“รัดเกล้า”ถล่ม“กกต.”กลางสภาปมฮั้ว สว. ตั้งคำถามทำไมฟ้องดำเนินคดีแค่ 77 ราย

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“รัดเกล้า สุวรรณคีรี” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายรายงานผลงาน กกต. ปี 2567-2568 ตั้งข้อสังเกตประสิทธิภาพการใช้งบประมาณและปัญหางานค้าง พร้อมตั้งคำถามถึงมติคดีฮั้ว สว. ที่ กกต.มีมติส่งดำเนินคดี 77 ราย จากผู้ถูกร้อง 427 ราย ขณะที่ กกต. ระบุว่าการพิจารณาเป็นไปตามพยานหลักฐานและแยกพิจารณาเป็นรายบุคคลและรายข้อกล่าวหา

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 16 ก.ย. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม ที่ประชุมพิจารณารับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 และ พ.ศ. 2568

รัดเกล้าตั้งข้อสังเกตการใช้งบ กกต.

นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ขอขอบคุณ กกต.เสียงข้างน้อย โดยเฉพาะ นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ ที่ออกมาชี้แจงเหตุผลการลงมติในคดีฮั้ว สว. เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ

นางรัดเกล้ากล่าวว่า ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ กกต.มีหน้าที่ควบคุม จัดการ และตรวจสอบการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม แต่จากการพิจารณารายงานผลการปฏิบัติงานของ กกต. เธอตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยเฉพาะการใช้งบประมาณในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบริหารการเลือกตั้งและการป้องกันการทุจริต

เธอระบุว่า ในปีงบประมาณ 2567 ยุทธศาสตร์ด้านการเร่งรัดพัฒนาการเมืองและการบริหารการเลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรม ได้รับงบประมาณ 51.3 ล้านบาท แต่มีการเบิกจ่ายจริงเพียงกว่า 20 ล้านบาท หรือไม่ถึง 40% ขณะที่ปี 2568 มีการเบิกจ่ายประมาณ 41%

นางรัดเกล้ามองว่า การเบิกจ่ายงบประมาณในระดับดังกล่าวสะท้อนปัญหาการดำเนินงานที่ควรได้รับการแก้ไข พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงปัญหางานค้างที่ต่อเนื่องจากปี 2567-2568

ตั้งคำถามมติคดีฮั้ว สว. 77 ราย

สำหรับกรณีคดีฮั้วการเลือก สว. นางรัดเกล้ากล่าวถึงมติ กกต. เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2569 ซึ่งมีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญากับผู้ถูกร้องจำนวน 77 ราย

ข้อมูลที่ กกต.เปิดเผยระบุว่า จากผู้ถูกร้องทั้งหมด 427 ราย มีผู้ถูกส่งเข้าสู่กระบวนการดังกล่าว 77 ราย แบ่งเป็น สว.ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ 26 ราย ผู้มีสิทธิเลือก สว. 36 ราย และบุคคลอื่น 15 ราย

นางรัดเกล้าตั้งคำถามต่อมติของ กกต. และกล่าวว่า พยายามรับฟังเหตุผลของการพิจารณา แต่ยังมีข้อสงสัยว่าการดำเนินการดังกล่าวมีเหตุผลอย่างไร พร้อมระบุว่า กกต.ที่ออกมาแสดงความเห็นต่างถือเป็นบุคคลที่มีความกล้าหาญในการชี้แจงต่อสาธารณะ

ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาหรือคำวิจารณ์ดังกล่าวเป็นความเห็นของนางรัดเกล้า ไม่ใช่ข้อยุติว่าการดำเนินการของ กกต.ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

เปรียบการทุจริตกับ “หนู” พร้อมวิจารณ์ กกต.

ระหว่างการอภิปราย นางรัดเกล้าใช้ถ้อยคำเปรียบเปรยถึงการทำงานของ กกต. โดยกล่าวในทำนองว่า หากหนูไม่มีแมวจับ ก็จะขยายพันธุ์ พร้อมวิจารณ์ว่าการทุจริตในประเทศไทยมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ขณะที่หน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องควรเร่งดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ

เธอยังอ้างถึงอันดับดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทย และตั้งคำถามต่อบทบาทของ กกต.ว่าเหตุใดจึงยังมีปัญหางานค้างและการดำเนินงานที่ไม่บรรลุเป้าหมายตามที่ควรจะเป็น

วิจารณ์ความเป็นอิสระของ กกต.

นางรัดเกล้ายังกล่าวถึงงานวิจัยของสถาบันพระปกเกล้าที่ทำร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติและสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน โดยระบุว่าผลการประเมินเกี่ยวกับ กกต.อยู่ในระดับที่เธอเห็นว่าน่ากังวล พร้อมเชื่อมโยงประเด็นดังกล่าวกับคำถามเรื่องความเป็นอิสระขององค์กร

นางรัดเกล้ากล่าวว่า สถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันเป็นเรื่องที่น่าห่วง และตั้งคำถามว่าประเทศไทยกำลังสร้างระบบประชาธิปไตยในลักษณะใดไว้ให้คนรุ่นต่อไป

พร้อมยกคำสอนของ พุทธทาสภิกขุ มาเปรียบเทียบถึงผลของการรวมความคิดเห็นที่ไม่ดีเข้าไว้ด้วยกัน และกล่าวปิดท้ายถึงความกังวลต่อทิศทางของสังคมไทย

กกต.ยืนยันพิจารณาตามพยานหลักฐาน

สำหรับคดีฮั้ว สว. กกต.ระบุภายหลังการพิจารณาสำนวนว่า การตัดสินใจดำเนินการกับผู้ถูกร้องเป็นการพิจารณาตามพฤติการณ์และพยานหลักฐานเป็นรายบุคคลและรายข้อกล่าวหา โดยจากผู้ถูกร้อง 427 ราย มีมติส่งศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญา 77 ราย

ดังนั้น การอภิปรายของนางรัดเกล้าในครั้งนี้จึงเป็นการตั้งข้อสังเกตและวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ กกต. ขณะที่ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเกี่ยวกับผู้ถูกร้องในคดีฮั้ว สว. จะต้องเป็นไปตามกระบวนการพิจารณาของศาลต่อไป

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img