ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เผยสถานการณ์ฝนและน้ำท่วม กทม.เริ่มดีขึ้น หลังหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนออกไปทางเมียนมา คาดฝนใน กทม.เหลือวันละ 10-20 มม. แต่พื้นที่ริมคลองและชุมชนรอบนอกยังต้องเฝ้าระวัง ระบุถนนสายหลักใช้เวลา 2-3 วันคลี่คลาย ขณะที่บางชุมชนอาจต้องรอถึง 2 สัปดาห์ พร้อมเร่งช่วยเหลือประชาชนตกค้างและผู้ป่วยติดเตียง
เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 27 ก.ย.69 ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ฝนและน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครว่า ขณะนี้สถานการณ์โดยรวมเริ่มดีขึ้น หลังหย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมบริเวณกรุงเทพฯ และทำให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องตลอด 2-3 วันที่ผ่านมา ส่งผลให้คลองหลายแห่งมีปริมาณน้ำเต็มและเอ่อล้นเข้าท่วมถนน
อย่างไรก็ตาม วันนี้หย่อมความกดอากาศต่ำดังกล่าวได้เคลื่อนตัวไปทางเมียนมา ทำให้ฝนไปตกในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี และราชบุรีแทน ส่วนกรุงเทพฯ คาดว่าจะมีฝนลดลง เหลือประมาณวันละ 10-20 มิลลิเมตร ส่งผลให้พื้นที่ใกล้คลองมีแนวโน้มทยอยดีขึ้น
นายชัชชาติ กล่าวว่า การระบายน้ำยังไม่สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว แม้จะเร่งดึงน้ำออกจากคลอง แต่เมื่อระดับน้ำลดลง น้ำจากพื้นที่โดยรอบก็จะไหลเข้ามาเติมแทน ขณะที่น้ำในพื้นที่ด้านข้างจะค่อยๆ ลดระดับลง จึงจำเป็นต้องใช้เวลาอีกหลายวันกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
สิ่งที่กรุงเทพมหานครยังเป็นห่วงเป็นพิเศษ คือประชาชนในชุมชนขนาดใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยเฉพาะชุมชนเคหะร่มเกล้า ซึ่งมีประชาชนอาศัยอยู่กว่า 30,000 คน และเมื่อวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา มีน้ำท่วมหนักจนประชาชนจำนวนมากต้องการอพยพออกจากพื้นที่
ขณะนี้ กทม.ได้จัดตั้งศูนย์อพยพภายในชุมชน แต่เนื่องจากมีประชาชนทยอยเข้ามาเป็นจำนวนมาก จึงไม่สะดวกต่อการรองรับ และได้ย้ายศูนย์อพยพไปยังมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังแทน
นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า ปัญหาสำคัญในขณะนี้คือการดูแลประชาชนที่ยังตกค้างอยู่ในชุมชนขนาดใหญ่ ซึ่งคาดว่ามีจำนวนรวมกันหลักหมื่นคน จึงต้องเร่งดูแลทั้งเรื่องอาหาร น้ำดื่ม และความเป็นอยู่ รวมถึงผู้ป่วยติดเตียง โดยขณะนี้สามารถนำผู้ป่วยออกจากพื้นที่มาแล้วประมาณ 40-50 คน แต่ยังมีบางส่วนตกค้างอยู่ ซึ่ง กทม.มีรายชื่อผู้ป่วยทั้งหมดแล้ว และจะเร่งดำเนินการช่วยเหลือต่อไป
สำหรับพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ นายชัชชาติ ระบุว่า ทุกจุดที่ยังมีปัญหาน้ำท่วมต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ริมคลอง อาทิ คลองแสนแสบในย่านบางกะปิ คลองเปรมประชากรบริเวณหลักสี่ รวมถึงคลองประเวศในพื้นที่ลาดกระบังและสวนหลวง
ส่วนพื้นที่ชั้นในที่ยังมีน้ำท่วมขัง ขณะนี้หลายจุดเริ่มแห้งแล้ว เช่น ย่านเอกมัย แต่พื้นที่รอบนอกยังเป็นจุดที่น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะบางกะปิ อ่อนนุช และรามคำแหง หากเป็นพื้นที่ชุมชนและต้องการให้แห้งสนิท อาจต้องใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ขณะที่ถนนสายหลักคาดว่าจะเริ่มดีขึ้นภายใน 2-3 วัน
ผู้ว่าฯ กทม.จึงขอความร่วมมือหน่วยงานราชการ หากหน่วยงานใดสามารถทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) ได้ ควรพิจารณาดำเนินการ เพื่อลดปริมาณการเดินทาง แม้ถนนบางสายจะกลับมาสัญจรได้แล้ว แต่ยังอาจมีจุดน้ำท่วมขังที่ทำให้เกิดคอขวดด้านการจราจร การลดจำนวนประชาชนที่ออกจากบ้านจะช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรได้
ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครได้ประกาศให้ข้าราชการที่ไม่มีภารกิจให้บริการประชาชนสามารถ Work from Home ได้ ขณะที่โรงเรียนสังกัด กทม.กว่า 400 แห่ง จะปิดการเรียนการสอนในวันที่ 28 ก.ย. เป็นเวลา 1 วัน
ส่วนกรณีที่มีการคาดการณ์ว่าฝนอาจเคลื่อนไปตกหนักในพื้นที่ฝั่งธนบุรี นายชัชชาติกล่าวว่า ไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวสามารถระบายน้ำได้ค่อนข้างรวดเร็ว
เมื่อถามถึงรายงานและจำนวนผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ นายชัชชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานในเรื่องดังกล่าว
นายชัชชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานร่วมมือกันแก้ไขสถานการณ์ โดยเมื่อวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้เห็นรัฐมนตรีหลายคนเดินทางมายังศูนย์บัญชาการของ กทม.เพื่อร่วมกันทำงาน รวมถึง รมว.กลาโหมที่นำรถจีเอ็มซีเข้าไปสนับสนุนภารกิจในพื้นที่ลาดกระบังด้วย



















