เตือนฝนรอบใหม่ 4-8 ต.ค. เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มระบาย 2,300 ลบ.ม./วินาที กรอบไม่เกิน 2,500

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img

รัฐบาลเตือนฝนเปลี่ยนฤดูระลอกใหม่ 4-8 ต.ค. กาญจนบุรีและพื้นที่ฝั่งตะวันตกอาจมีฝนมากกว่าปกติ ขณะที่ กทม.จับตาฝน 7-8 ต.ค. ด้านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำจาก 2,200 เป็น 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมทยอยเพิ่มแบบขั้นบันได กรอบไม่เกิน 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เตือนพื้นที่ริมน้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำยกของขึ้นที่สูง-เตรียมอพยพกลุ่มเปราะบาง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 1 ต.ค. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมนายฐนโรจน์ วรรัฐประเสริฐ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ สทนช. และ น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมแถลงสถานการณ์อุทกภัย

นายเอกภพกล่าวว่า ช่วงวันที่ 4-8 ต.ค. จะมีฝนเพิ่มขึ้น แต่เป็นลักษณะ “ฝนเปลี่ยนฤดู” ไม่ใช่ฝนตกแช่ต่อเนื่อง โดยวันที่ 6-7 ต.ค. ต้องเฝ้าระวังพื้นที่ จ.กาญจนบุรีและจังหวัดฝั่งตะวันตก ซึ่งมีแนวโน้มฝนมากกว่าปกติ ส่วน กทม. คาดว่าฝนเปลี่ยนฤดูจะเข้าช่วงวันที่ 7-8 ต.ค. จึงต้องติดตามสถานการณ์และแจ้งเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่อง

สำหรับสถานการณ์น้ำเหนือ ระดับน้ำจากแม่น้ำปิงเริ่มลดลงในช่วง 2 วันที่ผ่านมา และมวลน้ำเคลื่อนลงมาถึง จ.นครสวรรค์ ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงระดับสูงสุด ก่อนจะไหลเข้าสู่ระบบแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีการหน่วงน้ำบางส่วนเพื่อช่วยลดปริมาณน้ำที่จะเติมเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

ส่วน เขื่อนเจ้าพระยา เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ระบายน้ำอยู่ที่ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และเช้าวันที่ 1 ต.ค. เพิ่มเป็น 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยจะทยอยเพิ่มแบบขั้นบันไดตามกรอบที่คณะกรรมการน้ำแห่งชาติกำหนด และมีกรอบการระบายน้ำ ไม่เกิน 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ขณะที่ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำเกิน 100% แล้ว และมีการระบายน้ำลงพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จึงแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ริมแม่น้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำให้ติดตามสถานการณ์ พร้อมยกสิ่งของขึ้นที่สูง และเตรียมอพยพ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และกลุ่มเปราะบาง

ด้านฝั่งตะวันตก จ.กาญจนบุรี เป็นพื้นที่ที่ต้องติดตาม เนื่องจากมีการระบายน้ำลงแม่น้ำแม่กลอง โดยที่ประชุม กนช.กำหนดให้เพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนวชิราลงกรณที่ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อพร่องน้ำเหนือเขื่อน ขณะที่เขื่อนแม่กลองระบายน้ำอยู่ที่ประมาณ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ต้องเฝ้าระวังพื้นที่ จ.ราชบุรี และสมุทรสงคราม ซึ่งมีการแจ้งเตือนประชาชนให้ยกของขึ้นที่สูงและเตรียมอพยพหากสถานการณ์รุนแรงขึ้น

ส่วนฝั่งตะวันออก ระดับน้ำจาก จ.ปราจีนบุรีและนครนายกเริ่มทรงตัวและลดลง หลังผ่านจุดสูงสุดแล้ว แต่มวลน้ำจะไหลไปรวมที่แม่น้ำบางปะกงและพื้นที่ลุ่มต่ำของ จ.ฉะเชิงเทรา โดยเฉพาะ อ.บางคล้า คลองเขื่อน และบางน้ำเปรี้ยว จึงยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

รัฐบาลยังเน้นย้ำให้จังหวัดในพื้นที่ภาคกลาง โดยเฉพาะ พระนครศรีอยุธยา นนทบุรี และปทุมธานี ติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด หากประเมินแล้วมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ให้เตรียมอพยพประชาชนไปยังศูนย์พักพิงเพื่อความปลอดภัย

ด้านการช่วยเหลือ นายเอกภพระบุว่า นายกรัฐมนตรีสั่งให้จัดลำดับความสำคัญในการเข้าถึงประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่น้ำท่วมสูงและเข้าถึงยาก พร้อมจัดทีมเข้าให้ความช่วยเหลือ รวมถึงส่งน้ำดื่ม อาหาร ยารักษาโรค และสิ่งจำเป็นให้ทั่วถึง

นอกจากนี้ ให้ใช้หลัก “1 พื้นที่ 1 ข้อมูล” เพื่อให้การสื่อสารกับประชาชนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมจัดทำบัญชีกำลังคน เครื่องจักร และทรัพยากร เพื่อให้สามารถเคลื่อนย้ายข้ามจังหวัดไปช่วยพื้นที่ประสบภัยได้ทันที

ผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังถูกกำชับให้อยู่ในพื้นที่และดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด ส่วนพื้นที่ที่ระดับน้ำลดลงแล้ว ให้เร่งสูบน้ำออกและฟื้นฟูพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติให้เร็วที่สุด

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img