“กกต.เสียงข้างน้อย”สอดรับกระแสสังคม ตอกย้ำมีโพยฮั้ว-พรรคการเมืองเอี่ยวจริง

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“เทพไท” ขอบคุณ “2 กกต.เสียงข้างน้อย” ที่มีความเห็นสอดคล้องกับกระแสสังคม ชึ้คำแถลงของ “สิทธิโชติ” คือการตอกย้ำ “โพยฮั้ว” มีการจัดทำจริง และครอบคลุมทั่วปท. แถมเชื่อมโยงถึง “พรรคการเมืองหนึ่ง” ที่มี “ผู้มากบารมี-ผู้นำพรรค” เกี่ยวข้อง

เมื่อวันที่ 16 ก.ย.69 นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมืองอิสระ และอดีต สส.นครศรีธรรมราช แสดงความเห็นเรื่อง “ขอบคุณ กกต.เสียงข้างน้อย ความเห็นสอดคล้องกระแสสังคม” มีรายละเอียดว่า…“เมื่อได้ฟังคำชี้แจงและการแถลงข่าวของนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการเลือกตั้ง ร่วมกับนายชาย นครชัย กรรมการเลือกตั้งอีกคนหนึ่ง ซึ่งเป็น 2 กรรมการเลือกตั้งเสียงข้างน้อย ในการลงมติคดีฮั้ว สว.ในประเด็นที่เห็นควรสั่งฟ้องกรรมการบริหารพรรค สส. และรัฐมนตรี ซึ่งเป็นนักการเมืองกลุ่มสำคัญ ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว. จนคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติโดยเสียงข้างมาก 5:2 ยกคำร้องไป แต่เมื่อนายสิทธิโชติได้ออกมาแถลงและชี้แจงข้อเท็จจริง

ผมในฐานะนักวิเคราะห์การเมืองอิสระ เห็นว่าถ้อยแถลงของนายสิทธิโชติ สอดคล้องกับอารมณ์ความรู้สึกของสังคม ก็ต้องขอขอบคุณนายสิทธิโชติและนายชาย นครชัย ที่ได้พิทักษ์ความถูกต้องในความรู้สึกของประชาชน มา ณโอกาสนี้ด้วย และประเด็นที่นายสิทธิโชติได้แถลงในฐานะกรรมการเลือกตั้งเสียงข้างน้อย ซึ่งทำให้ผมเห็นด้วยอยู่ใน 4 ประเด็น คือ

1.พฤติกรรมการจัดทำโพยฮั้ว และกระจายตัวเป็นขบวนการใหญ่ ซึ่งเป็นที่รับรู้กันว่า “โพยฮั้ว” มีการจัดทำขึ้นจริง และปรากฎชัดว่าจังหวัดที่มีแกนนำในการจัดทำโพยฮั้ว จะมี สว.จำนวนหลายคน เช่น จังหวัดสตูล จังหวัดอ่างทอง จังหวัดอุทัยธานี ทั้งที่เป็นจังหวัดเล็ก แต่มี สว.มากถึง 6 คน ซึ่งแตกต่างกับจังหวัดใหญ่อย่างอุดรธานี ไม่มี สว.เลยแม้แต่คนเดียว แต่จังหวัดบุรีรัมย์ กลับมี สว.มากถึง 14 คน รวมไปถึงจังหวัดอื่น ๆ ในภาคใต้หลายจังหวัด มี สว.หลายคนทั้งสิ้น แสดงให้เห็นว่ามีการจัดทำโพยฮั้วจริงๆ

2.ความเชื่อมโยงกับพรรคการเมือง และพฤติกรรมปกปิดหลังการเลือกตั้ง จะเห็นได้ว่า การจัดโพยฮั้วที่เกิดขึ้น มีความเกี่ยวข้องกับ “พรรคการเมืองพรรคหนึ่ง” มีการจัดการวางแผน และดำเนินการจัด โพยฮั้วครอบคลุมทั่วประเทศ และหลังจากการเลือกตั้ง สว.เสร็จแล้ว ยังมีการรวมตัวกันเพื่อประชุมหาผู้เหมาะสมที่จะเป็นประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภา ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง และมี “ผู้มีบารมี” และ “ผู้นำพรรคการเมือง” เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างชัดเจน แต่ “กกต.เสียงข้างมาก” ไม่เชื่อ โดยอ้างว่า ไม่มีหลักฐานมายืนยัน

3.ความน่าเชื่อถือของพยานบุคคล และการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการกลับคำให้การ ซึ่งเรื่องนี้แม้ว่า “พยานรหัส 16” จะกลับคำการและขาดความน่าเชื่อถือ ตามที่กรรมการเลือกตั้งเสียงข้างมากกล่าวอ้าง แต่ควรไปดูว่า เนื้อหาของคำให้การสอดคล้องกับพฤติกรรมของพยานแวดล้อมอื่น ๆ หรือไม่ ถ้าสอดคล้องกันก็ถือว่าเป็นพยาน หรือเป็นหลักฐานที่เชื่อถือได้ ซึ่งในเรื่องนี้นายสิทธิโชติได้ออกมายืนยันว่า พยานแวดล้อมจากบุคคลอื่น ๆ สอดคล้องกับคำให้การของ “พยานรหัส 16” แม้ว่าจะมีการกลับคำให้การแล้วก็ตาม

4.ข้อจำกัดในการสืบสวนหาเส้นทางการเงิน เพราะการระบุถึงการโอนเงิน และมีเส้นเงินที่โอนกันจากฝ่ายการเมืองไปยังผู้สมัคร สว. แม้ว่าไม่ได้โอนจากนักการเมืองโดยตรงก็ตาม แต่มีการใช้ผู้ช่วย คนรอบข้าง หรือเครือข่ายโอนให้ สามารถจะเชื่อมโยงได้ว่า นักการเมืองมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดโพยฮั้วในครั้งนี้ด้วย

ถ้าหากดูการแถลงข่าว หรือชี้แจงรายละเอียดของการพิจารณาการจัดโพยฮั้ว ที่เกี่ยวข้องกับนักการเมือง และมติเสียงส่วนใหญ่ 5:2 ได้ลงมติให้ยกคำร้องนี้ไป ซึ่งเปรียบเสมือนการมีธง หรือตั้งธงไม่ให้มีการส่งรายชื่อของนักการเมือง ที่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว.ไปยังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง จึงมีการตัดจบตั้งแต่เบื้องต้น ด้วยมติ 5:2 และเท่าที่สังเกตดูเหตุผลจากเสียงข้างน้อย 2 เสียง เป็นเหตุผลที่สอดคล้องกับกระแสความรู้สึกของสังคม

จึงขอขอบคุณกรรมการเลือกตั้งเสียงข้างน้อย ที่ออกมาเปิดเผยข้อเท็จจริง และดำรงไว้ซึ่งความถูกต้อง”

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img