“ดนุชา” เผยโครงการคลองระบายน้ำหลาก ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย วงเงินราว 1.6 แสนล้านบาท เตรียมเสนอ ครม. พิจารณา หวังตัดยอดน้ำจากภาคเหนือก่อนลงถึงอยุธยา หากผ่านเดินหน้าจัดซื้อจัดจ้างและเจรจาแหล่งเงินกู้ ตั้งเป้าใช้เวลาดำเนินการประมาณ 8 ปี
เมื่อวันที่ 29 ก.ย.นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการคลองระบายน้ำหลาก “ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย” ว่า เตรียมนำโครงการเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 29 ก.ย. 2569 โดยกรอบวงเงินโครงการอยู่ที่ประมาณ 160,000 ล้านบาท และคาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 8 ปี
นายดนุชากล่าวว่า หากโครงการดังกล่าวเกิดขึ้น จะช่วยเพิ่มเครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำ โดยสามารถตัดยอดน้ำตั้งแต่พื้นที่ภาคเหนือ ไม่ให้ไหลลงมาสะสมในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยามากเกินไป ซึ่งมองว่ามีความจำเป็น เนื่องจากสถานการณ์น้ำในแต่ละปีมีความไม่แน่นอน หากปีใดมีปริมาณน้ำมากหรือเกิดฝนตกหนักเกินกว่าปกติ ก็จะมีช่องทางเพิ่มเติมในการบริหารจัดการและระบายน้ำ เพื่อลดความเสี่ยงจากอุทกภัย
โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง โดยกรมชลประทานระบุว่า โครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย เป็นหนึ่งในแผนหลักบรรเทาอุทกภัย และมีการเตรียมความพร้อมด้านการออกแบบ แหล่งเงินทุน และมาตรการรองรับผลกระทบจากโครงการมาอย่างต่อเนื่อง
สำหรับกรณีหากคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ นายดนุชากล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2570 ได้จัดเตรียมงบประมาณไว้ส่วนหนึ่งแล้ว จึงสามารถเริ่มดำเนินการบางขั้นตอนได้ก่อน จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ขณะที่กระทรวงการคลังจะต้องพิจารณาและเจรจาเรื่องแหล่งเงินกู้ให้เหมาะสมกับโครงการ โดยหากสามารถจัดหาเงินกู้ได้เร็ว ก็จะช่วยให้การดำเนินงานเดินหน้าได้เร็วขึ้น
ข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระบุว่า โครงการมีขนาดใหญ่และเกี่ยวข้องกับการจัดหาแหล่งเงินทุนทั้งงบประมาณแผ่นดินและเงินกู้ระหว่างประเทศ โดยมีการหารือกับสถาบันการเงินระหว่างประเทศเพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินโครงการแล้ว
ส่วนโครงการบริหารจัดการน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก นายดนุชากล่าวว่า ได้เสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ไปแล้วเมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ก่อน เป็นโครงการปรับปรุงคลองระบายน้ำและคลองซอยแยกหลายสาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ โดยโครงการดังกล่าวจะใช้เวลาค่อนข้างนาน เนื่องจากมีประเด็นเรื่องการโยกย้ายประชาชนที่รุกล้ำลำน้ำ ซึ่งต้องดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอน
ทั้งนี้ กรมชลประทานระบุว่า แผนการบริหารจัดการน้ำเจ้าพระยาตอนล่างมีเป้าหมายเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำและลดความเสียหายจากน้ำท่วม โดยโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย ถูกวางไว้เป็นโครงการสำคัญในการเพิ่มทางเลือกสำหรับการระบายน้ำออกสู่ทะเล



















