“ณัฐวุฒิ”โต้ปมคลิปหน้าโรงพักทองหล่อ อ้างภาพถูก AI ตัดต่อให้ออกมาดูรุนแรง

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

‘ณัฐวุฒิ’ อ้าง เหตุการณ์หน้า สน. ทองหล่อ ไม่ใช่ภาพจริง! เป็นภาพตัดต่อ AI ใหดูรุนแรง ลั่น มีหลักฐานภาพจริง ทีมกฎหมายตั้งกล้องถ่ายไว้ทั้งหมด จ่อเอาผิด ‘สมชัย’ แจ้งความเท็จ พร้อมร้อง ผบ.ตร. เร่งออกหมายจับ ‘สมชัย’ กับพวกรวม 6 คน เปิดรับระดมทุนสู้คดี กกต. อ้างเป็นผู้เสียหาย หลังร่วมโอนเงิน 2,000 บาท

วันที่ 7 กันยายน 2569 เวลา 11.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน เพื่อขอให้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ ออกหมายจับผู้ต้องหา 6 ราย ประกอบด้วย 1. นายสมชัย ศรีสุทธิยากร 2. นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล 3. นายยิ่งชีพ อัชฌาชานนท์ 4. นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม 5. นายพงษ์ศักดิ์ จันทร์อ่อน และ 6. นางสาวลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์ โดยขอให้ดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันฟอกเงิน สมคบกันฟอกเงิน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

นายณัฐวุฒิระบุว่า เรื่องนี้ตนไม่ใช่นักร้อง แต่ตัวเองเป็นผู้เสียหาย โดยนายณัฐวุฒิอ้างว่า เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม นายสมชัย พร้อมพวก ได้มีการโพสต์รับบริจาคผ่านช่องทาง Facebook เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ถูก กกต. ดำเนินคดี โดยนายณัฐวุฒิอ้างว่าตัวเองโอนไปทั้งหมด 2 บัญชี บัญชีละ 1,000 บาท ซึ่งตอนนั้นมีการโพสต์ระดมทุน ยังไม่มีปัญหาอะไรกับเขา พอเห็นจึงโอนไปด้วย หลังจากนั้น ตนได้ไปตรวจสอบกับอธิบดีกรมการปกครอง และกรรมการควบคุมการเรี่ยไร เบื้องต้นได้รับข้อมูลว่า การเปิดรับบริจาคดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมการปกครอง ในมาตรา 4 คือ ห้ามเรี่ยไรเงิน การที่นายสมชัยไปโพสต์เป็นการเผยแพร่ข้อความ ก็เป็นการฉ้อโกงประชาชน ตนเห็นว่าเป็นการหลอกลวงประชาชน และมีผู้เสียหายไม่น้อยกว่า 2,000 คน หรือ 2,000 กรรม

นายณัฐวุฒิ ระบุว่า ตนเองต้องการให้ ผบ.ตร. ออกหมายจับ ผู้ต้องหาทั้ง 6 คนโดยเร็ว เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะมีการหลบหนีออกทางช่องทางธรรมชาติ

อย่างไรก็ตาม หลักฐานการโอนเงิน ตนได้ส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ แล้ว 2 คดี และเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ซึ่งตรงกับวันที่พบกับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร จึงทำให้เป็นการเจอกันโดยบังเอิญที่หน้า สน.ทองหล่อ

เมื่อถามถึงเจตนาในการโอนเงินครั้งนั้น นายณัฐวุฒิ อ้างว่า “คนอื่นยังโอนเลย 2,000 คน ยังโอนเลย แล้วทำไมผมถึงจะไม่โอน ตอนนั้นผมไม่ได้มีปัญหากับเขา เห็นคนอื่นบริจาคก็เลยอยากทำบุญ ก่อนบอกว่า “โอ้ย เศษเงินผม!”

เมื่อย้อนถามถึงรายละเอียดใน Press ที่แจกสื่อตั้งแต่เมื่อวานนี้ (7 ก.ย.2569) ที่ระบุว่า “โดยผู้ต้องหาที่ 1 ทำหน้าที่โพสต์ เพจ ปั่นไปไหน- สมชัย ศรีสุทธิยากร โดยโพสต์ข้อความระดมทุนบริจาคเพื่อใช้ในการต่อสู้คดีต่อ กกต.” ซึ่งทีมข่าวสอบถามเพื่อให้ยืนยันถึงเจตนา ว่า ตอนที่โอนเพราะเห็นด้วยกับการต่อสู้คดีของนายสมชัย และพวกใช่หรือไม่?

