข้อมูลต่างๆ แม้ตัวนายกรัฐมนตรีอาจจะไม่เกี่ยวโดยตรง แต่ตนอาจเอ่ยได้ 2-3 ชื่อ ซึ่งไม่ได้เป็นการกล่าวหา เพราะอยู่ในสื่อสาธารณะ เช่น นางสุขสมรวย ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับบุคคลที่โอนเงินให้กับ กกต. จำนวน 800,000 บาท ถ้านายกรัฐมนตรีบอกว่าไม่เกี่ยว ก็ต้องถามประชาชนคนไทยด้วยว่าเกี่ยวหรือไม่ หรือแม้กระทั่งข้อมูลที่ไอลอว์เปิด เกี่ยวกับนายวรศิษฏ์ เสียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่า พ่อของนายวรศิษฏ์ถูกรายล้อมด้วยคนที่เป็นผู้ช่วย สว. ซึ่งเป็นลูกน้อง ต้องถามว่าสิ่งเหล่านี้จริงหรือไม่ แม้กระทั่งนายศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรองประธานสภา ก็ถูกข้อกล่าวหาเช่นกันว่า เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทำโพยหรือไม่ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลสาธารณะ และอยู่ในสำนวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และ กกต.

“ขอให้ประชาชนคิดเองดีกว่าว่ารัฐบาลชุดนี้เกี่ยวข้องกับการโกง สว. หรือไม่ ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ต้องมาออกหน้ารับแทน เพราะจะเป็นการไม่งาม ที่มาการันตีหรือมาฟันธงเรื่องอะไรที่จะต้องเข้าสู่กระบวนการชั้นศาลก่อน” น.ส.รักชนก กล่าว

ส่วนประเด็นเรื่อง ม.112 น.ส.รักชนก กล่าวว่า ตนขอแจ้งคนที่จะไปร้องตน ตนเป็นเพียงผู้นำสารที่ว่ามีการแอบอ้างข้างบน ซึ่งตนตีความว่าเกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์หรือไม่ เพราะในคลิปมีการบอกว่าเรื่องนี้ข้างบนตรัส ไม่อย่างนั้น กกต. ประกาศโมฆะไปแล้ว ซึ่งตนเองไม่ได้เป็นคนพูดประโยคเหล่านี้ แต่คนที่พูดคือนายกวิทยา ดังนั้น คนที่ควรจะถูกฟ้องมากกว่าตน คือนายกวิทยา

“แต่ดิฉันยืนยันว่าไม่สนับสนุนให้ใครก็ตาม ไปดำเนินคดีในข้อหา ม.112 และ ไม่สนับสนุนให้ใช้มาตรานี้ กลั่นแกล้งกันทางการเมือง เพราะเป็นกฎหมายที่มีปัญหามากจริงๆ ยืนยัน นั่งยัน นอนยัน ว่าพรรคประชาชนไม่สนับสนุนให้ใช้กฎหมายมาตรานี้ในการรังแกบุคคลใดๆ ก็ตามทั้งสิ้น” น.ส.รักชนก กล่าว

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img