“ส่งออกไทย”เดือนก.ค.2569พุ่ง21.6% แตะ3.48หมื่นล้านเหรียญ-โต25เดือนติด

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

สนค.เผยตัวเอลส่งออกเดือนก.ค. 69 พุ่ง 21.6% แตะ 3.48 หมื่นล้านดอลลาร์ เติบโตต่อเนื่อง 25 เดือน ตลาดสหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป อาเซียนขยายตัวดีและคาดยังคงขยายตัวต่อเนื่องจากความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI

เมื่อวันที่ 27 ส.ค.69 นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) แถลงการส่งออกของไทยในเดือนกรกฎาคม 2569 มีมูลค่า 34,789.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1,128,984 ล้านบาท) ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 25 ที่ร้อยละ 21.6 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ร้อยละ 23.3 สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูงเติบโตอย่างโดดเด่น และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของภาคการส่งออก เช่นเดียวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วนโทรศัพท์มือถือที่ยังคงขยายตัวได้ดี ในขณะเดียวกัน สินค้าเกษตรกลับมาขยายตัว โดยเฉพาะข้าว สินค้าประมง และผักสด ประกอบกับสินค้ายางพาราและสินค้าปศุสัตว์ที่ขยายตัวต่อเนื่อง ล้วนเป็นปัจจัยหนุนต่อการส่งออกโดยรวม อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งสถานการณ์ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนด้านพลังงานผันผวนและปรับตัวสูงขึ้น และแนวโน้มการออกมาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะมีความเจาะจงเป็นรายประเทศและรายสินค้ามากขึ้นในระยะต่อไป ทั้งนี้ การส่งออก 7 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวที่ร้อยละ 18.2 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ร้อยละ 18.5 

มูลค่าการค้าในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐ เดือนกรกฎาคม 2569 การส่งออก มีมูลค่า 34,789.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 21.6 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 38,399.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 36.7 ดุลการค้า ขาดดุล 3,610.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภาพรวมการส่งออก 7 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออก มีมูลค่า 231,531.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 18.2 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 266,885.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 37.8 ดุลการค้า ขาดดุล 35,354.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

มูลค่าการค้าในรูปเงินบาท เดือนกรกฎาคม 2569 การส่งออก มีมูลค่า 1,128,984 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 21.5 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 1,262,116 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 36.6 ดุลการค้า ขาดดุล 133,132 ล้านบาท ภาพรวมการส่งออก 7 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออก มีมูลค่า 7,349,206 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 12.6 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 8,585,772 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 31.5 ดุลการค้า ขาดดุล 1,236,566 ล้านบาท

มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัวร้อยละ 1.1 (YoY) หดตัวต่อเนื่อง 3 เดือน โดยสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร หดตัวร้อยละ 3.3 หดตัวต่อเนื่อง 4 เดือน ในขณะที่สินค้าเกษตร ขยายตัวร้อยละ 0.6 กลับมาขยายตัวในรอบ 3 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ ยางพารา ขยายตัวร้อยละ 33.8 ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน (ขยายตัวในตลาดจีน ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ) ข้าว ขยายตัวร้อยละ 5.3 ขยายตัวในรอบ 21 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ ฟิลิปปินส์ และแอฟริกาใต้) อาหารสัตว์เลี้ยง ขยายตัวร้อยละ 17.4 ขยายตัวต่อเนื่อง 11 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย) อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ขยายตัวร้อยละ 2.9 ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ ออสเตรเลีย และแคนาดา) ไก่แปรรูป ขยายตัวร้อยละ 7.5 ขยายตัวต่อเนื่อง 8 เดือน (ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และเนเธอร์แลนด์) กุ้งสด แช่เย็น แช่แข็ง ขยายตัวร้อยละ 24.7 ขยายตัวในรอบ 3 เดือน (ขยายตัวในตลาดจีน สหรัฐฯ และไต้หวัน)

ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง หดตัวร้อยละ 4.6 หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน (หดตัวในตลาดจีน เวียดนาม และมาเลเซีย แต่ขยายตัวในตลาดอินโดนีเซีย สหรัฐฯ และฮ่องกง) ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ หดตัวร้อยละ 10.1 หดตัวต่อเนื่อง 7 เดือน (หดตัวในตลาดจีน ญี่ปุ่น และเวียดนาม แต่ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ ออสเตรเลีย และเมียนมา) น้ำตาลทราย หดตัวร้อยละ 34.0 กลับมาหดตัวหลังจากขยายตัวในเดือนก่อนหน้า (หดตัวในตลาดลาว กัมพูชา และอินโดนีเซีย แต่ขยายตัวในตลาดมาเลเซีย ซูดาน และเมียนมา) ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ หดตัวร้อยละ 11.8 หดตัวต่อเนื่อง 4 เดือน (หดตัวในตลาดอินเดีย มาเลเซีย และเมียนมา แต่ขยายตัวในตลาดเกาหลีใต้ อินโดนีเซีย และญี่ปุ่น) และไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง หดตัวร้อยละ 24.8 หดตัวต่อเนื่อง 7 เดือน (หดตัวในตลาดมาเลเซีย จีน และเกาหลีใต้ แต่ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น ฮ่องกง และสิงคโปร์) ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัวร้อยละ 2.9

มูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 24.2 (YoY) ขยายตัวต่อเนื่อง 28 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 63.2 ขยายตัวต่อเนื่อง 28 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ จีน และสิงคโปร์) เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 160.3 ขยายตัวต่อเนื่อง 14 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ สิงคโปร์ และจีน) แผงวงจรไฟฟ้า ขยายตัวร้อยละ 35.2 ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน (ขยายตัวในตลาดฮ่องกง จีน และมาเลเซีย) เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 21.7 ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ สิงคโปร์ และญี่ปุ่น) หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 47.5 ขยายตัวต่อเนื่อง 22 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ เม็กซิโก และเนเธอร์แลนด์) ทองแดงและของที่ทำด้วยทองแดง ขยายตัวร้อยละ 41.7 ขยายตัวต่อเนื่อง 14 เดือน (ขยายตัวในตลาดจีน ญี่ปุ่น และเวียดนาม) เครื่องวีดีโอ เครื่องเสียง อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 754.1ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ จีน และญี่ปุ่น) ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) หดตัวร้อยละ 5.9 กลับมาหดตัวในรอบ 5 เดือน (หดตัวในตลาดสหรัฐฯ อินเดีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แต่ขยายตัวในตลาดเยอรมนี ฮ่องกง และสหราชอาณาจักร) เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ หดตัวร้อยละ 4.9 กลับมาหดตัวหลังจากขยายตัวในเดือนก่อนหน้า (หดตัวในตลาดออสเตรเลีย สหรัฐฯ และสิงคโปร์ แต่ขยายตัวในตลาดเวียดนาม สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และญี่ปุ่น) รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ หดตัวร้อยละ 6.3 กลับมาหดตัวหลังจากขยายตัวในเดือนก่อนหน้า (หดตัวในตลาดสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และเบลเยียม แต่ขยายตัวในตลาดเนเธอร์แลนด์ เวียดนาม และฟิลิปปินส์) ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 22.0

การส่งออกไปตลาดสำคัญขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะในตลาดหลักที่ขยายตัวทุกตลาด (สหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป อาเซียน และ CLMV) สอดคล้องกับทิศทางการส่งออกของภูมิภาคเอเชียที่ขยายตัวสูง โดยได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของการลงทุนด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั่วโลก ทำให้สินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการค้าโลก ประกอบกับการเร่งสั่งซื้อสินค้าของคู่ค้าเพื่อลดความเสี่ยงจากมาตรการทางการค้าและกำแพงภาษี อย่างไรก็ตาม การส่งออกไปตะวันออกกลางและเอเชียใต้ยังคงหดตัว ภาพรวมการส่งออกไปยังกลุ่มตลาดต่าง ๆ สรุปได้ดังนี้ (1) ตลาดหลัก ขยายตัวร้อยละ 26.9 โดยขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ ร้อยละ 45.3 จีน ร้อยละ 15.2 ญี่ปุ่น ร้อยละ 21.3 สหภาพยุโรป (27) ร้อยละ 31.5 อาเซียน (5) ร้อยละ 16.8 และ CLMV ร้อยละ 13.0 (2) ตลาดรอง ขยายตัวร้อยละ 10.1 โดยขยายตัวในทวีปออสเตรเลีย ร้อยละ 28.9 ทวีปแอฟริกา ร้อยละ 11.3 ลาตินอเมริกา ร้อยละ 12.1 รัสเซียและกลุ่ม CIS ร้อยละ 4.7 ขณะที่หดตัวในตลาดเอเชียใต้ ร้อยละ 5.4 ตลาดตะวันออกกลาง ร้อยละ 12.1 และสหราชอาณาจักร ร้อยละ 10.6 และ (3) ตลาดอื่น ๆ หดตัวร้อยละ 20.0

