“อนุทิน” นั่งหัวโต๊ะประชุม บกปภ.ช. ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ย้ำทุกหน่วยใช้ข้อมูลชุดเดียว ลดความสับสนในการประเมินสถานการณ์ พร้อมสั่งเตรียมคน เครื่องมือ อาหาร และศูนย์พักพิง รับมือฝนหนักช่วง 4-5 ต.ค.
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 2 ต.ค. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและการช่วยเหลือประชาชน โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ปลัดมหาดไทย ผู้ว่าฯ กทม. และผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้าร่วม
นายอนุทินกล่าวว่า การประชุมวันนี้เป็นวันที่ 3 ที่ทุกหน่วยงานร่วมติดตามสถานการณ์ในเวลา 08.00 น. โดยภาพรวมสถานการณ์มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น หลังทุกหน่วยเร่งปฏิบัติภารกิจในพื้นที่วิกฤต พร้อมบูรณาการกำลังและทรัพยากรเพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ทุกหน่วยงานต้องใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน เพื่อให้การประเมินสถานการณ์เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ลดความสับสน ความกังวล และความคลาดเคลื่อนของข้อมูลที่อาจเกิดขึ้น
ขณะเดียวกัน นายอนุทินกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฝนในช่วงวันที่ 4-5 ต.ค. ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาประเมินว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดฝนจำนวนมากครอบคลุมหลายพื้นที่ของประเทศ
การเตรียมพร้อมให้ครอบคลุมทั้งบุคลากร เครื่องมือ เครื่องสูบน้ำ อาหาร เครื่องอุปโภคบริโภค ตลอดจนการจัดตั้งศูนย์พักพิงและแผนเผชิญเหตุ เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่เพิ่มเติม
สำหรับการประชุมวันนี้ นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นผู้ดำเนินการประชุม เพื่อติดตามผลการปฏิบัติงาน รับทราบสถานการณ์ล่าสุดจากพื้นที่ รวมถึงรับฟังปัญหา อุปสรรค และความต้องการสนับสนุนจากหน่วยงานที่รับผิดชอบแต่ละพื้นที่ เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการตัดสินใจและปรับแผนให้สอดคล้องกับสถานการณ์
นายอนุทินกล่าวว่า สถานการณ์ที่เริ่มคลี่คลายเป็นผลจากความร่วมมือของทุกหน่วยงาน แต่ยังไม่สามารถวางใจได้ เนื่องจากสภาพอากาศในระยะต่อไปยังมีความไม่แน่นอน จึงต้องเตรียมพร้อมอย่างต่อเนื่อง หากเกิดอุทกภัยในจังหวัดหรือพื้นที่อื่น จะสามารถระดมกำลังและทรัพยากรเข้าไปช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว



