นายณัฐวุฒิ บอกว่า ไม่ใช่ๆ คุณเข้าใจผิด ก่อนร่ายยาวระเบียบการเรี่ยไร จากนั้นนักข่าวอีกคนถามย้ำ ว่า ที่นักข่าวถามเพราะอยากรู้เจตนาการโอน ณ ตอนนั้น รู้แต่แรกใช่หรือไม่ว่าจะนำไปต่อสู้คดี กกต. นายณัฐวุฒิ กล่าวกับนักข่าวคนที่ถามว่า “คุณไม่ต้องถามผมประเด็นนี้หรอกเพราะมันอยู่ในสำนวน”

นักข่าวเลยถามย้ำว่า แต่ตัวนายณัฐวุฒิเอง ส่งเอกสารข่าวให้นักข่าวผ่านทางไลน์ชื่อ Peter W. ซึ่งนักข่าวอ่านข้อความนั้นให้นายณัฐวุฒิฟัง ว่า

“ระดมทุนบริจาคเพื่อใช้ในการต่อสู้คดีต่อ กกต.” / นายณัฐวุฒิ ปฏิเสธว่า “ไม่ใช่ ผมไม่เคยส่ง” นักข่าวย้ำว่า ”ส่ง“ / นายณัฐวุฒิ ปฏิเสธอีกว่า “ไม่ได้ส่ง“ ก่อนถามว่าคุณเห็นเอกสารจริงหรือไม่ เอกสารฉบับจริงไม่เคยเผยแพร่ อันนั้นแค่ร่าง แค่ร่างๆๆๆ แค่สับขาหลอก”

นักข่าวยังคงถามย้ำถึงเจตนาที่โอนเงิน นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า “นี่ๆ เดี๋ยวก่อน คุณฟังผม ผมจะโอนเงินไปที่ไหนก็เป็นสิทธิ์ของผม คุณไม่รู้เจตนาผมหรอก ไปเบิกความต่อศาล ผมเบิกความแน่ อยู่ในสำนวนทั้งหมด“

นักข่าวยังคงอธิบายให้นายณัฐวุฒิฟังอีกว่าเจตนาที่ถามถึงเหตุผลในการโอนเงินเนื่องจากมีระบบในเอกสาร ที่ส่งมาให้ผู้สื่อข่าว ระบุ ”โดยผู้ต้องหาที่ 1 ทำหน้าที่โพสต์ เพจ ปั่นไปไหน- สมชัย ศรีสุทธิยากร โดยโพสต์ข้อความระดมทุนบริจาคเพื่อใช้ในการต่อสู้คดีต่อ กกต.” ครั้งนี้นายณัฐวุฒิ ย้ำว่า เป็นแค่ร่าง ไม่ใช่ Final มีชื่อผมไหม มีลายเซ็นผมไหม ไปดูมีไหม?

นักข่าวเลยตอบไปว่าแล้วเอกสารที่ส่งมาหมายความว่าอย่างไร ไม่ใช่ข้อเท็จจริงหรือ? นายณัฐวุฒิ บอกว่า “อ้าว มันไม่ใช่ต้นฉบับไง ไม่มีลายเซ็น = ยกร่าง“

นอกจากนี้นายณัฐวุฒิ ยังกล่าวถึงกรณีเหตุการณ์หน้า สน. ทองหล่อ โดยเจ้าตัวบอกว่า

ถ้าไม่มีการตัดทอนข้อความ ปัญหามันก็ไม่เกิด ยืนยันว่า ตนไม่เคยใช้ความรุนแรง ยืนยันว่าตัวเองเพียงแค่จั๊กจี้จากการถูกแฮนด์จักรยานของนายสมชัยชนเข้าที่เอว และเป็นข้อหาเบา เป็นลหุโทษที่ปฏิเสธไว้ก่อน มันแค่ลีลาเฉยๆ ลูกเล่น เหลี่ยม เป็นแค่โทษปรับ เรื่องอะไรจะให้ปรับง่าย ๆ ต้องมีลูกเล่น มันเป็นเหลี่ยมของกฎหมาย และยืนยันว่า ที่หน้า สน.ทองหล่อเป็นเพียงภาพ AI

