“เทพไท” โพสต์ตั้งข้อสังเกต หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปม QR Code-Barcode บนบัตรเลือกตั้ง ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ พร้อมย้อนคดีซุกหุ้นปี 2544 เปรียบเทียบถ้อยคำในคำวินิจฉัยที่แตกต่างกัน แต่สะท้อนประเด็นที่เจ้าตัวเห็นว่ายังมีคำถามในสังคม
มื่อวันที่ 30 ก.ย. นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับการพิมพ์ QR Code และ Barcode ลงบนบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยใช้หัวข้อ “คำตัดสินที่คาใจ: ลับแบบมีเงื่อนไข กับ บกพร่องโดยสุจริต ว่าคำตัดสินที่คาใจ:ลับแบบมีเงื่อนไข กับ บกพร่องโดยสุจริต
หลังจากศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับคำร้องของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ยื่นคำร้องเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การพิมพ์คิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดลงในบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จะทำให้ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้อ่านคำวินิจฉัย เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569
สาระสำคัญคือ การพิมพ์คิวอาร์โค้ด ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ไม่ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ และไม่เป็นการละเมิดสิทธิ์ของประชาชน ส่วนการพิมพ์บาร์โค้ดหรือรหัสแท่ง ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 8:1 เห็นว่าไม่เป็นการขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และไม่เป็นการละเมิดสิทธิ์ของประชาชน
ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้ให้เหตุผลว่า การเลือกตั้งโดยลับแบบมีเงื่อนไข และการพิมพ์คิวอาร์โค้ด และบาร์โค้ดลงในบัตรเลือกตั้ง เป็นวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการทุจริต และการพิมพ์คิวอาร์โค้ด และบาร์โค้ด ก็ไม่สามารถจะระบุตัวตนของผู้ลงคะแนนในทางปฏิบัติได้
นอกจากนี้ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีข้อเสนอแนะ และมีข้อสังเกตต่อคณะกรรมการเลือกตั้งหรือกกต.ไว้คือ การเลือกตั้งในอนาคต ควรจะปรับปรุงรูปแบบการพิมพ์บัตรเลือกตั้ง โดยไม่ใช้เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ใดๆ ที่สามารถสืบย้อน หรือเชื่อมโยงไปยังข้อมูลของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งได้ รวมทั้งให้กกต.มีมาตรการเก็บบัตรเลือกตั้งในชุดปัจจุบันอย่างรัดกุม เพื่อไม่ให้มีการเข้าถึงข้อมูลการออกเสียงลงคะแนนโดยผิดกฎหมาย
ซึ่งสรุปง่ายๆว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า การพิมพ์คิวอาร์โค้ด และบาร์โค้ดลงในบัตรเลือกตั้งส.ส. ทำให้ยังเป็นความลับแบบมีเงื่อนไข
ซึ่งผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ทำให้มีการย้อนนึกไปถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2544 ที่ศาลรัฐธรรมนูญในขณะนั้น มีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับคดีซุกหุ้นของนายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งคดีดังกล่าวคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือปปช.เป็นผู้ร้องเรียน กรณีที่นายทักษิณจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ สุดท้ายศาลรัฐธรรมนูญได้มติเสียงข้างมาก 8:7 วินิจฉัยให้นายทักษิณพ้นผิด โดยเหตุผลก็คือ บกพร่องโดยสุจริต
เพราะฉะนั้นการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ2กรณีนี้ ทำให้คนในสังคมรู้สึกว่า เป็นเหตุผลที่ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีคำวินิจฉัยที่ใกล้เคียงกัน คือการเลือกตั้งเป็นความลับอย่างมีเงื่อนไข และการบกพร่องโดยสุจริต เป็นคำวินิจฉัยที่คาใจประชาชน



















