“ทวี สอดส่อง” สงวนคำแปรญัตติ ขอเปลี่ยนชื่อร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 เพิ่มถ้อยคำ “เพื่อธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรม” ย้ำงบที่ดีไม่ใช่แค่เบิกจ่ายครบ แต่ต้องทำให้ประชาชนมีชีวิตดีขึ้น เสนอ 4 หลัก โปร่งใส-ตรวจสอบถ่วงดุล-เชื่อมงบกับผลลัพธ์-กระจายอำนาจ ก่อนสภาฯ ลงมติ 292 เสียง ยืนยันชื่อร่างเดิม
จากนั้น เวลา 10.00 น. วันที่ 7 ก.ย.พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้สงวนคำแปรญัตติต่อชื่อร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 โดยเสนอให้เปลี่ยนชื่อเป็น “ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 เพื่อธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรม” โดยให้เหตุผลว่า งบประมาณที่ดีไม่ใช่เพียงการเบิกจ่ายงบประมาณได้ครบถ้วน แต่ต้องนำไปสู่การทำงานที่ประสบความสำเร็จและทำให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พร้อมย้ำว่าเงินงบประมาณทุกบาทต้องสามารถตรวจสอบได้
พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า หลักนิติธรรมเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการจัดทำงบประมาณ เนื่องจากที่ผ่านมา ประเทศไทยยึดโยงการจัดสรรงบประมาณกับยุทธศาสตร์ชาติ ตั้งแต่ปี 2560 แต่กลับพบว่าหน่วยงานราชการและประชาชนยังเห็นปัญหาความเหลื่อมล้ำอย่างมาก และงบประมาณจำนวนไม่น้อยไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง แม้จะมีการใช้จ่ายงบประมาณจนเสร็จสิ้นก็ตาม
ดังนั้น การกำหนดหลักเพื่อธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรม ควรครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการจัดเก็บรายได้ การตั้งงบประมาณ ไปจนถึงการใช้จ่าย โดยต้องมีหลักการที่ส่งเสริมความโปร่งใสและป้องกันการทุจริตควบคู่กันไป
พ.ต.อ.ทวี ยังตั้งข้อสังเกตว่า งบประมาณที่เสนอในครั้งนี้ มีสัดส่วนงบประมาณเกี่ยวกับบุคลากรภาครัฐสูงถึง 37.9% โดยยังไม่รวมส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมเห็นว่าจำเป็นต้องทบทวนประสิทธิภาพการใช้งบประมาณอย่างจริงจัง
สำหรับเหตุผลที่เสนอให้เพิ่มถ้อยคำ “เพื่อธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรม” ในชื่อร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ต้องการให้เป็นเสมือน “เข็มทิศ” ที่กำกับการใช้งบประมาณของประเทศในปีนี้และต่อไป โดยเฉพาะเรื่องความรับผิดชอบในการจัดทำประมาณการรายได้ของรัฐบาล
พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า รัฐมนตรีเคยรายงานต่อสภาฯ ว่า จะสามารถจัดเก็บภาษีได้ประมาณ 3 ล้านล้านบาทในปี 2568 ซึ่งสภาฯ เชื่อในตัวเลขดังกล่าว แต่เมื่อไม่สามารถจัดเก็บได้ตามเป้าหมาย รัฐบาลจำเป็นต้องกู้เงิน จึงเห็นว่าถึงเวลาต้องตรวจสอบความรับผิดชอบของผู้จัดทำงบประมาณที่นำตัวเลขประมาณการรายได้มาเสนอต่อสภาฯ
“การใช้งบไม่ธำรงหลักนิติธรรม เอาง่ายๆ แค่ทุจริตการสอบเข้าข้าราชการท้องถิ่น ผู้แทนของท่านปกรณ์มาชี้แจงว่า ข้าราชการของกระทรวงมหาดไทยโดย กสถ. เข้าไปแก้ไฟล์เกือบ 6,000 ครั้ง” พ.ต.อ.ทวี กล่าว พร้อมยกกรณีดังกล่าวเป็นตัวอย่างของปัญหาที่กระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบราชการ
พ.ต.อ.ทวี เสนอแนวทางการธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรม 4 ประการ ได้แก่
1. ส่งเสริมความโปร่งใสและป้องกันการทุจริต
2. มีระบบตรวจสอบและถ่วงดุล
3. เชื่อมโยงรายจ่ายกับผลลัพธ์
4. ส่งเสริมการกระจายอำนาจ
“ผมจึงอยากให้มีคำว่าเพื่อธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรม เพื่อล็อกไว้ว่าหลังจากนี้การใช้งบประมาณจะต้องยึดมั่นในจุดนี้” พ.ต.อ.ทวี กล่าว
ด้าน นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ขอคงยืนยันตามร่างที่เสนอไว้ต่อสภาฯ
อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.ทวี ยังคงติดใจต่อคำชี้แจงของกรรมาธิการฯ ทำให้ประธานในที่ประชุมเปิดให้สมาชิกลงมติ โดยผลการลงมติ เห็นด้วย 292 เสียง ไม่เห็นด้วย 0 เสียง งดออกเสียง 93 เสียง และไม่ลงคะแนน 1 เสียง
เป็นอันว่า ที่ประชุมเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก และ ยืนยันชื่อร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ตามร่างเดิมที่เสนอไว้ต่อรัฐสภา



