“ผมมีหลักฐานต้นฉบับ ผมมีหลักฐานยืนยันว่ามันเป็นการแจ้งความเท็จและเป็นภาพตัดต่อ โดยทีมกฎหมายของผมได้มีการตั้งกล้องไว้ตั้งแต่เริ่ม การตัดต่อมันเลยออกมาดูรุนแรง แต่ความจริงมันไม่ใช่ พร้อมย้อนถามสื่อว่าการที่ถามแบบนี้จะต้องมีความเป็นกลาง ผมมาในฐานะผู้เสียหาย คุณสะกดคำว่าผู้เสียหายเป็นหรือไม่“

เมื่อถามว่าแล้วจะนำหลักฐานออกมาเปิดเผยหรือไม่ นายณัฐวุฒิ บอกว่า จะไม่นำหลักฐานตรงนี้เปิดเผย เนื่องจากจะนำไปใช้ในการแจ้งความ และจะเข้าแจ้งความกับนายสมชัยภายในอาทิตย์นี้ ในข้อหาแจ้งความเท็จ

นายณัฐวุฒิ ยังบอกอีกว่า อย่าเรียกนายสมชายว่า “อาจารย์ ไม่ใช่อาจารย์ เป็นผู้ต้องหา ไอ้สมชัย ผู้ต้องหา มีปัญหาอะไรหรือเปล่า”

เมื่อถามว่าหลังจากนี้ หากต้องพบเจอนายสมชัยอีก จะเกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีกหรือไม่ นายณัฐวุฒิระบุว่า ถ้าเขายังเกี่ยวข้องกับครอบครัวของตน หรือเอารูปของตนไปแขวนไว้ที่ไหน ก็จะเจอตนทุกที่ รับรองจั๊กจี้แน่

นักข่าวเลยถามว่าจั๊กจี้อย่างไร จากนั้นนายณัฐวุฒิ ได้ทำท่าจั๊กจี้ให้นักข่าวดู พร้อมถามนักข่าวว่า ”คุณอยากลองไหมล่ะ เอาไหมล่ะ”

นอกจากนี้นักข่าวยังสอบถามอีกว่า ล่าสุดนายณัฐวุฒิยังเป็นมือกฎหมาย และทีมที่ปรึกษาทางกฎหมายให้กับนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอยู่หรือไม่ นายณัฐวุฒิยืนยันว่าปัจจุบันตนไม่มีความเกี่ยวข้องกับทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แล้ว ตนไม่ใช่คนของ กกต.ไม่ใช่คนของรัฐบาล และไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับนายสุชาติ ชมกลิ่น ตนเป็นมือกฎหมายให้หลายคน ใครจ้างมาตนก็ทำให้หมด เพราะตนเป็นนักลงทุนและนักธุรกิจ อะไรที่สุจริตตนทำหมด

ผู้สื่อข่าวถามว่ายังได้พูดคุยกับนายสุชาติหรือไม่หลังออกมาประกาศตัดสัมพันธ์ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ไม่ได้พูดคุยกันแล้ว ผมจะไปคุยกับเขาทำไม เพราะตนเป็นนักธุรกิจ เป็นนักลงทุนกลุ่มใหญ่ จะพูดคุยแต่กับนักธุรกิจ ไม่คุยและไม่ยุ่งเรื่องการเมือง ไม่ได้มีความสนิทสนมกับนายสุชาติแล้ว จะไปสนิทอะไรไม่เคยยุ่งการเมือง ไม่ได้เป็นพี่น้องเป็นญาติของนายสุชาติ นายณัฐวุฒิกล่าว

ขณะที่อาจารย์สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. เปิดเผยถึงประเด็นนี้ว่า “ตนขอไม่ขอตอบโต้ หรือให้พื้นที่ทางสื่อ กับอีกฝ่าย เพราะไม่มีประโยชน์ เชื่อว่าคลิปความรุนแรงเป็นหลักฐานที่ทุกคนเห็นได้อย่างชัดเจนแล้ว ยืนยันว่าตนเองมีข้อมูลและหลักฐานเด็ดเตรียมที่จะแฉอีกฝ่ายในหลายเรื่อง แต่วันนี้ขอทำประเด็นเรื่องคดีฮั้ว สว. ก่อน และเร็วๆ นี้เตรียมที่จะแฉอีกฝ่ายแน่นอน

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img