“อนุทิน”เตือนภาคใต้ฝนเพิ่มเริ่ม 5 ต.ค.นี้ สั่งพร้อมรับมือ 10-12 ต.ค.แนวโน้มหนัก

- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img


นายกฯ “อนุทิน” เผยสถานการณ์น้ำทั่วประเทศดีขึ้น เหตุฝนไม่เติม แต่เตือนตั้งแต่ 5 ต.ค. ฝนภาคใต้จะเพิ่มขึ้น และมีแนวโน้มหนักช่วง 10-12 ต.ค. กำชับพื้นที่ตั้งแต่ประจวบฯ ถึงนราธิวาสเตรียมพร้อมทุกด้าน ย้ำศูนย์พักพิงต้องมีอาหาร เครื่องนอน และห้องน้ำสะอาด พร้อมเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อช่วยเหลือประชาชน


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 ต.ค. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ถึงสถานการณ์น้ำทั่วประเทศว่า ขณะนี้สถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้น เนื่องจากไม่มีฝนตกลงมาเติมในปริมาณมาก แต่ตั้งแต่วันที่ 5 ต.ค. เป็นต้นไป ฝนจะเริ่มก่อตัวมากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้

นายอนุทินกล่าวว่า การประชุมใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง โดยได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ให้มากที่สุด โดยเฉพาะอาหาร ยารักษาโรค และศูนย์พักพิง พร้อมกำชับว่าศูนย์พักพิงไม่ควรเป็นเพียงสถานที่สำหรับพักอาศัยชั่วคราว แต่ต้องเป็นสถานที่ที่ประชาชนสามารถย้ายออกมาอยู่เพื่อความปลอดภัย และเอื้อต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดดูแลศูนย์พักพิงให้มีมาตรฐาน มีที่นอน อาหาร เครื่องนุ่งห่ม และเครื่องนอนอย่างเพียงพอ รวมถึงให้ความสำคัญกับความสะอาดของห้องน้ำ

เมื่อถามถึงการคาดการณ์ฝนในภาคใต้ นายอนุทินกล่าวว่า กรมอุตุนิยมวิทยาประเมินว่ามีแนวโน้มฝนตกหนัก โดยพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังตั้งแต่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ลงไปถึง จ.นราธิวาส เนื่องจากคาดว่าความหนาแน่นของฝนจะเพิ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 5 ต.ค. และอาจหนักขึ้นในช่วงวันที่ 10-12 ต.ค. อย่างไรก็ตาม ย้ำว่าเป็นเพียงการพยากรณ์ จึงต้องเตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้า

ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือ ขณะนี้ยังไม่พบการคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณฝนมากในช่วงดังกล่าว

สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่กรุงเทพฯ หลังมีรายงานลูกเห็บตกเมื่อวันที่ 1 ต.ค. นายอนุทินกล่าวว่า รัฐบาลมีการติดตามและเตรียมความพร้อมอยู่ตลอด โดยได้เชิญอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยามาอัปเดตข้อมูลสภาพอากาศ โดยเฉพาะปริมาณฝนเป็นประจำ เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถเตรียมรับมือได้ทัน

นายอนุทินยังกล่าวถึงการระบายน้ำว่า ขณะนี้อุปกรณ์มีความพร้อม และมีการบูรณาการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลกับกรุงเทพมหานคร โดยกองทัพมีอุปกรณ์เข้ามาช่วยเหลือ รวมถึงเรือผลักดันน้ำของกองทัพเรือประมาณ 100 ลำ ซึ่งกระจายไปช่วยระบายน้ำในหลายจังหวัด

ส่วนข้อมูลสภาพอากาศจากเพจอิสระ นายอนุทินกล่าวว่า รัฐบาลยึดข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาเป็นหลัก และขอให้ประชาชนติดตามการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ข้อมูลที่อยู่บนมาตรฐานเดียวกัน

นอกจากนี้ ในช่วงท้ายการประชุม นายกรัฐมนตรีกำชับให้ทุกจังหวัดเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติและช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง ส่วนพื้นที่ที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ให้เร่งสำรวจและประเมินความเสียหายเพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์โดยเร็ว

สำหรับการสำรวจความเสียหาย ได้กำหนดให้แยกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ความเสียหายที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 ต.ค. 2569 ซึ่งให้ใช้หลักเกณฑ์การเยียวยาของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และความเสียหายตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 เป็นต้นไป ซึ่งรัฐบาลระบุว่ามีการจัดทำประกันภัยพิบัติให้ประชาชนจำนวน 30 ล้านครัวเรือน โดยการประเมินจะต้องอ้างอิงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การจ่ายเงินประกันเป็นธรรมต่อทั้งผู้เอาประกันและผู้รับประกัน

นายอนุทินยังมอบหมายให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ประสานสำนักงาน คปภ.ทำหน้าที่เป็นคนกลางในการดูแลความเป็นธรรม พร้อมเร่งประสานการช่วยเหลือกรณีทรัพย์สิน ยานพาหนะ และรถจักรยานยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมและมีความคุ้มครองตามประกันภัย

- Advertisement -spot_imgspot_img
RELATED ARTICLES

HIGHLIGHT

- Advertisement -spot_img
spot_img

Most Popular

- Advertisement -spot_img
spot_img
- Advertisement -spot_imgspot_img
spot_imgspot_img