“สุริยะ” ชง ครม.โครงการ “ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย” 1.65 แสนล้าน หวังลดน้ำท่วม เสียหายปีละ 1.7 หมื่นล้าน

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

“สุริยะ” เผยน้ำเหนือหน้าเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่ม ต้องบริหารการระบายอย่างใกล้ชิด เตรียมเสนอ ครม.โครงการทางน้ำขนาดใหญ่ “ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย” วงเงิน 1.65 แสนล้านบาท ใช้เวลา 8 ปี คาดช่วยลดความเสียหายจากอุทกภัยได้ปีละ 1.7 หมื่นล้านบาท พร้อมชงมาตรการช่วยชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ครัวเรือนไม่เกิน 10 ไร่

เมื่อเวลา 09.35 น. วันที่ 29 ก.ย. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงสถานการณ์น้ำเหนือที่จะไหลเข้าสู่พื้นที่ภาคกลางว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำบริเวณหน้าเขื่อนเจ้าพระยาปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ต้องบริหารการระบายน้ำลงด้านท้ายเขื่อนประมาณ 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยกรมชลประทานประสานงานกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เพื่อควบคุมการระบายให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนให้น้อยที่สุด

นายสุริยะกล่าวว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ดำเนินการแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงแล้ว ขณะที่รัฐบาลต้องติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เนื่องจากปีนี้มีฝนตกมากกว่าปกติ จึงจำเป็นต้องเตรียมมาตรการรองรับทั้งในระยะเร่งด่วนและระยะยาว

สำหรับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในระยะยาว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เตรียมเสนอ “โครงการคลองระบายน้ำชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย” เข้าสู่การพิจารณาของ ครม. โดยโครงการมีกรอบวงเงินประมาณ 165,000 ล้านบาท และกำหนดระยะเวลาดำเนินการประมาณ 8 ปี ใช้แหล่งเงินจากหลายส่วน ทั้งเงินกู้จากต่างประเทศและงบประมาณประจำปี

นายสุริยะระบุว่า หากโครงการดังกล่าวดำเนินการแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มช่องทางในการบริหารจัดการและระบายน้ำจากพื้นที่ตอนบน ก่อนเข้าสู่พื้นที่ภาคกลาง โดยคาดว่าจะช่วยลดความเสียหายจากอุทกภัยได้ประมาณปีละ 17,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีการศึกษาความเหมาะสมโดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. รวมถึงการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว โดยหาก ครม.ให้ความเห็นชอบ จะสามารถเดินหน้าสู่ขั้นตอนการดำเนินโครงการตามกระบวนการต่อไปได้ ขณะที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลระบุว่าได้เตรียมงบประมาณสำหรับโครงการไว้ในปีงบประมาณ 2570 แล้ว

นายสุริยะกล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังเตรียมเสนอมาตรการช่วยเหลือชาวนาที่ตกค้าง โดยเสนอจ่ายเงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท จำกัดครัวเรือนไม่เกิน 10 ไร่ เพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณกลาง โดยคาดว่าจะครอบคลุมเกษตรกรประมาณ 230,000 ครัวเรือน คิดเป็นวงเงินประมาณ 1,550 ล้านบาท

สำหรับสถานการณ์น้ำในลุ่มเจ้าพระยา ก่อนหน้านี้กรมชลประทานระบุว่าการบริหารจัดการจะพิจารณาปริมาณน้ำทั้งเหนือและท้ายเขื่อน รวมถึงน้ำฝนในพื้นที่และน้ำทะเลหนุน โดยมีการปรับการระบายตามสถานการณ์เพื่อควบคุมผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อน ขณะที่รัฐบาลยังคงติดตามสถานการณ์น้ำเหนือและการระบายลงสู่พื้นที่ภาคกลางอย่างต่อเนื่อง

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img