ตลาดสหรัฐอเมริกา ขยายตัวร้อยละ 45.3 (ขยายตัวต่อเนื่อง 34 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องวิดีโอ เครื่องเสียง อุปกรณ์และส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ ผลิตภัณฑ์ยาง และผลไม้กระป๋องและแปรรูป ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 41.7 

ตลาดจีน ขยายตัวร้อยละ 15.2 (ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น ทองแดงและของทำด้วยทองแดง เครื่องวิดีโอ เครื่องเสียง อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 9.1 

ตลาดญี่ปุ่น ขยายตัวร้อยละ 21.3 (ขยายตัวต่อเนื่อง 8 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องตัดต่อและป้องกันวงจรไฟฟ้า และเม็ดพลาสติก สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ผลิตภัณฑ์พลาสติก และไก่แปรรูป ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 14.1

ตลาดสหภาพยุโรป (27) ขยายตัวร้อยละ 31.5 (ขยายตัวต่อเนื่อง 11 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง และเครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น เคมีภัณฑ์ รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ และรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 21.7 

ตลาดอาเซียน(5) ขยายตัวร้อยละ 16.8 (ขยายตัวต่อเนื่อง 14 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ และน้ำตาลทราย ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 27.6

ตลาด CLMV ขยายตัวร้อยละ 13.0 (กลับมาขยายตัวในรอบ 11 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น น้ำมันสำเร็จรูป รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และวงจรพิมพ์ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2569 หดตัวร้อยละ 6.4 

ตลาดเอเชียใต้ หดตัวร้อยละ 5.4 (หดตัวต่อเนื่อง 3 เดือน) สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ และเหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 9.8 

ตลาดทวีปออสเตรเลีย ขยายตัวร้อยละ 28.9 (ขยายตัวต่อเนื่อง 9 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ และเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ข้าว และผลิตภัณฑ์อลูมิเนียม ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 39.2 

ตลาดตะวันออกกลาง หดตัวร้อยละ 12.1 (หดตัวต่อเนื่อง 3 เดือน) สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ และเครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และข้าว ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2569 หดตัวร้อยละ 7.4 

ตลาดทวีปแอฟริกา ขยายตัวร้อยละ 11.3 (ขยายตัวต่อเนื่อง 6 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ และน้ำตาลทราย สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น ข้าว สินค้าอุตสาหกรรมอื่น ๆ และเหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 6.7 

ตลาดลาตินอเมริกา ขยายตัวร้อยละ 12.1 (ขยายตัวต่อเนื่อง 8 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบอื่น ๆ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ และเครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 24.3 

ตลาดรัสเซียและกลุ่ม CIS ขยายตัวร้อยละ 4.7 (ขยายตัวต่อเนื่อง 4 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบอื่น ๆ และอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อากาศยาน ยานอวกาศ และส่วนประกอบ และเครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2569 หดตัวร้อยละ 10.0 

ตลาดสหราชอาณาจักร หดตัวร้อยละ 10.6 (กลับมาหดตัวในรอบ 7 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ไก่แปรรูป และเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ และอาหารสัตว์เลี้ยง ทั้งนี้ 7 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวร้อยละ 9.2

แนวโน้มการส่งออกช่วงที่เหลือของปี 2569 คาดว่าจะยังคงขยายตัวได้ดี จากความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ และผลสรุปมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่มีต่อไทย ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่คาดว่าจะเป็นอุปสรรคต่อการส่งออกในระยะข้างหน้า ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกในหลายด้าน อาทิ ส่งเสริมการนำสินค้าผลไม้เข้าจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำของญี่ปุ่น หารือกับนายกรัฐมนตรีของจีนเพื่อเจรจาขยายตลาดสินค้าพรีเมียมและสินค้าเกษตรนวัตกรรมของไทย รวมทั้งผลักดันการขึ้นทะเบียน
สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของไทยในจีนภายในปีนี้ ได้แก่ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ มะขามหวานเพชรบูรณ์ และส้มโอทับทิมสยามปากพนัง นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์กำลังเร่งเจรจาเพื่อสรุปผลความตกลงการค้าต่างตอบแทน (ART) กับสหรัฐฯ ให้เร็วที่สุด เพื่อลดความไม่แน่นอนที่อาจกระทบต่อผู้ส่งออก แต่ยังต้องรักษาผลประโยชน์และความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะยาว

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img