“พิสิษฐ์” สว. เผยมุมมองแก้กฎหมายแหล่งทุน Thai PBS ช่วยเพิ่มความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ชี้สื่อสาธารณะยังคงความเป็นกลางและความน่าเชื่อถือได้ พร้อมลั่นจุดยืนไม่เห็นด้วยร่วมสนธิสัญญา UPOV 1991 หากสร้างข้อจำกัดและกระทบสิทธิเกษตรกร
วันที่ 6 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00 น.ที่รํฐสภา นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ให้ความเห็นส่วนตัวต่อประเด็นการแก้ไขกฎหมายแหล่งทุนขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ Thai PBS ซึ่งปัจจุบันได้รับงบประมาณจากภาษีสรรพสามิต หรือภาษีบาป แม้ขณะนี้จะยังไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องดังกล่าวโดยตรง แต่ในมุมมองส่วนตัวเห็นว่า สิ่งใดที่สามารถตรวจสอบได้และมีที่มาที่ไปอย่างชัดเจน ย่อมดีกว่าการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเพียงอย่างเดียว โดยเชื่อว่าสิ่งใดที่อยู่ในระบบของการประมูลน่าจะมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ง่ายกว่า อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องชั่งน้ำหนักถึงความโปร่งใสและความชอบธรรมระหว่างการจัดตั้งระบบขึ้นมาเองกับการใช้คณะกรรมการชุดต่างๆ
เมื่อถามถึงข้อกังวลที่ว่า หาก Thai PBS ซึ่งเป็นสื่อสาธารณะ การเปลี่ยนแปลงแหล่งทุนอาจส่งผลให้ไม่สามารถเป็นสื่อสาธารณะได้ต่อไป นายพิสิษฐ์ ระบุว่า เรื่องนี้สามารถมองได้หลายมุม แต่หลักการสำคัญคือสื่อมวลชนต้องมีความเป็นกลาง พร้อมอ้างผลสำรวจว่า ความน่าเชื่อถือของสื่อมวลชนไทยทำหน้าที่ได้ในระดับที่ 6 ของโลก ซึ่งตนมีความมั่นใจว่าสำนักข่าวทุกแห่งมีความน่าเชื่อถือในการนำเสนอข้อเท็จจริง และเชื่อมั่นในความตรงไปตรงมาของสื่อมวลชน
นายพิสิษฐ์ ยังกล่าวถึงประเด็นความตกลงในสนธิสัญญา UPOV หรืออนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ฉบับปี ค.ศ. 1991 ที่เกี่ยวข้องกับสิทธิในเมล็ดพันธุ์ ว่า ตนไม่ได้อยู่ในคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ แต่ทราบว่ากำลังมีการจัดทำรายงานศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ เนื่องจากเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของชาติ ตนเชื่อว่าคณะกรรมการที่เข้าไปเจรจาสนธิสัญญาหรือพิจารณารายละเอียดต่างๆ จำเป็นต้องทำการศึกษาอย่างรอบด้าน และควรให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการศึกษาด้วย โดยผู้ที่ทำหน้าที่เจรจาต้องชั่งน้ำหนักและมองถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญก่อนการตัดสินใจลงนาม
เมื่อถามว่าจุดยืนส่วนตัวต่อการเข้าร่วมสนธิสัญญาดังกล่าว นายพิสิษฐ์ กล่าวย้ำว่า หากสนธิสัญญานี้ทำไปแล้ว ทำให้เกษตรกรเราไม่สามารถปลูกพืชบางอย่างได้ หรือปลูกพืชแล้วต้องมีข้อจำกัด ส่วนตัวคิดว่าไม่เห็นด้วย



















