ทนายความของ “ทักษิณ”แจงปมกรมสรรพากรเดินหน้าบังคับชำระภาษีจากการขายหุ้นชินคอร์ป ระบุเงินจากการขายหุ้นทั้งหมดเคยถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาให้ตกเป็นของแผ่นดินแล้ว จึงเห็นว่าการยึดอายัดทรัพย์เพิ่มเติมเป็นการบังคับคดีซ้ำ พร้อมเผยศาลภาษีอากรกลางรับคำฟ้องแล้ว และนัดไต่สวนคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว 7 ต.ค.นี้
เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 69 นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีกรมสรรพากรดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์ของนายทักษิณ เพื่อบังคับชำระภาษีจากการขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือชินคอร์ป โดยยืนยันว่า นายทักษิณไม่ได้มีเจตนาโต้แย้งหรือไม่เคารพคำพิพากษาศาลฎีกาที่ถึงที่สุดแล้ว
ทั้งนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรมีคำพิพากษาที่ 6890/2568 ลงวันที่ 14 ส.ค. 2568 ในคดีที่นายทักษิณฟ้องกรมสรรพากร กรณีการประเมินภาษีจากการขายหุ้นชินคอร์ป โดยศาลฎีกามีคำพิพากษากลับคำพิพากษาศาลล่าง และมีผลให้การประเมินภาษีของกรมสรรพากรยังมีผลตามกฎหมาย
นายวิญญัติระบุว่า กรณีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับหุ้นชินคอร์ปจำนวน 329.2 ล้านหุ้น ซึ่งมีการขายให้กลุ่มเทมาเส็กในปี 2549 คิดเป็นมูลค่า 15,883.9 ล้านบาท โดยศาลฎีกาวินิจฉัยให้ถือเป็นเงินได้พึงประเมินที่ต้องนำมาคำนวณภาษีสำหรับปี 2549
อย่างไรก็ตาม นายวิญญัติมีข้อโต้แย้งว่า เงินจำนวนดังกล่าวเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเงินที่เกี่ยวข้องกับการขายหุ้นชินคอร์ปทั้งหมด 1,419,490,150 หุ้น ซึ่งฝ่ายนายทักษิณระบุว่าเคยถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาให้ตกเป็นของแผ่นดินไปแล้ว รวมมูลค่า 46,373,687,454.70 บาท
จากประเด็นดังกล่าว นายวิญญัติจึงเห็นว่า เมื่อเงินที่ได้จากการขายหุ้นถูกนำไปบังคับตามคำพิพากษาแล้ว การที่กรมสรรพากรยังติดตามยึดหรืออายัดทรัพย์สินอื่นของนายทักษิณเพิ่มเติม อาจเป็นการบังคับคดีซ้ำซ้อน ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องให้ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัย
นายวิญญัติกล่าวด้วยว่า นายทักษิณได้ยื่นฟ้องกรมสรรพากรต่อศาลภาษีอากรกลางเมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2569 โดยศาลมีคำสั่งรับคำฟ้องไว้พิจารณาแล้ว พร้อมยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว เพื่อห้ามกรมสรรพากรดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์เพิ่มเติม จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา
สำหรับขั้นตอนต่อจากนี้ ศาลภาษีอากรกลางนัดไต่สวนคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวในวันที่ 7 ต.ค. 2569 และนัดชี้สองสถานและสืบพยานในวันที่ 16 พ.ย. 2569
นายวิญญัติยังกล่าวถึงกรณีที่กรมสรรพากรมีข่าวเกี่ยวกับการติดตามทรัพย์สินเพื่อชำระภาษี โดยเสนอว่า หากกรมสรรพากรเห็นว่ายังมีภาษีที่นายทักษิณต้องชำระ ควรดำเนินการตามช่องทางที่กฎหมายกำหนด และไม่ควรยึดหรืออายัดทรัพย์เพิ่มเติมเกินกว่าความรับผิดตามคำพิพากษา
ทั้งนี้ ข้อโต้แย้งเรื่องการยึดและอายัดทรัพย์ดังกล่าวยังเป็นประเด็นที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลภาษีอากรกลาง จึงต้องรอคำวินิจฉัยของศาลว่าจะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวหรือมีความเห็นต่อข้อโต้แย้งเรื่องการบังคับชำระภาษีอย่างไรต่อไป



















