“เทพไท เสนพงศ์” แสดงความคิดเห็นกรณีน้ำท่วมกรุงเทพฯ มองสถานการณ์ครั้งนี้รุนแรงและแตกต่างจากปี 2554 พร้อมตั้งคำถามถึงการเตรียมรับมือของ กทม. ระบุผู้ว่าฯ กทม.เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง ขณะที่รัฐบาลกลางมีบทบาทสนับสนุน
เมื่อวันที่ 29 ก.ย.69 นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมืองอิสระ และอดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” แสดงความคิดเห็นถึงสถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพมหานคร โดยระบุว่า น้ำท่วมกทม. ชัชชาติจำเลยที่ 1 ไม่ใช่อนุทิน
ผมเห็นข่าวน้ำท่วม กทม. แล้วก็ต้องยอมรับว่าสาหัสสากันทั่วทั้งกรุงเทพฯ ในความรู้สึกส่วนตัวเห็นว่า น้ำท่วมครั้งนี้ร้ายแรงกว่าน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 อีก เพราะในครั้งนั้นเป็นเรื่องของน้ำเหนือไหลบ่าเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ และสามารถรับมือได้ระดับหนึ่งเมื่อเกินกำลังที่รับได้ ก็จะท่วมพื้นที่กรุงเทพฯโซนเหนือ เช่น เขตดอนเมือง หลักสี่ และมาหยุดที่แยกลาดพร้าว แต่พื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯ ไม่มีผลกระทบมากนัก
สำหรับครั้งนี้เป็นปรากฏการณ์ฝนตกในพื้นที่กรุงเทพฯ จึงทำให้น้ำท่วมขัง โดยทางกทม.ไม่ได้เตรียมแผนรับมือไว้เท่าที่ควร หรืออาจจะเป็นเพราะความประมาทของผู้บริหาร กทม. ที่คอยระวังแต่เรื่องน้ำเหนือไหลหลากมาเข้าพื้นที่กรุงเทพ แต่ไม่ได้เตรียมการรับมือน้ำฝนที่ตกลงมา เห็นได้จากการพร่องน้ำในคลองต่างๆ ซึ่งยังมีสภาพน้ำเต็มลำคลองอยู่
ในที่สุดเมื่อฝนตกหนักในพื้นที่กรุงเทพฯ ทำให้พื้นที่ราบลุ่มอย่างย่านรามคำแหง บางกะปิ แฟลตคลองจั่น และเคหะร่มเกล้า ถูกน้ำท่วมสูงมากเป็นพิเศษ จนกทม.ไม่สามารถแก้ปัญหาได้เลย ยังเกิดสภาพบ้านเรือนของประชาชนจมน้ำ ยังต้องลอยคอ อดอาหารอยู่หลายวันแล้ว
ผลจากน้ำท่วมครั้งนี้กระแสสังคม และผู้คนพุ่งเป้าโจมตีไปที่ตัวนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ถูกกล่าวหาว่าไม่สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมได้อย่างทันท่วงที และการลงพื้นที่น้ำท่วมย่านแฟลตคลองจั่น ก็ถูกประชาชนตะโกนด่า ซึ่งเห็นสภาพที่เกิดขึ้นแล้ว รู้สึกเห็นใจนายอนุทินที่ตกเป็นเป้าโจมตีของหลายฝ่าย ทั้งที่ผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้โดยตรง และควรจะตกเป็นจำเลยที่1 น่าจะเป็นนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่ากทม. มากกว่า
ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล ควรจะเป็นจำเลยที่2มากกว่า เพราะน้ำท่วมกทม. ผู้รับผิดชอบโดยตรงคือ ผู้ว่ากทม. เพราะเป็นผู้บริหารท้องถิ่น ที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ในการจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร รัฐบาลส่วนกลางมีหน้าที่สนับสนุนเป็นส่วนใหญ่
แต่อาจเป็นเพราะนายอนุทินมีต้นทุนต่ำ จึงกลายเป็นเป้าการโจมตี และนายชัชชาติเป็นคนที่มีต้นทุนสูง ได้รับคะแนนนิยมจากการเลือกตั้ง 1.5 ล้านเสียง ทำให้ไม่ตกเป็นเป้าการโจมตี และวิพากษ์วิจารณ์ของผู้คน
จึงอยากจะขอความเป็นธรรมให้กับนายอนุทินบ้าง และต้องเข้าใจบทบาทว่า นายอนุทินเป็นเพียงผู้สนับสนุน ไม่ใช่ผู้รับผิดชอบโดยตรง จึงไม่ควรจะโจมตี ถ้าหากไม่สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมครั้งนี้ได้ ก็ไม่ควรโจมตีนายอนุทินคนเดียว แต่ควรจะเรียกร้องความรับผิดชอบ วิพากษ์วิจารณ์ หรือโจมตีการทำงานของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์มากกว่า
ถ้าหากจะด่ากัน ควรด่าผู้ว่าฯชัชชาติ มากกว่าด่านายกฯอนุทิน



















